2009/Nov/21

เมื่อเร็วๆนี้ผมได้รับคำถามที่แสนเขย่าขวัญจากบุคคลผู้หนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อมาครับ คำถามของเธอช่างชัดเจนตรงประเด็นมาก นั่นก็คือ...

" พี่คะ เรื่อง Mailbox No.5 พี่เลิกเขียนแล้วเหรอคะ ไม่เห็นมีเล่ม 2 สักที"

อ่านแล้วช็อคมากครับ คือไม่ได้ช็อคที่มีคนถามแบบนี้ เพราะจริงๆก็มีคนถามไถ่ถึงการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ประปรายเป็นระยะๆอยู่แล้ว

แต่ช็อคตรงที่ว่า นี่ข่าวคราวการ์ตูนเราหายเงียบไปนานขนาดนี้เลยหรือนี่ คำถามเลยเริ่มฮาร์ดคอร์ขึ้นถึงขั้นเริ่มมีคนคิดว่าไม่เขียนต่อแล้ว อร๊ากกกกกก...ไม่นะๆๆๆ

ขอตอบตรงนี้อีกทีเลยครับว่า ไม่ใช่ครับ! ยังเขียนอยู่ครับ!!! ได้โปรดอย่าเพิ่งเอาหนังสือไปขายทิ้งกันนะคร๊าบบบบบ!!! T o T

สำหรับเล่ม 2 นั้นก็บอกได้ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนงานอยู่ครับ ผมเองก็อยากให้ได้อ่านกันเร็วๆเหมือนกัน แต่มันก็มีความจำเป็นหลายๆอย่างที่การ์ตูนเรื่องนี้ออกช้ากว่าการ์ตูนไทยของคนอื่นๆอยู่มากน่ะนะครับ

โดยเฉพาะเรื่องหลักๆเลยคือตรงความที่เป็นการ์ตูนตอนสั้น มีเนื้อหาแค่ 6 หน้าต่อตอนเท่านั้น มันก็เลยกินเวลานานแบบนี้ล่ะครับ กว่าจะได้จำนวนหน้าพอที่จะเอามารวมเล่มได้

และแล้วด้วยเหตุนี้ ผมก็เลยเริ่มคิดได้ว่า เอาล่ะ! สงสัยจะต้องเริ่มขุดการ์ตูนเรื่องนี้มาโพสต่อแล้วล่ะมั้งเผื่อว่าใครไปใครมาจะได้เข้ามาอ่านรอกันพลางๆไป เพราะผมเองก็จะได้อัพเดทข่าวคราวของเล่ม 2 ไว้ให้เป็นระยะๆด้วย(หาเรื่องไม่ให้บลอคร้างด้วย 555)

จะได้ไม่มีใครเลิกคิดว่าเลิกเขียนหรือหนีไปทำอย่างอื่นแทนแล้วจริงๆนะครับ T - T

ดังนั้นก็ขอประกาศไว้เลยนะครับ ว่าจะทำการอัพเดทต่อแล้ว ยังไม่แน่ใจว่าจะบ่อยแค่ไหน แต่ก็คงไม่ทิ้งช่วงมากเหมือนตอนแรกๆแล้วล่ะครับ เพราะว่าตอนล่าสุดที่ลงในหนังสือ เนื้อเรื่องก็ไปไกลแล้ว เล่ม 1 ก็ออกแล้ว เอามาโพสต่อหน่อยคงไม่เป็นไรมากเท่าไหร่(แหะๆๆ)

--------------------------

เอาล่ะครับ งั้นก็มาเข้าสู่ประเด็นหลักของเอนทรี่วันนี้กันเลยดีกว่า ใช่แล้วครับ Mailbox No.5 ตอนที่ 6 นั่นเอง!

ไหนลองกลับไปดูหน่อยสิว่าลงทิ้งช่วงจากตอนที่ 5 นานแค่ไหน อืม...ก็ไม่นานเท่าไหร่นะครับ

แค่หนึ่งปีกับอีกหนึ่งเดือนเท่านั้นเอง!!

ถ้าใครอยากย้อนอดีตก็เชิญตามนี้เลยครับ หรือใครที่มี Mailbox No.5 เล่ม 1 แล้ว จะอ่านฆ่าเวลาเล่นๆอีกรอบก็เชิญครับ

Mailbox No.5 Chapter01 : Mail to Mail

Mailbox No.5 Chapter02 : Mail on the Move

Mailbox No.5 Chapter03 : Mail In School

Mailbox No.5 Chapter04 : Mail In Class 

Mailbox No.5 Ch.05 : At The Beginning

กฏ-กติกามารยาทก็เช่นเคย  การ์ตูนที่ลงในนี้ห้ามนำไปโพสแพร่กระจายที่อื่นโดยเด็ดขาดนะครับ เพราะงานชิ้นนี้เป็นงานที่มีลิขสิทธิ์และได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการแล้ว(นี่ผมก็เอาแอบเอามาลงเองเหมือนกัน) แต่หากจะเซฟไว้อ่านเล่นๆเองก็ไม่ว่าครับ ขอเพียงกรุณาอย่าเอาไปกระจายที่อื่นเลยนะครับ

แล้วก็ถ้ามีอะไรอยากจะคอมเมนท์ติ-ชมเกี่ยวกับการ์ตูนที่ลงก็เขียนได้ตามใจชอบนะครับ ผมชอบอ่านครับ ^ ^

เอาล่ะ! ถ้าพร้อมแล้ว เชิญติดตามชีวิตของ เด็กชายเมล์ต่อได้เลยครับพ้ม!

----------------------------

Mailbox No.5 Chapter 06 : Mail & Blog (1)

Page 1

Page 2

Page 3

Page 4

Page 5

Page 6

-------------------------

บันทึกการทำงานของคุณกระต่าย

ตอนนี้รู้สึกจะเป็นตอนแรกเลยจริงๆที่บลอคจะได้เคลื่อนไหวบนหน้ากระดาษจริงจัง หลังจากที่เป็นตัวละครที่อยู่ในสเกตร่างมานาน และเนื่องจากเป็นตัวละครอีกตัวที่ต้องใช้ดำเนินเรื่องต่อจากนี้ไป เลยทำให้ผมแอบเกร็งในตอนวาดมากเลยล่ะครับ

ลองสังเกตบลอคในหน้าแรกดูนะครับ จะเห็นว่าด้วยความที่ยังไม่ชินกับการวาดตัวละครนี้ โครงหน้าเขาเลยยังดูปนๆกับการวาดตัวละครเด็กๆแบบเมล์อยู่เลย (เขินจัง) จะมาเริ่มชินมืออีกทีก็ประมาณหน้า 4 แล้วน่ะครับ แต่พอชินมือแล้วก็รู้สึกว่าเป็นอีกตัวละครนึงที่วาดง่ายมากๆเลย แถมรู้สึกสนุกที่ได้วาดอีกด้วย

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านรวมเล่ม อาจจะไม่รู้ว่าตัวละครนี้จะมีบทบาทยังไงต่อไป ก็ฝากติดตามต่อไปละกันนะครับ แต่สำหรับคนที่อ่านรวมเล่มแล้ว มีหลายคนเลยที่บ่นกับผมว่าสุดจะทนกับนิสัยตัวละครอย่างคุณบลอคนี่จริงๆ ซึ่งก็ค่อนข้างตรงกับจุดประสงค์ของผมแล้วล่ะครับ 555

ไอเดียในตอนนี้มีคิดไว้แต่เริ่มทำโครงเรื่องรวมๆเลยว่า จะต้องให้มีฉากไถเงินแน่ๆ เพื่อสร้างความประทับใจแรกพบแก่ผู้อ่านถึงความชั่วร้ายของบลอคเลย และเพราะไอเดียจุดนี้เลยทำให้ต้องมีฉากซึ้งๆที่เมล์ได้รับซองเงินนี้มาจากทุกคนในหมู่บ้านในตอนที่2 ด้วย เพื่อที่คุณบลอคเลยจะได้ยิ่งชั่วร้ายไปกันใหญ่ วะฮะฮ่าฮ่า

ข้อดีอย่างนึงในตอนที่วาดตอนนี้ก็คือ เริ่มวาดเมล์ชินมือเยอะขึ้นแล้ว และอาจจะเพราะมีบลอคเป็นตัวเปรียบเทียบความแตกต่างของตัวละครด้วย เพราะทั้งสองตัวนี้จะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักอย่าง ก็เลยทำให้เมล์เริ่มมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม

อนึ่ง ลอร์ดน้อยฟอนเติ้ลรอยเป็นหนังสือที่มีอยู่จริงๆนะครับ เป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กอีกเล่มที่ผมชอบอ่านมากๆเลย และอยากจะบอกความลับแบบไม่อายเลยว่า พลอตของเรื่อง Mailbox No.5 นี้ ก็ดัดแปลงมาจากเรื่องลอร์ดน้อยฟอนเติ้ลรอยนี่ล่ะครับ ดังนั้นในตอนนี้ก็เลยอยากให้มีช่วงที่ตัวละครหลักทั้งสองคนพูดถึงหนังสือเล่มนี้อย่างที่เห็นด้วย เพื่อเป็นการแอบประกาศ Reference ของการ์ตูนเรื่องนี้ไปในตัวด้วยเลย ^ ^

ก็ขอจบบันทึกการทำงานเกี่ยวกับการ์ตูน mailbox ตอนนี้แต่เพียงเท่านี้ละกันครับ พล่ามยาวแบบนี้หวังว่าคงจะอ่านแล้วไม่เบื่อกันไปก่อนนะครับ ส่วนตอนต่อไป คิดว่าอีกไม่นานจะเอามาลงให้ได้อ่านต่อเร็วๆนี้แน่ครับ รออีกสักแป๊บละกันนะ

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าครับพ้ม!

2009/Nov/06

 

ดูแล้วคิดอย่างงี้จริงๆนะ...

 

ชิชะ แค่เดือนสองเดือนทำเป็นมาบ่น ระดับปรมาจารย์อย่างเรายังไม่เคยอวดตัวสักหน

แหม...หลายคนอาจจะทุกข์ร้อนเหลือเกินกับการไม่มีใครทานข้าวด้วย

แต่ผมว่าจริงๆแล้วกินข้าวคนเดียวมันก็มีข้อดีในตัวอยู่เหมือนกันนะ

เช่น จะกินมูมมาม แทะกระดูก เคี้ยวมูมมาม ดูดซุปเสียงดังยังไงก็ได้ ไม่ต้องวางมาดมาก

กินคนเดียวยังไงก็อิ่ม เพราะไม่ต้องเสียเวลาแบ่งใคร จะกินเหลือหรือกินหมดแบบไม่เหลือซาก ก็ไม่ต้องกลัวใครบ่น

จะกินไปอ่านการ์ตูนไป ดูละครหลังข่าวไป ตีลังการาวดรอปไป ก็เพิ่มรสชาติได้ไม่หยอก

บางทีอยากจะกินนั่นกินนี่ แต่กว่าจะรอคนมากินด้วยกันได้ก็ต้องรอนานเกิน แถมบางทีพอรวมพลกันเยอะๆแล้ว เสียงโหวตอาจจะกลายเป็นของที่เราไม่อยากกินที่สุดก็ได้ บุกไปกินก่อนคนเดียวแสนจะสะดวกสบาย

ที่สำคัญ คนเราต้องกินเพื่ออยู่ ไม่อยู่เพื่อให้มีใครกินด้วยสิ!!! (เขียนแบบใช้พลังในการแถขั้นสุดยอด...)

ว่าแล้วก็ยังต้องนั่งกินข้าวคนเดียวรับปีที่ 25 ต่อไป...

ขอให้กินข้าวให้อร่อยกันนะครับ ทุกคน ^ ^

2009/Oct/30

พอฮาโลวีนมาถึงทีไร ก็ต้องรู้ตัวทุกทีว่า โอ้...นี่เราแก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะ

ถูกแล้วครับ! ก็มันวันเกิดผมนี่!!

อ้อ! จะว่าไปจริงๆก็ไม่เชิงวันเกิดผมหรอก เพราะจริงๆแล้ววันเกิดจริงๆของผมก็คือวันฮาดลวีนอีฟ หรือวันที่ 30 ตุลาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานนี่เองนะครับ แต่คนส่วนใหญ่หลายคนจะรู้จากผมว่า ผมเกิดวันฮาโลวีน ซึ่งจริงๆแล้วจะเป็นวันไหนก็ได้ทั้งนั้นล่ะครับ เพราะว่าผมกับแม่นั้นเกิดวันเดียวกัน ดังนั้นเพื่อให้ไม่ซ้ำกันก็เลยเลื่อนให้เป็นอีกวันนึง ซึ่งมันก็จำง่ายด้วยสำหรับคนรอบข้างด้วยนั่นล่ะครับ ^ ^

เผลอแป๊บเดียวจริงๆ ปีนี้ผมก็อายุครบ 25 ปี เข้าช่วงเบญจเพศซะแล้ว ถ้าพูดแบบกว้างๆหน่อยก็น่าจะหมายความว่าตัวผมเองก็มีชีวิตอยู่มาได้เกือบสักครึ่งนึงของชีวิตคนทั่วๆไปแล้วสินะ

ไม่รู้อีก 25 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ 25 ปีที่ผ่านมานี้นั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่สุข เศร้า เหงา ระคนกันไป แต่ที่แน่ๆนับจากไปสงสัยจะแอ๊บแบ๊วไม่ได้ซะแล้วแฮะ จะทำอะไรก็คงต้องเริ่มดูสังขารตัวเองกันน่าดู เช่นเรื่องการใช้คำพูด เรื่องกริยาท่าทาง หรือเรื่องการแต่งตัว พักนี้ผมก็เริ่มโมดิฟายตัวเองใหม่หลายๆอย่างแล้ว เพราะจะทำตัวเป็นเด็กตลอดไปก็คงไม่ดี

ถึงมีสิ่งที่ต้องเสียไป แต่สิ่งที่ได้มาจากช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ก็มีข้อดีหลายอย่างเหมือนกันนะครับ เช่นว่า ความคิดและประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามา ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้ หรือรู้จักวิธีคิดหลายๆอย่าง ที่เมื่อตอนที่ยังเด็กกว่านี้ อาจจะยังคิดไม่ได้มากเท่าที่ควร

วันเกิดปีนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากถ่อไปถึงนครปฐมเพื่อไหว้พระปฐมเจดีย์เอาฤกษ์เอาชัยกับแม่สองคน (เอ้อ...จะว่าไปนี่ก็เรียกว่าทำอะไรมากแล้วล่ะนะ)

แม้จะไม่มีงานฉลองอะไร เหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังยินดีที่มีคนจำได้ แม้จะไม่มาก แต่ก็ล้วนเป็นคนที่อยากให้จำได้ทั้งนั้น ซึ่งก็ทำให้มีความสุขจริงๆที่ได้รับความรักและความยินดีจากพวกเขา ทำให้รู้สึกว่าอีก 25ปีจากนี้ไป ก็น่าจะยังเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอยู่ได้บ้างล่ะนะครับ

เอนทรี่นี้ก็ไม่มีอะไรจะเขียนมาก แต่ก็อยากจะเขียนเพราะเขียนมาแล้วทุกปี เพราะรู้สึกดีมาก เวลาที่ได้รับคำอวยพรดีๆจากทุกคน เอาเป็นว่าขอบคุณที่แวะเข้ามาดู รวมไปถึงคำอวยพรดีๆที่ผมอาจจะได้รับด้วยนะครับ (มัดมือชกซะเลย 555)

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้านะครับ บายๆ ^ ^



Tharadon D.
View full profile