แหม เพิ่งรู้ตัวว่าพักหลังนี้ห่างหายจากโหมดบ่นไปนานพอสมควร แสดงว่ารอบตัวมีแต่เรื่องดีๆ น่าขุ่นเคืองน้อยลงเยอะขึ้นสินะแต่แล้ว วันนี้ หลังจากหลั่นล๊ากับการพรีเซนต์รายงานที่ผ่านไปได้ด้วยดี ก็มีเรื่องให้ขุ่นเคืองจนต้องบ่นอีกจนได้
สำหรับประเด็นที่จะบ่นในวันนี้ ก็อย่างที่บอกไปในหัวเรื่องทู้แล้วว่าเกี่ยวกับเรื่องของคนที่กินเหล้านั่นเอง แหม ก็มันน่าขุ่นเคืองจนทนไม่ไหวนี่นะ
ออกตัวก่อนว่า โดยปกติแล้วผมไม่ใช่คนชอบดื่มเหล้า แต่ก็ไม่ได้แอนตี้อะไรกับคนที่ดื่มเหล้าสักเท่าไหร่ ถ้าไม่มาระรานหรือสร้างความเดือดร้อนอะไร คือจริงๆแล้วผมไม่ค่อยแคร์ว่าใครจะทำอะไรกับชีวิตของเขาหรอกนะ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำนั่นเป็นเรื่องที่ดีแล้วและดูแลตัวเองได้ไม่ให้เสียระเบียบชีวิตก็โอเค
วันนี้มีการพรีเซนต์รายงานวิชาหนึ่ง เกี่ยวกับปรัชญาสังคม ซึ่งประเด็นของกลุ่มที่นำเสนอในวันนี้คือ สถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยนั่นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่
รวมๆแล้ว การนำเสนอไปสรุปลงตรงที่ว่า การตั้งสถานบันเทิงไว้ใกล้มหาลัยมันเป็นสิ่งที่ผิด เพราะรัฐไม่ยอมแก้ไขปัญหา หรืออกกฏปราบปรามอย่างจริงจัง แต่สถานบันเทิงกลางคืนทั้งหลายก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียหมด เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวผู้เที่ยวเองนั่นแหล่ะ
แต่แล้วก็มีคนถามขึ้นว่า " ถ้าเราไม่ควรไปกินเหล้าที่ผับเพราะไม่ปลอดภัยแล้ว เราจะไปกินที่ไหนได้ล่ะ"
คนในกลุ่มก็ตอบว่า " ก็ถ้าไม่มีที่ไป ก็มากินที่ซุ้มก็ได้ อย่างน้อยๆมันก็ปลอดภัยกว่า"
ซุ้มที่ว่านี่ คือซุ้มคณะนะครับ ซุ้มคณะก็คือซุ้มที่ๆนักศึกษาในแต่ละภาควิชาจะเอาเก้าอี้หรือจัดสวนเอาไว้เป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับนักศึกษาคณะนั้นๆ ใช้ร่วมกันเหมือนเป็นที่พบปะประเภทหนึ่ง โมเมว่าเข้าใจนะครับ ขี้เกียจอธิบาย
จริงๆแล้วการกินเหล้าที่ซุ้มนั่นก็ไม่แปลกอย่างที่เขาว่าหรอกครับ ถ้าไม่ติดว่าไอ้ซุ้มที่ว่านั่นน่ะ มันอยู่ในมหาลัยเอง แล้วลองนึกภาพนักศึกษานั่งกินเหล้ากันในมหาวิทยาลัยนะครับ น่ารักน่าเอ็นดูไม่หยอก
หลังจากรายงานเสร็จ อาจารย์ก็รู้สึกติดใจตรงคำพูดดังกล่าวเหมือนกัน เลยถามว่า การกินเหล้าที่ซุ้มนั้นถือเป็นสิ่งที่ดีจริงๆเหรอ ในเมื่อวิทยาลัยเองก็พยายามออกกฏไม่ให้นักศึกษาดื่มสุราในมหาวิทยาลัยแล้ว
ตัวแทนนักศึกษากลุ่มนั้นก็ตอบว่า " เป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะถ้าเรากินที่ซุ้ม เราก็ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะคงไม่มีใครทำอะไรกันที่นั่นอยู่แล้ว อีกอย่างพอเมาก็จะได้กลับหอได้ง่าย เพราะอย่างน้อยเราก็ยังอยู่ในมหาลัย "
" อีกอย่างนึง การที่มหาวิทยาลัยออกกฏมา ในทางปฏิบัติมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพื่อนหนูขนาดกินเหล้าที่ซุ้มตอนดึกๆ ออกไปซื้อเหล้าเข้ามาในมหาลัยผ่านหน้ายามยังไม่มีใครว่าเลย หนูว่าต่อให้มีคนมานั่งกินกันหน้าตึกอธิการบดีก็คงไม่มีใครสนใจหรอก"
"แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ยังไงล่ะ" อาจารย์ถาม
ยัยคนนี้ก็พล่ามต่อไป " อ๋อ ก็เราต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของผู้ใหญ่หลายๆฝ่ายนะคะ คือถ้าเราออกกฏมาแล้ว ก็ควรจะลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแค่การออกกฏให้ตัวเองดูดีเท่านั้น แต่ไม่มีการนำไปปฏิบัติจริงจัง อย่างยามเนี่ย ถ้าไปชวนให้มากินเหล้าด้วยก็ยังได้เลย "
อาจารย์ "..."
ผมฟังแล้วก็รู้สึกอนาถใจนะครับ ไม่เคยคิดเลยว่จะมีใครพูดอะไรที่แบบว่ามัน "ไร้สติ" ออกมาได้ถึงขนาดนี้ แถมยังเป็นรุ่นน้องคณะเดียวกันอีกต่างหาก การกินเหล้าไม่ใช่สิ่งที่ผิด และการกินเหล้าเพื่อคลายเครียด รึเพื่อให้สมองผ่อนคลาย หาเพื่อนใหม่ๆ ได้เจอสังคมใหม่ๆก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ไอ้การบอกว่า ที่เขากินในมหาวิทยาลัยได้เพราะไม่มีใครห้าม นั่นเป็นคำแก้ตัวที่ถูกต้องแล้วเหรอ หรือพวกเขาลืมไปว่า ตัวเขาเองนั่นแหล่ะที่เป็นคนขาดจิตสำนึกที่ดีในการเคารพสถานที่ และเป็นคนเอาเหล้าเข้ามากินในมหาวิทยาลัยเอง มันก็แค่การโบ๊ยความผิดไปที่คนอื่นเท่านั้นแหล่ะ
ก็เขาไม่ห้ามนี่คะ หนูกับเพื่อนเลยเอามากิน ตอบอะไรได้" เกรียน "อย่างไม่น่าเชื่อเหลือเกิน ทำไมหนูไม่คิดบ้างละคะ ว่าหนูควรจะมีสามัญสำนึกหรือมีสมองไตร่ตรองว่าอะไรเป็นเรื่องที่ควรหรือไม่ควรทำ ก่อนที่จะมาโยนความผิดให้ผู้ใหญ่แบบเอาสีข้างเข้าถูขนาดนี้ จริงอยู่ว่าเรื่องการออกกฏระเบียบแล้วไม่ปฏิบัติอย่างจริงจังก็เป็นเรื่องที่ผิด แต่การโยนความผิดให้คนอื่นฝ่ายเดียวแล้วคิดว่าตัวเองถูกเนี่ยมัน แย่ดักดานกว่าเยอะเลยนะ
หรือผมเองกำลังจะกลายเป็นกระต่ายขี้บ่นแก่ๆไปแล้วนะ ถึงได้รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้คนเราคิดอะไรกันมักง่ายเหลือเกิน โดยเฉพาะกับเด็กรุ่นหลังทั้งหลาย เอะอะก็สิทธิส่วนบุคคล หรือไม่ก็ตูเป็นวัยปัจเจกชน ทำอะไรก็ไม่ผิด น่าแปลกใจที่ไม่มีใครเคยคิดแบบ Spiderman บ้างว่า พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่นั้น มันย่อมมาคู่กับความรับผิดชอบเสมอ การกินเหล้าน่ะ ไม่ใช่เรื่องผิดหรอก แต่คนกินบางคนที่ไร้จิตสำนึกที่ดีนี่สิที่ผิด
ผมเชื่อเสมอว่า คนเราทุกคนมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการอย่างมีอิสระ แต่การจะทำอะไรอย่างอิสระนั้น จำเป็นต้องมีสามัญสำนึกและความรับผิดชอบประกอบอยู่ด้วย ไม่งั้นก็จะกลายเป็นแค่ วัยรุ่นสุด Cool ในสายตาเพื่อนๆ แต่ข้างในกลวงโบ๋เท่านั้นแหล่ะ
เฮ่อ ฟังแล้วก็หงุดหงิด จริงๆเรื่องของวัยรุ่นนี่ยังมีให้บ่นอีกเยอะนะครับ ไม่ว่าจะเด็กไร้มารยาทประเภทที่คิดว่าอินเตอร์เนทคือที่เอาไว้ระบายอารมณ์ หรือเด็กที่คิดว่า "ความหยาบคายคือความจริงใจ สุภาพนั้นไซร้คือใส่หน้ากาก" และดูเหมือนนับวันมันจะเริ่มเป็นแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ บอกตรงๆว่าเคืองครับ เคืองจริงๆ...
ด้วยความเคารพอย่างสูง
กระต่ายขี้บ่น ที่กำลังอะหลั่นลัลล๊าเพราะพรีเซนต์วิจัยไปได้สวย
รายงานสด จากห้องคอม มช.
ขอบคุณทุกท่านสำหรับการรับฟังการบ่นระบายอารมณ์เพียวๆในครั้งนี้
(แล้วก็จะมีอ่านการ์ตูนให้ติดตามเยอะขึ้นด้วย อุอุ
)