เช้าวันหนึ่ง(ซึ่งจริงๆแล้วมันคือวันอังคารที่ 22 ที่ผ่านมานี้)ขณะที่ผมกำลังนอนงัวเงียอยู่บนเตียง แม่ผมเดินเข้ามาเรียกผมแล้วบอกว่า
" โอม แม่กับพี่ไปสมัครสอบ...ไว้ให้ ไปสอบด้วยนะ "
ผมที่กำลังมีสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยตอบอือๆออๆไปเพราะอยากตัดบทสนทนาเร็วๆ
" สอบพรุ่งนี้นะ " ซึ่งมันหมายถึงวันพุธที่ 23 นี้
ผม "สอบ สอบอะไรนะ....." ผมเริ่มมีสติขึ้นมานิดนึง
" สอบ TOEIC ไปสอบด้วยนะ สมัครไว้ให้แล้ว" แม่ผมทวนซ้ำเหมือนกลัวไม่ได้ยิน
ผมนึกถึงเมื่อคืนวันจันทร์ที่แม่โทรมาตอนที่ผมยังไม่ถึงบ้านว่ามีเรื่องจะบอกให้รีบกลับด้วย(แต่ในที่สุดก็กลับไม่ทัน แม่นอนไปก่อน) พลางนึกในใจว่านี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!!
" อ้อ...แม่ยังไม่ได้จ่ายค่าสมัคร ไปแล้วก็อย่าลืมไปจ่ายด้วยนะ โอม" แม่ผมรีบพูดแล้วชิ่งหนีไปในบัดดล
ผม "......"

TOEICคือการสอบวัดความรู้ในด้านภาษาอังกฤษประเภทหนึ่ง ซึ่งมักจะใช้ในสายงานเกี่ยวกับงานบินและงานโรงแรม งานบริการ หรือพวกพยาบาลเสียส่วนใหญ่(เท่าที่ทราบมา) ซึ่งในแง่ของความนิยมแล้วก็ถือว่าเป็นการสอบที่มีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือได้ในวงกว้าง แต่อาจจะเป็นรองเพียง TOFEL ซึ่งจะเป็นหลักสูตรที่ยากกว่า
เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมตื่นขึ้นมาโดยเพิ่งทราบว่า ผมจะต้องไปสอบไอ้ TOEIC เนี่ยในวันพรุ่งนี้ สาเหตุที่ต้องไปสอบนั้นผมก็ไม่ทราบ(แต่คิดว่าทางบ้านกำลังวางแผนล่อลวงให้ผมไปสมัครงานอย่างอื่นอยู่) สาเหตุที่ต้องรีบสอบนั้นก็ไม่ทราบ(คาดว่าน่าจะคล้ายๆข้อแรก) สาเหตุที่เพราะอะไรต้องมาบอกให้รู้ก่อนวันสอบหนึ่งวัน แทนที่จะบอกล่วงหน้าสักสองสัปดาห์ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน(กลัวผมไม่ไปสอบมั้ง) ซึ่งนั่นทำให้ผมหงุดหงิดพอสมควรมากกับการมัดมือชกกันขนาดนี้
แล้วสอบที่ว่าก็ไม่ใช่ไปสอบเล่นปั่นแปะที่ไหน แต่ดันเป็นการสอบวัดระดับ TOEIC ซะด้วย อื้อหือ..ตอนนั้นผมนอนต่อไม่ลงเลยล่ะครับ แถมยังรู้สึกปั่นป่วนในท้องอีก(เครียดจัด) ที่เครียดนี่ไม่ใช่เพราะกังวลเรื่องสอบนะครับ แต่ค่าสมัครมันตั้ง 1000 บาท แล้วไปสอบแบบที่ว่าไม่มีเวลาเตรียมตัวเลยเนี่ย ก็เท่ากับเอาเงินไปโปรยเล่นแน่ๆ เล่นมีเวลา 24 ชม.ในการเตรียมตัวสอบแบบนี้ โอย...จะบ้าตาย
แน่นอนว่าในตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า TOEIC มันคืออะไร(นอกจากว่ามันคือการสอบภาษาอังกฤษแบบหนึ่ง) พอลุกขึ้นมาจากเตียงอีกทีตอน 10 โมงกว่าๆ ผมก็เลยต้องโทรไปหาคนนู๊นคนนี้มากมายเพื่อหาข้อมูล (ขอโทษใครที่ผมโทรไปรบกวน+บ่น+ระบายความเครียดในตอนนั้นด้วยนะครับ แหะๆๆ) แต่สรุปแล้วไม่มีใครที่ผมรู้จักเคยสอบ TOEIC เลยแฮะ
เที่ยงเป๊ะ ผมก็เลยต้องรีบแล่นออกไปร้านเนทแถวบ้าน นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบ TOEIC ยังดีที่ไปเจออันที่มีประโยชน์อยู่เยอะพอสมควร แถมอยู่ดีๆ จูน เพื่อนสนิทสมัยมัธยมก็โทรมาให้ได้ระบายความเครียดพอดี เหมือนสวรรค์มาโปรดเพราะพอคุยๆไป จูนก็บอกผมว่ามันเคยไปสอบ TOEIC มาแล้ว โอ้...ตอนนั้นผมแทบจะกรีดร้องด้วยความปิติยินดีจริงๆครับ อะไรมันจะโผล่มาได้จังหวะขนาดนี้ ว่าแล้วเลยรีบนัดมันเจอกันตอนเย็นโดยด่วนเลย

บ่ายสามกว่าๆ ผมก็แล่นจากร้านเนทไปยัง The Mall บางกะปิ ตรงดิ่งไปยังร้านหนังสือนายอินทร์ชั้นสามทันที เพื่อไปหาตัวอย่างข้อสอบTOEIC เนื่องจากว่างบน้อย แถมคิดๆไปแล้วซื้อมาตอนนี้ก็คงไม่มีปัญญาอ่านอยู่ดี เลยแอบเอาสมุดพกกับปากกาเข้าไป แล้วก็หาหนังสือข้อสอบ TOEIC มานั่งอ่านโจทย์แล้วทำลงสมุดพกซะเลย แหะๆๆๆ จริงๆก็เขินพนักงานในร้านเหมือนกันนะครับ เพราะพอมีพนักงานเริ่มสังเกตว่าไอ้นี่มันเอาสมุดกับปากกามาเขียนอะไรยุกยิกๆเนี่ย ผมก็ต้องคอยทำตัวเป็นกระต่ายนินจาหลบไปหลบมา ย้ายที่อยู่ตลอดจริงๆถ้าไปทำแบบนี้ในห้องสมุดก็คงไม่แปลกหรอกครับ แต่นี่มันร้านหนังสืออ่ะนะ แหะๆๆๆ
แล้วผมก็นั่งทำไป นั่งทำไป นั่งทำไปในขณะที่เวลา 24 ชม. ในการเตรียมสอบ TOEIC ของผมก็กำลังลดลงไปเรื่อยๆ
เพื่อให้เอนทรี่ในวันนี้ดูมีคุณค่ามากขึ้น ดังนั้นครูกระต่ายแห่งสถาบัน ครูม่อง(คู่แข่ง Kumon) ก็จะมาขออธิบายเกี่ยวกับข้อสอบ TOEIC คั่นเวลาให้นักเรียนทุกคนที่เข้ามาอ่านบลอคในวันนี้จดจำเอาไว้เป็นวิทยาทานกันนะจ๊ะ(เผื่อมีโอกาสได้ไปสอบกะเขาบ้าง)
"ตะลุยข้อสอบ TOEIC กับครูกระต่าย"
ข้อสอบ TOEIC นั้นแบ่งออกเป็นสองหมวดด้วยกัน นั่นก็คือ ข้อสอบในส่วนของ Reading และ Listening โดยในแต่ละหมวดนั้นก็จะแบ่งออกเป็นหมวดย่อยภายในดังนี้
LISTENING TESTแบ่งเป็นสี่หมวดย่อย / 100 ข้อ
1. ฟังคำอธิบายเกี่ยวกับภาพ 30 ข้อ- ในหมวดนี้จะมีรูปตัวอย่างให้เราดู เราจะต้องฟังและบอกให้ได้ว่าข้อไหนกันแน่ที่เขากำลังพูดถึงภาพนี้อยู่
Example นะจ๊ะ สมมุติเขาให้ภาพโจทย์มาแบบนี้

(สมมุติว่าเป็นเสียงฝรั่งแถบแสกนดิเนเวียพูด)
A.They'recoming fromSritanya Hospital.
B. These Girls's Hobbieare Playหมากเก็บ.(ก็ดูสายที่คล้องคอเธอสิ)
C.Four - ModCostume in their New Album"Woo!" areDefinitly Totally Very Very VerySick and Ugly.
D.I Like Pop Music.
ซึ่งคำตอบในข้อนี้ก็คือ ข้อ C นั่นเอง เป็นยังไง ทำกันได้ไหมจ๊ะ นักเรียนของครูกระต่าย
โดยส่วนตัวแล้ว ครูกระต่ายข้อสอบหมวดนี้ง่ายสุดแล้ว สมควรตั้งใจทำเก็บเป็นคะแนนสะสมเอาไว้อย่างแรงนะจ๊ะ เพราะจะเป็นคะแนนช่วยได้ดีมาก
2. เลือกบทสนทนาที่เข้าท่าที่สุด 20 ข้อ - ข้อนี้จะเป็นการฟังบทสนทนาที่อีกฝ่ายถามเรามา และเราต้องเลือกคำตอบที่น่าจะถูกที่สุด โดยจะมีตัวเลือกสามตัวเลือก ตัวอย่างเช่น
(ติ๊ต่างว่าเสียงฝรั่งแก่ๆ) : Have You Ever Seen Four-Mod New MV " เด็กมีปัญหา"Before ?
A. I Like Pop Music and I Love Swimming.
B. Four-Mod Means There are4 Ants.
C. Yes, And I Love it Very Much. Eventhough Their Cloth are Look Awful To Me.
คำตอบที่ถูกต้องคือข้อไหนจ๊ะ นักเรียน ถ...ถูกต้องนะจ๊ะ นั่นคือข้อ C นั่นเอง
โดยส่วนตัวแล้วหมวดนี้จะยากกว่าหมวดที่แล้วในระดับหนึ่ง แต่ตัวเลือกส่วนใหญ่ที่ให้มาค่อนข้างง่าย เพราะข้อไหนที่ไม่ใช่เนื้อหาก็จะแบบคนละโลกสุดกู่กับคำถามไปเลย แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อยากๆเลย ดังนั้นอย่าประมาทเป็นดีที่สุด
3 .ฟังบทสนทนาเพื่อจับใจความ 20 ข้อ- ในหมวดนี้ครูกระต่ายขอบอกว่าระดับความยากอัพเกรดขึ้นเยอะมาก โดยจะเป็นการให้เราฟังบทสนทนาโต้ตอบของคนสองคน และเลือกคำตอบที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับบทสนทนามากที่สุด
ตัวอย่าง(สมมุติว่าเป็นฝรั่งพูดภาษาอังกฤษเอาเอง)
A - นี่ ตัวเอง โฟร์-มดชุดใหม่ออกแล้วใช่ป๊ะ
B - Woo! ออกแล้วสิยะ เธอนี่เชยจังนะ
A - งั้นวันจันทร์นี้ฉันขอยืมไปฟังหน่อยดิ
B - ไม่ได้หรอก วันจันทร์เรากะจะไปชอปปิ้งกระเป๋าแบบที่เป็นแฟชั่นรับ winter ชุดใหม่ของ D&G และ Jaspal ที่กระบะลดราคาแถวตะวันนาน่ะ
A- อะๆ ก็ได้ งั้นฉันไปวันมะรืนนะยะ บ๊ายบาย จุ๊บจุ๊บ
B - จ๊ะ จุ๊บๆ
แล้วคำถามก็จะถามประมาณว่านัง A จะไปบ้าน B วันไหน
A. Monday B.Tuesday C.Mother Day D. May Day
คำตอบที่ถูกต้องคืออะไรจ๊ะ นักเรียน ถ...ถูกแล้วจ๊ะ นั่นคือข้อ B. Tuesday นั่นเอง
จริงๆแล้วรูปแบบคำถามนั้นไม่ยากมาก แต่บทสนทนาเกือบ 90% นั้นเป็นบทสนทนาที่มีจุดหลอกเยอะมาก อย่างบทสนทนานี้ คนพูดจะเน้นเสียงตอนพูด "วันจันทร์" ชัดโคตรๆ ในขณะตอนที่พูดว่าจะไปวันมะรืนแทน ไอ้คนพูดจะแกล้งพูดเบาๆและพูดเร็วสุดฤทธิ์ประหนึ่งว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่กี่วินาทีทีเดียวเชียว
4. ฟังข้อความแล้วจับใจความ 30 ข้อ - ในหมวดนี้ถือว่ายากที่สุดในการสอบ Listening เพราะเราจะต้องฟังเสียงพูดเล่าแบบเรื่อยเปื่อยยาวเกือบนาที ซึ่งจะเป็นพวกพวกประกาศลดราคา ตารางเดินรถเมล์ ฯลฯ ที่ยากก็คือเราต้องจำเนื้อหาทั้งหมดให้ได้ว่าพูดเกี่ยวกับอะไรบ้าง และต้องนำไปใช้ตอบคำถามสองสามข้อในบทพูดเดียว ซึ่งต่างจากอันก่อนๆที่เป็นแบบบทพูดนึงต่อคำถามนึง ซึ่งง่ายกว่าในการลำดับความคิด
ตัวอย่างเช่น เสียงพูดพูดถึงห้างที่กำลังลดราคา มีอะไรลดราคาบ้าง อะไรไม่ลดบ้าง มีของแถมกี่โมง ห้างจะเปิดกี่โมงปิดกี่โมง และในวันหยุดพิเศษจะเปิดกี่โมง บลาๆๆๆโดยที่คำถามก็จะถามประมาณว่า 1. มีอะไรลดราคาบ้าง 2.วันที่ห้างเปิดเร็วมีกี่วัน3.ของที่แถมมีจำกัดแค่กี่ชิ้น เป็นต้น
ซึ่งบอกตรงๆว่ายากโคตรๆๆๆๆๆ ระดับความยากถ้าเทียบกับหมวดรูปภาพแล้วก็ประมาณฟ้ากับเหวเลยทีเดียว นักเรียนควรจะระวังข้อสอบหมวดนี้เอาไว้ให้มาก เพราะคะแนนเยอะและยาก ถ้าพลาดละก็เสร็จแหงๆ
READING TEST แบ่งเป็นสามหมวดย่อย /100 ข้อ
1. Cloze Test 40 ข้อ - เติมคำในช่องว่างให้ถูกหลักที่ควรจะเป็น หมวดนี้ถ้ารู้คำศัพท์ + ไวยากรณ์บ้างจะช่วยได้เยอะ
2. Error Checking20 ข้อ - หาจุดผิดที่มีอยู่ในประโยคนั้น ขอบอกเลยว่าอันนี้ยากมากเพราะต้องใช้ความรู้ด้านแกรมม่าสุดขีด
3. Article 40ข้อ - อ่านบทความ ข้อความ ประกาศ ข่าว ฯลฯที่ให้มาแล้วตอบคำถาม ใครนึกไม่ออกให้นึกถึงข้อสอบตอนเอนท์ คล้ายๆกัน แต่ระดับความยากยากกว่าเยอะ เพราะบางทีเป็นเรื่องที่ใช้ศัพท์เฉพาะ อ่านแล้วใช้ตอบได้แค่ ข้อสองข้อ ซึ่งจะทำให้เสียเวลามากในการอ่านเพื่อเอามาตอบอะไรจึ๋งนึง ซึ่งสิริรวมแล้วจะมีบทความให้คุณได้อ่านกันเกือบ 20 ชิ้นทีเดียว
ในหมวด Reading สิ่งที่ต้องใช้มากคือความรู้ด้านคำศัพท์และแกรมม่า รูปแบบการสอบคล้ายๆกับข้อสอบเอนท์แต่ยากกว่าเยอะ
หวังว่าตะลุยข้อสอบ TOEIC ในวันนี้จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจข้อสอบ TOEIC มากขึ้นบ้างนะจ๊ะ เผื่อว่าจะมีใครต้องจับผลัดจับพลูไปสอบภายในวันสองวันแบบครูกระต่าย บทความนี้คงมีประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อยทีเดียว เพราะตอนครูกระต่ายนั่ง Search ในเนทไม่เห็นมีใครเขียนอธิบายเอาไว้บ้างเลย (มีแต่โฆษณาโรงเรียนสอนเตรียมสอบ TOEIC - -")
ขอพลังจงอยู่คู่ตัวท่าน...
ครูกระต่าย
ผมนั่งทำข้อสอบต่อไปจนเย็น เพราะไอ้จูนมาช้ากว่าที่คิด แต่ก็ทำไปได้เยอะเหมือนกัน ถึงจะผิดสะบึมก็ตาม แต่ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างนิดนึง
คุณจูนมาถึงตอนทุ่มนึงเป๊ะๆ หลังจากทะเลาะกันไปมาว่าจะกินอะไร ระหว่างฮาจิบังของมันและเคเอฟซีของผม ในที่สุดก็ได้ไปอุดหนุนผู้พันแซนเดอร์ โทษฐานที่มันมาช้าและผมไม่ชอบทานฮาจิบัง(เนื่องจากทานแล้วไม่อิ่ม)

ผมนั่งฟังจูนอธิบายเกี่ยวกับการสอบ TOEICจนสามทุ่ม(แต่รู้สึกว่าคุยเรื่อยเปื่อยจะเยอะกว่า) จากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน เนื่องจากไม่มีหนังสือ TOEIC ที่บ้านเลยและผมก็ไม่ได้ซื้อติดมาสักเล่ม ก็เลยต้องไปขุดหนังสือสมัยเอนท์มานั่งอ่านแทน ซึ่งเก่าและเชยพอใช้ได้ - -" แต่ก็ถือว่าพอช่วยได้บ้างในแง่ของความรู้ไวยากรณ์ทั่วๆไป เพราะวันนี้นั่งทำข้อสอบในส่วน Reading แล้วผิดเยอะมาก
เวลาเดินผ่านไปถึงตีสาม เนื่องจากตระหนักได้ว่าวันนี้เตรียมสอบแต่ความรู้ในส่วนของ Reading เลยไปคุ้ยหาหนัง Soundtrack สักเรื่องมาดูเพื่อฝึกในส่วน Listening ไว้ ตอนแรกว่าจะเอา Harry Potterแล้ว แต่นึกไปนึกมาหนังพูดอังกฤษแบบอังกฤษมันฟังยาก เลยไปหาหนังอังกฤษสำเนียงอเมริกาอย่าง SpiderMan 2 แทน(ไหนๆก็เพิ่งไปดูภาคสามมาแล้ว)
วิธีฝึกก็คือเอาสกอตเทปปิดซับไตเติ้ลไว้ ซึ่งก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง(รู้เรื่องเพราะมันเคยดูมาแล้วนั่นล่ะ) ดูจบตอนตีห้าเกือบหกโมงเช้า ก่อนมานั่งนึกทบทวนชะตากรรมตัวเองในวันนี้ ก็พบว่าวิธีการฝึกเตรียมสอบ TOEIC ของตัวเองแต่ละอย่างนั้นช่างอนาถาอะไรแบบนี้ แต่ก็อย่างว่าละนะครับ มีเวลาแค่ 24 ชม. เอาอะไรมาก เฮ่อ...
ชะตากรรมในวันสอบของผมจะเป็นอย่างไร... เงิน 1000 บาทจะได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่... หนังสือเอนท์เก่าๆและหนัง Spiderman 2 ของผมจะมีประโยชน์บ้างไหม ไว้มาติดตามต่อในเอนทรี่หน้าละกันครับ วันนี้เขียนยาวเกินละ บายๆครับ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ