2008/Apr/24

ผมเพิ่งรู้ตัวอีกครั้ง ว่าวันเวลาได้ผ่านไปอีกหนึ่งปีแล้ว ก็เมื่อตอนที่ผมได้กลับไปที่วัดที่ผมเคยบวช ในวันสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่นานนี้นี่เอง

ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว ผมก็ยังเป็นพระหนุ่มองค์หนึ่งที่ใกล้จะสึกเต็มแก่ มีชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง และยังคงมุ่งมั่นและวางแผนในการทำอะไรหลายๆอย่างหลังจากที่สึกออกไป และเมื่อมองย้อนกลับมาในปีนี้ ผมก็ยังเป็นผมคนเดิมที่แก่ขึ้นอีกนิดหน่อย อายุมากขึ้น และก็มีอะไรหลายอย่างที่ผมได้ทำ และมีอีกหลายอย่างที่ผมยังทำไม่ได้ รวมไปถึงที่ยังไม่ได้ทำ

น่าแปลกว่าถึงแม้ว่าผมจะเปลี่ยนจากปีที่แล้วไปมากหลายๆอย่าง แต่อย่างหนึงที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนั่นก็คือวัดเล็กๆแห่งนี้ ทุกๆอย่างนับตั้งแต่ทางเดินเข้าประตู ยาวไปถึงกุฏิและศาลาต่างๆ ล้วนอยู่ในสภาพที่แทบจะหยุดนิ่งนับตั้งแต่วันที่ผมได้สึกออกไปเลย

มีเพียงสิ่งหนึ่งที่ยืนยันกับผมได้ ว่าวันเวลาได้ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว นั่นก็คือ ต้นไม้ที่เคยช่วยกันปลูกกับพระและเณรที่บวชในช่วงนั้น เพื่อปรับสภาพหน้าดินของวัดอีกฝั่งหนึ่งที่แห้งแล้ง จากต้นเล็กๆที่เคยเป็นแค่หน่อหรือต้นไม้กระถางขนาดย่อมๆ บัดนี้กลับเติบโตขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ซึ่งรวมไปถึงหน้าดินที่ดูชุ่มชื้นและไม่แห้งผากเช่นเก่าเมือนที่เคยจำได้ว่าต้องขุดต้องรดน้ำแทบตาย กว่าที่จะเอาต้นไม้เหล่านี้ยัดลงไปในดินได้

แน่นอนว่านอกจากมันจะทำให้ผมรู้ตัวว่าเวลาได้ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว มันยังทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่อย่างน้อยๆ ก็มีบางอย่างที่ผมทำ ได้เติบใหญ่และงอกงามอย่างสมความตั้งใจ 

แม้ว่าจะมีอะไรอีกหลายอย่าง ที่ยังไม่งอกงามอย่างที่หวัง หรืออาจจะมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง ที่ไม่ว่าจะก้าวไปเท่าไหร่ก็ยังไปไม่ถึงหรือมองไม่เห็นฝั่งเสียที แต่เมื่อผมยืนอย่างสงบ มองไปที่ต้นไม้อีกริมฝั่งหนึ่ง ที่ซึ่งพวกมันเหล่านั้นงอกงามและออกดอกสวยงามเบ่งบานอยู่ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ผมพอใจแล้วล่ะ....

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ป.ล.ขอโทษนะครับ อัพบลอกครั้งแรกในรอบ 2 เดือนไม่มีอะไรสนุกๆให้อ่านสมกับที่ให้รอเลย 5555

แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ สำหรับใครก็ตามที่ยังแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนบลอกแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ แม้ว่ามันจะไม่อัพเดทอะไรสักทีก็ตาม ขอบคุณมากๆนะครับ ^ ^

2008/Feb/13

----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

เมื่อจดหมายนี้ได้ ไปถึงซึ่งมือของเธอ
ข้อความต่อจากนี้ จะแทนใจฉัน ที่มันพร่ำเพ้อ
จากวันนั้นที่ฉัน ได้พบสบตาของเธอ
จวบจนวันสุดท้าย ฉันยังประทับใจเสมอ

ถึง เขาคนนั้น

นับตั้งแต่วันแรกที่เราได้เจอกัน นี่ก็ผ่านมานานมากแล้วสินะ นานเสียจนแม้แต่ตอนนี้ที่เราย้อนนึกกลับไป ก็ยังแทบจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ว่ามันเกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว

เราคงบรรยายออกมาหมดไม่ได้ ว่าช่วงเวลาที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นยังไง หรือมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะกาลเวลาก็ได้ชะล้างความทรงจำเก่าๆของเราออกไปเรื่อยๆ และเมื่อครั้งที่ทุกอย่างมันยังดำเนินอยู่อย่างปกตินั้น เราก็กลับคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาๆของชีวิต จนไม่ได้คิดใส่ใจที่จะบันทึกหรือเก็บไว้ในความทรงจำให้แน่นหนาเลยแม้แต่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้น พอได้ระลึกถึงเศษเสี้ยวของความทรงจำเมื่อตอนนั้นเมื่อไร เราก็ยังรู้สึกว่ามันยังเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจชุ่มชื้นขึ้นมาได้ทุกครั้งจริงๆ



* ที่ฉัน นั้นได้รัก กับคนที่ดีเช่นเธอ
ถึงแม้จะสั้นนัก กับเวลาที่เราได้เจอ

ต่อจากนี้คนดี หากเธอเหงาเมื่อไหร่
โปรดอ่านจดหมาย ที่แนบความรัก ไว้แทนกำลังใจ

ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นจะไม่ได้ยาวนานเท่าไหร่นัก ถ้าเทียบกับชีวิตที่ผ่านมาทั้งชีวิตของเราแล้ว แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาดีๆอีกช่วงหนึ่งของชีวิตที่ทำให้เรามีความสุข จนรู้สึกขอบคุณตัวเองมากที่ครั้งหนึ่งได้เคยพบกับคนที่ดีมากๆเช่นนี้ 

แต่เพราะไม่เคยคิดได้ว่า คนเรานั้น เมื่อมีพบเจอกันแล้ว ก็ย่อมต้องมีการลาจากเป็นธรรมดา เพราะทุกคนย่อมต้องมีเส้นทางเดินของตัวเอง แม้ว่าจะเป็นคนที่รักหรือสนิทกันแค่ไหนแล้ว แต่ในช่วงหนึ่งของชีวิต ก็ย่อมต้องมีทางที่แยกจากทั้งนั้น

ดังนั้น จดหมายฉบับนี้คงจะยังช่วยบอกได้ว่า เรายังคงไม่ลืม และยังคงจดจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้เสมอ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนเช่นตอนที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ยังระลึกถึงได้เสมอ

จดหมายนั้น ว่ากันว่า เป็นตัวแทนของความปรารถนาดีและความห่วงใย จดหมายนั้นแม้ว่าจะส่งถึงช้าและไม่ทันใจเหมือนกับ E-mail หรือ MSN แต่ก็เป็นสิ่งที่คงทนและสามารถเก็บไว้ได้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม และเมื่อใดที่เราได้หยิบจดหมายนั้นขึ้นมาอ่าน รับรองว่าความรู้สึกดีๆที่มีต่อจดหมายนั้น ก็ยังผลิบานได้ทุกเมื่อไม่เคยร่วงโรย

เราเชื่อว่าเมื่อใดที่ใครคนนึง ตั้งใจเขียนจดหมายเพื่อส่งไปให้ใครอีกคนนึง เพื่อบอกเล่าให้ใครคนนึงได้รับรู้สิ่งที่อยู่ในใจของเขา แน่นอนว่านั่นย่อมเป็นจดหมายที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่ามหาศาลที่ไม่มีสิ่งใดที่มาเทียบได้ และด้วยเหตุนี้ เราจึงลงมือเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา



* ที่ฉัน นั้นได้รัก กับคนที่ดีเช่นเธอ
ถึงแม้จะสั้นนัก กับเวลาที่เราได้เจอ

หากคิดถึงเมื่อไร จำไว้ว่าฉันยังอยู่
จะห่างกันเพียงไหน ฉันจะอยู่ใกล้ แค่เธอเปิดอ่านดู

จะห่างกันเพียงไหน ฉันจะอยู่ใกล้ และจะคอยเฝ้าดู...

ดังนั้น เราเชื่อว่า จดหมายฉบับนี้คงจะบอกได้ว่า มันเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยที่ตัวผู้เขียนมีต่อผู้รับแค่ไหน และแม้ว่าจะต้องห่างไกลกันเพียงใด แต่จดหมายที่ส่งไปให้นี้ก็คงเป็นตัวแทนจากใจของผู้ส่งได้ดีที่สุด

แม้วันนี้ เส้นทางของเราได้แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง และคงต้องไกลห่างกันไปโดยไม่สามารถกลับมาบรรจบได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะทำเช่นใดก็ตาม

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่แม้แต่ระยะทาง กาลเวลา ความห่างไกล ก็ยังไม่อาจยับยั้งมันได้ เพราะเมื่อได้ส่งออกไปแล้ว ระยะทางและความห่างไกลจะมากเท่าใด มันก็ยังไปถึง กาลเวลาจะนานเท่าใด แต่ความรู้สึกดีๆในนั้นก็ยังคงอยู่ทุกครั้งที่ได้เปิดอ่าน

นั่นก็คือ จดหมาย ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและปรารถนาดีของผู้เขียนที่มีต่อผู้ส่งนั่นเอง...  

ดังนั้น ขอให้รู้ไว้นะ ว่ายังคิดถึงและขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้ทำร่วมกันเสมอ ขอบคุณจริงๆ

ด้วยรักและผูกพัน 

จาก ใครคนหนึ่ง

 

ป.ล. แม้ว่าจดหมายรักฉบับนี้ จะส่งไปไม่ถึงมือนายก็ตาม แต่เราก็เชื่อว่า จดหมายรักฉบับนี้ อาจจะช่วยให้ใครก็ตามที่ได้อ่านมัน ได้รู้สึกว่า จดหมายนั้น เป็นสิ่งมีค่ามากมายกว่าที่คิดเพียงใด

และหากว่าใครก็ตาม เริ่มคิดที่จะส่งจดหมายรักไปให้ใครก็ตามโดยไม่ต้องจำกัดว่าจะต้องเป็นคนรักที่เป็นคู่รัก แต่ขอให้เป็นคนที่เขารัก ห่วงใย และปรารถนาดีได้นั้น เราก็เชื่อว่าจดหมายนี้คงมีคุณค่าอันหาที่ใดเปรียบไม่ได้แล้วอย่างแน่นอน

 

letterletter

ป.ล.2 ขอบคุณแรงบันดาลใจในการเขียน Entry นี้ จากภาพยนตร์และเพลงโปรด อย่าง The Letter จดหมายรัก อีกหนึ่งหนังไทยและเพลงไทยที่เมื่อใดที่หยิบมาดูหรือหยิบมาฟัง เป็นต้องได้ร้องไห้กับความซาบซึ้งของตัวหนังทุกครั้งไป

ขอบคุณที่ได้สร้างสรรค์ผลงานที่น่าประทับใจเช่นนี้ขึ้นมาจริงๆครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

เพลงประกอบ Entry : จดหมายรัก 

ศิลปิน : นพ ภรชำนิ

อัลบั้ม : เพลงประกอบภาพยนต์ The Letter จดหมายรัก

2008/Jan/07

ระหว่างที่กำลังยุ่งๆกับเรื่องงานอยู่จนไม่ได้เข้าบลอก ผมก็รู้สึกตัวได้ว่ามีอยู่คำๆหนึ่งที่ผมลืมพูดกับเพื่อนๆทุกคนในที่นี้ไป ทั้งๆที่ก็ทำเป็นธรรมเนียมมาตลอดอยู่ทุกปี และคงจะเป็นการเสียมารยาทเอามากๆ ถ้าจะไม่ได้พูดมันออกไป

ดังนั้นถึงปีนี้ผมจะไม่ได้อัพอะไรยาวๆเหมือนปีก่อนๆ แต่ผมก็อยากจะบอกทุกคนนะครับว่า...

 

 

 

 

 For Happy New Year

สวัสดีปีใหม่ 2008 ครับ ขอให้ปีนี้เป็นอีกปีที่ดีสำหรับทุกคนนะครับ

ขอให้ทุกๆคนมีอารมณ์ที่สดใสในหน้าร้อน มีชีวิตที่ชุ่มชื่นในหน้าฝน และมีหัวใจที่อบอุ่นในหน้าหนาว และไม่ว่าจะเป็นวันไหนๆในฤดูกาลใดๆของปีนี้ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะครับ ^ ^

ปีนี้เสียดายอย่างเดียวว่า ผมไม่ได้ทำการ์ดปีใหม่สำหรับแจกคนอื่นเหมือนในปีก่อนๆ ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำให้เป็นธรรมเนียมประจำไปทุกปี แถมปีนี้ก็มีหลายๆรายมากด้วยที่เตรียมลิสต์ไว้ในรายชื่อแล้วว่าต้องขอบคุณมากๆสำหรับความช่วยเหลือต่างๆทั้งด้านการงานและด้านอื่นๆตลอดปี 2007 ที่ผ่านมานี้ ก็เอาเป็นว่าขอมารวบยอดอวยพรหมู่แบบนี้ก็แล้วกันนะครับ T - T 

เกี่ยวกับภาพนี้ จริงๆแล้วภาพนี้เป็นรูปที่ทำในงานหนึ่งสือเล่มหนึ่งครับ แต่เป็นภาพสีภาพหนึ่งที่ผมชอบเอามากๆเท่าที่เคยทำมาเลย และคิดว่าน่าจะเหมาะกับการอวยพรในเทศกาลแบบนี้ดี เลยเอามาใช้เป็นการ์ดอวยพรปีใหม่สำหรับทุกคนในปีนี้เลยนะครับ ^ ^ (ไม่ได้เล่นง่ายนะ แต่ผมชอบจนอยากให้ทุกคนจริงจริ๊งงงง 555)

แล้วก็ขอบคุณมากๆนะครับ สำหรับการ์ดหรืออีเมล์อวยพร สำหรับใครก็ตามที่ส่งมาให้ ผมได้รับเรียบร้อยและขอบคุณมากจริงๆครับ ยังไงก็ขอให้พรใดๆที่ทุกท่านอวยพรมา จงส่งกลับสู่ตัวทุกประการด้วยนะครับ

ขึ้นชื่อว่าปีหนู จริงๆแล้วเป็นปีเกิดของผมเองด้วยล่ะครับ ก็อยากรู้เหมือนกันนะครับ ว่าในปีเกิดตามราศีของตัวเองแบบนี้ ตัวผมจะมีชะตาชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง ก็หวังว่าจะเป็นอีกปีที่ดีเช่นเดียวกับทุกๆคนนะครับ

เอาเป็นว่า แล้วพบกันใหม่ใน Entry หน้าครับผม บายๆ

Questa Bossa Mia Cover

ป.ล. เผื่อมีคนอยากรู้ เพลงประกอบ Entry ในคราวนี้ ชื่อเพลงว่า " Sul Cocuzzolo " เป็นเพลงจาก Lisa Ono ผู้หญิงที่ทำให้ผมมีความสุขได้ทุกๆครั้งที่ได้ฟังเพลงของเธอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนๆของในแต่ละปีก็ตาม เพลงนี้มาจากอัลบั้ม Questa Bossa Mia ฟังแล้วได้อารมณ์อยากจะออกไปเดินเล่นกลางแสงแดดอ่อนๆดีไหมครับ ^ ^



Tharadon D.
View full profile