2007/May/25

เช้าวันหนึ่ง(ซึ่งจริงๆแล้วมันคือวันอังคารที่ 22 ที่ผ่านมานี้)ขณะที่ผมกำลังนอนงัวเงียอยู่บนเตียง แม่ผมเดินเข้ามาเรียกผมแล้วบอกว่า

" โอม แม่กับพี่ไปสมัครสอบ...ไว้ให้ ไปสอบด้วยนะ "

ผมที่กำลังมีสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยตอบอือๆออๆไปเพราะอยากตัดบทสนทนาเร็วๆ

" สอบพรุ่งนี้นะ " ซึ่งมันหมายถึงวันพุธที่ 23 นี้

ผม "สอบ สอบอะไรนะ....." ผมเริ่มมีสติขึ้นมานิดนึง

" สอบ TOEIC ไปสอบด้วยนะ สมัครไว้ให้แล้ว" แม่ผมทวนซ้ำเหมือนกลัวไม่ได้ยิน

ผมนึกถึงเมื่อคืนวันจันทร์ที่แม่โทรมาตอนที่ผมยังไม่ถึงบ้านว่ามีเรื่องจะบอกให้รีบกลับด้วย(แต่ในที่สุดก็กลับไม่ทัน แม่นอนไปก่อน) พลางนึกในใจว่านี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!!

" อ้อ...แม่ยังไม่ได้จ่ายค่าสมัคร ไปแล้วก็อย่าลืมไปจ่ายด้วยนะ โอม" แม่ผมรีบพูดแล้วชิ่งหนีไปในบัดดล

ผม "......"


TOEICคือการสอบวัดความรู้ในด้านภาษาอังกฤษประเภทหนึ่ง ซึ่งมักจะใช้ในสายงานเกี่ยวกับงานบินและงานโรงแรม งานบริการ หรือพวกพยาบาลเสียส่วนใหญ่(เท่าที่ทราบมา) ซึ่งในแง่ของความนิยมแล้วก็ถือว่าเป็นการสอบที่มีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือได้ในวงกว้าง แต่อาจจะเป็นรองเพียง TOFEL ซึ่งจะเป็นหลักสูตรที่ยากกว่า

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมตื่นขึ้นมาโดยเพิ่งทราบว่า ผมจะต้องไปสอบไอ้ TOEIC เนี่ยในวันพรุ่งนี้ สาเหตุที่ต้องไปสอบนั้นผมก็ไม่ทราบ(แต่คิดว่าทางบ้านกำลังวางแผนล่อลวงให้ผมไปสมัครงานอย่างอื่นอยู่) สาเหตุที่ต้องรีบสอบนั้นก็ไม่ทราบ(คาดว่าน่าจะคล้ายๆข้อแรก) สาเหตุที่เพราะอะไรต้องมาบอกให้รู้ก่อนวันสอบหนึ่งวัน แทนที่จะบอกล่วงหน้าสักสองสัปดาห์ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน(กลัวผมไม่ไปสอบมั้ง) ซึ่งนั่นทำให้ผมหงุดหงิดพอสมควรมากกับการมัดมือชกกันขนาดนี้

แล้วสอบที่ว่าก็ไม่ใช่ไปสอบเล่นปั่นแปะที่ไหน แต่ดันเป็นการสอบวัดระดับ TOEIC ซะด้วย อื้อหือ..ตอนนั้นผมนอนต่อไม่ลงเลยล่ะครับ แถมยังรู้สึกปั่นป่วนในท้องอีก(เครียดจัด) ที่เครียดนี่ไม่ใช่เพราะกังวลเรื่องสอบนะครับ แต่ค่าสมัครมันตั้ง 1000 บาท แล้วไปสอบแบบที่ว่าไม่มีเวลาเตรียมตัวเลยเนี่ย ก็เท่ากับเอาเงินไปโปรยเล่นแน่ๆ เล่นมีเวลา 24 ชม.ในการเตรียมตัวสอบแบบนี้ โอย...จะบ้าตาย

แน่นอนว่าในตอนนั้นผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า TOEIC มันคืออะไร(นอกจากว่ามันคือการสอบภาษาอังกฤษแบบหนึ่ง) พอลุกขึ้นมาจากเตียงอีกทีตอน 10 โมงกว่าๆ ผมก็เลยต้องโทรไปหาคนนู๊นคนนี้มากมายเพื่อหาข้อมูล (ขอโทษใครที่ผมโทรไปรบกวน+บ่น+ระบายความเครียดในตอนนั้นด้วยนะครับ แหะๆๆ) แต่สรุปแล้วไม่มีใครที่ผมรู้จักเคยสอบ TOEIC เลยแฮะ

เที่ยงเป๊ะ ผมก็เลยต้องรีบแล่นออกไปร้านเนทแถวบ้าน นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบ TOEIC ยังดีที่ไปเจออันที่มีประโยชน์อยู่เยอะพอสมควร แถมอยู่ดีๆ จูน เพื่อนสนิทสมัยมัธยมก็โทรมาให้ได้ระบายความเครียดพอดี เหมือนสวรรค์มาโปรดเพราะพอคุยๆไป จูนก็บอกผมว่ามันเคยไปสอบ TOEIC มาแล้ว โอ้...ตอนนั้นผมแทบจะกรีดร้องด้วยความปิติยินดีจริงๆครับ อะไรมันจะโผล่มาได้จังหวะขนาดนี้ ว่าแล้วเลยรีบนัดมันเจอกันตอนเย็นโดยด่วนเลย

บ่ายสามกว่าๆ ผมก็แล่นจากร้านเนทไปยัง The Mall บางกะปิ ตรงดิ่งไปยังร้านหนังสือนายอินทร์ชั้นสามทันที เพื่อไปหาตัวอย่างข้อสอบTOEIC เนื่องจากว่างบน้อย แถมคิดๆไปแล้วซื้อมาตอนนี้ก็คงไม่มีปัญญาอ่านอยู่ดี เลยแอบเอาสมุดพกกับปากกาเข้าไป แล้วก็หาหนังสือข้อสอบ TOEIC มานั่งอ่านโจทย์แล้วทำลงสมุดพกซะเลย แหะๆๆๆ จริงๆก็เขินพนักงานในร้านเหมือนกันนะครับ เพราะพอมีพนักงานเริ่มสังเกตว่าไอ้นี่มันเอาสมุดกับปากกามาเขียนอะไรยุกยิกๆเนี่ย ผมก็ต้องคอยทำตัวเป็นกระต่ายนินจาหลบไปหลบมา ย้ายที่อยู่ตลอดจริงๆถ้าไปทำแบบนี้ในห้องสมุดก็คงไม่แปลกหรอกครับ แต่นี่มันร้านหนังสืออ่ะนะ แหะๆๆๆ

แล้วผมก็นั่งทำไป นั่งทำไป นั่งทำไปในขณะที่เวลา 24 ชม. ในการเตรียมสอบ TOEIC ของผมก็กำลังลดลงไปเรื่อยๆ


เพื่อให้เอนทรี่ในวันนี้ดูมีคุณค่ามากขึ้น ดังนั้นครูกระต่ายแห่งสถาบัน ครูม่อง(คู่แข่ง Kumon) ก็จะมาขออธิบายเกี่ยวกับข้อสอบ TOEIC คั่นเวลาให้นักเรียนทุกคนที่เข้ามาอ่านบลอคในวันนี้จดจำเอาไว้เป็นวิทยาทานกันนะจ๊ะ(เผื่อมีโอกาสได้ไปสอบกะเขาบ้าง)

"ตะลุยข้อสอบ TOEIC กับครูกระต่าย"

ข้อสอบ TOEIC นั้นแบ่งออกเป็นสองหมวดด้วยกัน นั่นก็คือ ข้อสอบในส่วนของ Reading และ Listening โดยในแต่ละหมวดนั้นก็จะแบ่งออกเป็นหมวดย่อยภายในดังนี้

LISTENING TESTแบ่งเป็นสี่หมวดย่อย / 100 ข้อ

1. ฟังคำอธิบายเกี่ยวกับภาพ 30 ข้อ- ในหมวดนี้จะมีรูปตัวอย่างให้เราดู เราจะต้องฟังและบอกให้ได้ว่าข้อไหนกันแน่ที่เขากำลังพูดถึงภาพนี้อยู่

Example นะจ๊ะ สมมุติเขาให้ภาพโจทย์มาแบบนี้

(สมมุติว่าเป็นเสียงฝรั่งแถบแสกนดิเนเวียพูด)

A.They'recoming fromSritanya Hospital.

B. These Girls's Hobbieare Playหมากเก็บ.(ก็ดูสายที่คล้องคอเธอสิ)

C.Four - ModCostume in their New Album"Woo!" areDefinitly Totally Very Very VerySick and Ugly.

D.I Like Pop Music.

ซึ่งคำตอบในข้อนี้ก็คือ ข้อ C นั่นเอง เป็นยังไง ทำกันได้ไหมจ๊ะ นักเรียนของครูกระต่าย

โดยส่วนตัวแล้ว ครูกระต่ายข้อสอบหมวดนี้ง่ายสุดแล้ว สมควรตั้งใจทำเก็บเป็นคะแนนสะสมเอาไว้อย่างแรงนะจ๊ะ เพราะจะเป็นคะแนนช่วยได้ดีมาก

2. เลือกบทสนทนาที่เข้าท่าที่สุด 20 ข้อ - ข้อนี้จะเป็นการฟังบทสนทนาที่อีกฝ่ายถามเรามา และเราต้องเลือกคำตอบที่น่าจะถูกที่สุด โดยจะมีตัวเลือกสามตัวเลือก ตัวอย่างเช่น

(ติ๊ต่างว่าเสียงฝรั่งแก่ๆ) : Have You Ever Seen Four-Mod New MV " เด็กมีปัญหา"Before ?

A. I Like Pop Music and I Love Swimming.

B. Four-Mod Means There are4 Ants.

C. Yes, And I Love it Very Much. Eventhough Their Cloth are Look Awful To Me.

คำตอบที่ถูกต้องคือข้อไหนจ๊ะ นักเรียน ถ...ถูกต้องนะจ๊ะ นั่นคือข้อ C นั่นเอง

โดยส่วนตัวแล้วหมวดนี้จะยากกว่าหมวดที่แล้วในระดับหนึ่ง แต่ตัวเลือกส่วนใหญ่ที่ให้มาค่อนข้างง่าย เพราะข้อไหนที่ไม่ใช่เนื้อหาก็จะแบบคนละโลกสุดกู่กับคำถามไปเลย แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อยากๆเลย ดังนั้นอย่าประมาทเป็นดีที่สุด

3 .ฟังบทสนทนาเพื่อจับใจความ 20 ข้อ- ในหมวดนี้ครูกระต่ายขอบอกว่าระดับความยากอัพเกรดขึ้นเยอะมาก โดยจะเป็นการให้เราฟังบทสนทนาโต้ตอบของคนสองคน และเลือกคำตอบที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับบทสนทนามากที่สุด

ตัวอย่าง(สมมุติว่าเป็นฝรั่งพูดภาษาอังกฤษเอาเอง)

A - นี่ ตัวเอง โฟร์-มดชุดใหม่ออกแล้วใช่ป๊ะ

B - Woo! ออกแล้วสิยะ เธอนี่เชยจังนะ

A - งั้นวันจันทร์นี้ฉันขอยืมไปฟังหน่อยดิ

B - ไม่ได้หรอก วันจันทร์เรากะจะไปชอปปิ้งกระเป๋าแบบที่เป็นแฟชั่นรับ winter ชุดใหม่ของ D&G และ Jaspal ที่กระบะลดราคาแถวตะวันนาน่ะ

A- อะๆ ก็ได้ งั้นฉันไปวันมะรืนนะยะ บ๊ายบาย จุ๊บจุ๊บ

B - จ๊ะ จุ๊บๆ

แล้วคำถามก็จะถามประมาณว่านัง A จะไปบ้าน B วันไหน

A. Monday B.Tuesday C.Mother Day D. May Day

คำตอบที่ถูกต้องคืออะไรจ๊ะ นักเรียน ถ...ถูกแล้วจ๊ะ นั่นคือข้อ B. Tuesday นั่นเอง

จริงๆแล้วรูปแบบคำถามนั้นไม่ยากมาก แต่บทสนทนาเกือบ 90% นั้นเป็นบทสนทนาที่มีจุดหลอกเยอะมาก อย่างบทสนทนานี้ คนพูดจะเน้นเสียงตอนพูด "วันจันทร์" ชัดโคตรๆ ในขณะตอนที่พูดว่าจะไปวันมะรืนแทน ไอ้คนพูดจะแกล้งพูดเบาๆและพูดเร็วสุดฤทธิ์ประหนึ่งว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่กี่วินาทีทีเดียวเชียว

4. ฟังข้อความแล้วจับใจความ 30 ข้อ - ในหมวดนี้ถือว่ายากที่สุดในการสอบ Listening เพราะเราจะต้องฟังเสียงพูดเล่าแบบเรื่อยเปื่อยยาวเกือบนาที ซึ่งจะเป็นพวกพวกประกาศลดราคา ตารางเดินรถเมล์ ฯลฯ ที่ยากก็คือเราต้องจำเนื้อหาทั้งหมดให้ได้ว่าพูดเกี่ยวกับอะไรบ้าง และต้องนำไปใช้ตอบคำถามสองสามข้อในบทพูดเดียว ซึ่งต่างจากอันก่อนๆที่เป็นแบบบทพูดนึงต่อคำถามนึง ซึ่งง่ายกว่าในการลำดับความคิด

ตัวอย่างเช่น เสียงพูดพูดถึงห้างที่กำลังลดราคา มีอะไรลดราคาบ้าง อะไรไม่ลดบ้าง มีของแถมกี่โมง ห้างจะเปิดกี่โมงปิดกี่โมง และในวันหยุดพิเศษจะเปิดกี่โมง บลาๆๆๆโดยที่คำถามก็จะถามประมาณว่า 1. มีอะไรลดราคาบ้าง 2.วันที่ห้างเปิดเร็วมีกี่วัน3.ของที่แถมมีจำกัดแค่กี่ชิ้น เป็นต้น

ซึ่งบอกตรงๆว่ายากโคตรๆๆๆๆๆ ระดับความยากถ้าเทียบกับหมวดรูปภาพแล้วก็ประมาณฟ้ากับเหวเลยทีเดียว นักเรียนควรจะระวังข้อสอบหมวดนี้เอาไว้ให้มาก เพราะคะแนนเยอะและยาก ถ้าพลาดละก็เสร็จแหงๆ


READING TEST แบ่งเป็นสามหมวดย่อย /100 ข้อ

1. Cloze Test 40 ข้อ - เติมคำในช่องว่างให้ถูกหลักที่ควรจะเป็น หมวดนี้ถ้ารู้คำศัพท์ + ไวยากรณ์บ้างจะช่วยได้เยอะ

2. Error Checking20 ข้อ - หาจุดผิดที่มีอยู่ในประโยคนั้น ขอบอกเลยว่าอันนี้ยากมากเพราะต้องใช้ความรู้ด้านแกรมม่าสุดขีด

3. Article 40ข้อ - อ่านบทความ ข้อความ ประกาศ ข่าว ฯลฯที่ให้มาแล้วตอบคำถาม ใครนึกไม่ออกให้นึกถึงข้อสอบตอนเอนท์ คล้ายๆกัน แต่ระดับความยากยากกว่าเยอะ เพราะบางทีเป็นเรื่องที่ใช้ศัพท์เฉพาะ อ่านแล้วใช้ตอบได้แค่ ข้อสองข้อ ซึ่งจะทำให้เสียเวลามากในการอ่านเพื่อเอามาตอบอะไรจึ๋งนึง ซึ่งสิริรวมแล้วจะมีบทความให้คุณได้อ่านกันเกือบ 20 ชิ้นทีเดียว

ในหมวด Reading สิ่งที่ต้องใช้มากคือความรู้ด้านคำศัพท์และแกรมม่า รูปแบบการสอบคล้ายๆกับข้อสอบเอนท์แต่ยากกว่าเยอะ

หวังว่าตะลุยข้อสอบ TOEIC ในวันนี้จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจข้อสอบ TOEIC มากขึ้นบ้างนะจ๊ะ เผื่อว่าจะมีใครต้องจับผลัดจับพลูไปสอบภายในวันสองวันแบบครูกระต่าย บทความนี้คงมีประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อยทีเดียว เพราะตอนครูกระต่ายนั่ง Search ในเนทไม่เห็นมีใครเขียนอธิบายเอาไว้บ้างเลย (มีแต่โฆษณาโรงเรียนสอนเตรียมสอบ TOEIC - -")

ขอพลังจงอยู่คู่ตัวท่าน...

ครูกระต่าย


ผมนั่งทำข้อสอบต่อไปจนเย็น เพราะไอ้จูนมาช้ากว่าที่คิด แต่ก็ทำไปได้เยอะเหมือนกัน ถึงจะผิดสะบึมก็ตาม แต่ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างนิดนึง

คุณจูนมาถึงตอนทุ่มนึงเป๊ะๆ หลังจากทะเลาะกันไปมาว่าจะกินอะไร ระหว่างฮาจิบังของมันและเคเอฟซีของผม ในที่สุดก็ได้ไปอุดหนุนผู้พันแซนเดอร์ โทษฐานที่มันมาช้าและผมไม่ชอบทานฮาจิบัง(เนื่องจากทานแล้วไม่อิ่ม)

ผมนั่งฟังจูนอธิบายเกี่ยวกับการสอบ TOEICจนสามทุ่ม(แต่รู้สึกว่าคุยเรื่อยเปื่อยจะเยอะกว่า) จากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน เนื่องจากไม่มีหนังสือ TOEIC ที่บ้านเลยและผมก็ไม่ได้ซื้อติดมาสักเล่ม ก็เลยต้องไปขุดหนังสือสมัยเอนท์มานั่งอ่านแทน ซึ่งเก่าและเชยพอใช้ได้ - -" แต่ก็ถือว่าพอช่วยได้บ้างในแง่ของความรู้ไวยากรณ์ทั่วๆไป เพราะวันนี้นั่งทำข้อสอบในส่วน Reading แล้วผิดเยอะมาก

เวลาเดินผ่านไปถึงตีสาม เนื่องจากตระหนักได้ว่าวันนี้เตรียมสอบแต่ความรู้ในส่วนของ Reading เลยไปคุ้ยหาหนัง Soundtrack สักเรื่องมาดูเพื่อฝึกในส่วน Listening ไว้ ตอนแรกว่าจะเอา Harry Potterแล้ว แต่นึกไปนึกมาหนังพูดอังกฤษแบบอังกฤษมันฟังยาก เลยไปหาหนังอังกฤษสำเนียงอเมริกาอย่าง SpiderMan 2 แทน(ไหนๆก็เพิ่งไปดูภาคสามมาแล้ว)

วิธีฝึกก็คือเอาสกอตเทปปิดซับไตเติ้ลไว้ ซึ่งก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง(รู้เรื่องเพราะมันเคยดูมาแล้วนั่นล่ะ) ดูจบตอนตีห้าเกือบหกโมงเช้า ก่อนมานั่งนึกทบทวนชะตากรรมตัวเองในวันนี้ ก็พบว่าวิธีการฝึกเตรียมสอบ TOEIC ของตัวเองแต่ละอย่างนั้นช่างอนาถาอะไรแบบนี้ แต่ก็อย่างว่าละนะครับ มีเวลาแค่ 24 ชม. เอาอะไรมาก เฮ่อ...

ชะตากรรมในวันสอบของผมจะเป็นอย่างไร... เงิน 1000 บาทจะได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่... หนังสือเอนท์เก่าๆและหนัง Spiderman 2 ของผมจะมีประโยชน์บ้างไหม ไว้มาติดตามต่อในเอนทรี่หน้าละกันครับ วันนี้เขียนยาวเกินละ บายๆครับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
หึ หึ หึ หึ หึ หึ หึ หึ หึ หึ
#1  by  Bickboon At 2007-05-25 04:51, 
แต่ผมใช้harry นะ ฟังแล้วมันง่ายดีอ่ะ หรือว่าเราบ้าแฮร์รี่ไปเองหว่า
#2  by  ~:MaD-EyE:~ At 2007-05-25 07:02, 
อ่านแล้วเหงื่อตก...
เรารู้สึกว่าอนาคตเราต้องสอบเอา TOEIC แน่ๆ(เดี๋ยวนี้ใครๆก็สอบกันเหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ไม่เข้าใจเลยแฮะ)
และถ้าสอบจริงๆ เราคงม้วยมรณาตรงหมวด lisening แหงมๆเลย

เป็นการสอบที่ปัจจุบันทันด่วนเหลือเกินนะพี่กระต่าย ยังไงก็ขอให้โชคเข้าข้างคุณพี่นะ

ปล. ชุดโฟร์มด awful จริงๆด้วย...
#3  by  kororo At 2007-05-25 07:09, 
ให้อ่านนี่พอไหวครับ แต่ถ้าให้ฟังนี่ผมคงรอดยาก
บางทีสำเนียงฟังยากก็มี อย่างกับถอดรหัสดาวินชี่
ว่าแล้วก็รอติดตามเอนทรี่หน้า ว่าผลจะเป็นเช่นไร
#4  by  พลจัตวา★ภูภู่ฯ At 2007-05-25 07:50, 

มันไม่ยากอย่างที่คิดหรอกคับ
#5  by  AkE At 2007-05-25 09:09, 
เกลียดภาษาอังกฤษ...
#6  by  Rybio_K At 2007-05-25 09:27, 
เงิบ =3= (ไม่ไหวจะพูด)

ขอสอบ TOEIC ถ้ามันง่ายขนาดที่ครูกระต่ายยกตัวอย่างล่ะก็ ..

ครูใหญ่บินไปสอบตั้งแต่ป.5แล่ว =[]= !!

choice น่าเกลียดเสียจริงๆ - -++ 5555

มันดูคล้ายๆข้อสอบที่โรงเรียนของครูใหญ่อ่ะ

แต่ path ที่ครูใหญ่ชอบที่สุดคือ error นะ ทำกี่ทีก็ได้เต็ม (โฮะๆ >[]< มันอยู่ที่ความรอบคอบด้วยเจ้าค่ะ)

แต่เกลียด article ฟ่ะ เป็นอะไรที่ห่วยมากๆ =_= ม่ายยยยย อ่านจับใจความไม่เก่ง TOT

ขอให้ผลสอบของครูกระต่ายออกมาดีเลิศนะค้า ~
#7  by  JaPaN♀ At 2007-05-25 10:57, 
5555
ขำchoiceมากๆ
อยากลองเปรี้ยวไปสอบเหมือนกันนะ
แต่ผลออกมาคงไม่สวยเหมือนหน้าแน่ๆ
#8  by  ดอกทอง - Mraz Mania At 2007-05-25 11:25, 
มีประดยคมากๆ ครับครูกระต่าย

แต่ถ้าผมจะสอบ TOEIC ขอเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าสัก 3 เดือนนะครับ

แค่ 24 ชั่วโมง คงไม่ไหวสำหรับคนที่มี Memo ในสมองน้อยเช่นผม

เหอเหอ

#9  by  เด็กเกเร At 2007-05-25 12:12, 
ตลกอ่า

แต่ 4-mod อัลบั้มนี้แต่งตัวแย่มากจริงๆ - -'
#10  by  ☆[แป้ง].Haมmy*☆ At 2007-05-25 14:24, 
สามารถมากมากเลยค่ะ ทำได้ไง

ผลออกมาเป็นยังไงอย่าลืมเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
#11  by  Meiko S. At 2007-05-25 14:26, 
ถูกมัดมือชกจริงๆ...

วิธีทวนหาข้อมูลสุดยอดมาก รอติดตามผลสวยๆ นะคะ

...ให้ตายสิซาร่า..ชุดโฟร์มดนั่น..มัน.. (อยากตอบข้อ A ตะหงิดๆ ;p)
#12  by  Tamichi / mhapia At 2007-05-25 20:12, 
อืม...เท่าที่ฟังมา...

วันเดียวท่าจะไม่รอดอ่ะพี่ =_= พูดตามตรง เสียดายตังแทน 55+

แต่เอาเถอะนะ ขอให้สมหวังนะคะ ผลเป็นไง ทำได้ไม่ได้ ก็บอกกันบ้างน้า >_<
#13  by  Sandal Vitreous[รองเท้าแก้ว] At 2007-05-25 20:26, 
ข้อมูลครบถ้วนมากเลยค่ะ

กำลังลังเลอยู่ ว่าจะเสียพันนึงมั้ย
#14  by  *รักเร้น* At 2007-05-25 20:54, 
ไส้แตก
ยี่สิบสี่ชั่วโมง
....
หมวดฟังนี่โหดทมิฬหินชาติมากๆ
เคยคิดจะไปสอบโทเฟลอยู่ ตอนนั้นค่าสอบ 100 ดอล กลัวจะเสียตังเปล่าเลยไม่เอาดีกว่า
#15  by  Lullaby-nocturne (ลู) At 2007-05-25 22:27, 
ยกตัวอย่างได้เดิ้ลลลมากค่ะคุณน้องขา...อิอิ
#16  by  (^_^)/nana At 2007-05-25 23:38, 
สู้ๆนะคะคุณโอม .. แสดงพลัง 24 ชม. ให้ข้อสอบเห็นไปเลย ^^

ของเรากะว่าคงสอบปลายๆปีนู่นเลย
#17  by  กาจาปิง (124.121.113.18) At 2007-05-26 02:56, 
ไตรเทพ TOEFL / IELTS / TOEIC
ทวิพื้นบ้าน TU-GET / CU - TEP

สู้เค้าครับ ขอให้ได้ 550 up

ปล. สงสัยต้องโยกไปทำอะไรสักอย่างแถวสนามบินแหง อิ อิ
#18  by  nora At 2007-05-26 02:58, 
ช่างขยันทำบุญทำกุศลซะจริง ขนาดตัวเองโดนเข้าไปปานนี้ยังอุตส่าห์เขียนบล็อกมาเป็นวิทยาทานอีกแน่ะ.... อะหุหุหุ อธิบายได้ชัดเจนแจ่มแจ๋แหวมากค่ะ...

แล้วอย่าลืมมาบอกผลสอบด้วยนะ อยากรู้(จริงๆ)

ว่าแต่ ตอนเข้าสอบเนี่ย ระบบเสียงห่วยด้วยป่าวคะ... เคยสอบ TOEFL เมื่อนานมาแล้ว เทปห่วยหรือลำโพงห่วยก็ไม่รู้อู้อี้น่าขัดใจที่สุด (รู้สึกทุกคนที่เคยสอบก็จะเห็นด้วยกับข้อนี้) ฮะๆๆ
#19  by  Choco At 2007-05-27 18:05, 
แหะๆ ขอบคุณมากเลยนะครับสำหรับกำลังใจ แต่จริงๆตอนที่เขียนเอนทรี่นี้อยู่นก็คือสอบเสร็จไปได้นานแล้วล่ะครับ อวยพรยังไงก็คงไม่ทันอยู่ดี แหะๆๆ

ตอบคำถามรายบุคคล
bickboon : หัวเราะอะไรล่ะพี่
mad-eye : เอ ผมว่าแฮรี่ออกเสียงสำเนียงฟังยากจริงๆนะครับ พวกแฮรี่นี่ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นพวกดัมเบิลดอร์ สเนป ซีเรียสอะไรนี่ออกเสียงฟังยากกันทั้งัน้นเลย
kororo : จริงๆแล้ว TOEIC มันก็ใช้ไม่ได้ในทุกสายงานหรอกนะครับ แต่ถ้าเป็นสายเกี่ยวกับแพทย์แบบที่kororoเรียนก็คงมีประโยชน์อยู่เยอะเลยล่ะ สู้ๆ
Phu: อยากจะบอกว่าเสียงฝรั่งในเทปที่ได้ไปฟังมาตอนสอบก็อู้อี้นรกเหมือนกันครับ จะบ้าตาย
Ake: ถ้าลองไปตะลุยทั่วโลกได้แบบคุณเอกก็คงไม่ยากหรอกครับ
Rybio:ผมเกลียดเลขมากกว่านะ
ครูใหญ่แปนซ่า : ข้อสอบของจริงไม่ง่ายแบบนี้หรอกจ๊ะ นี่แค่แซมเปิ้ลเฉยๆ แต่ไม่น่าเชื่อนะเนี่ยว่าจะมีคนชอบทำ Error Checkingด้วย แต่ส่วนที่พี่ถนัดที่สุดปกติคือ Article ล่ะ ฮี่ๆๆๆ (แต่ในTOEICนี่ก็ออกสอบได้นรกมากเหมือนกัน)
คุณดอก: สาวเปรี้ยวหัวนอกแบบคุณดอกผมว่าน่าจะได้คะแนนดีอยู่เหมือนกันนะครับ ลองสอบดูก็ดีครับผมว่า
เด็กเกเร : สามเดือนเลยเหรอครับ ผมเองก็อยากได้เวลาเยอะๆแบบนั้นเหมือนกันล่ะ
แป้ง Hammy - หมาเปีย : นั่นสิ น่าเกลียดสุดๆเลยล่ะครับ
Meiko - น้องซิน : ทำไม่ได้ยังไงก็ต้องทำละครับ
เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ถ้าว่างจะมาเล่าตอนจบต่อละกันนะครับ
รักเร้น : ลองไปสอบดูผมว่าก็ดีนะครับ ถ้าเตรียมตัวดีๆหน่อยผมว่ามันก็ไม่ถึงกับยากมากหรอกครับ(ถ้ามีเวลาเตรียมตัว) ยังไงก็หวังว่าเอนทรี่นี้คงจะมีประโยชน์ต่อคุณบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
Lullaby : ตอนนี้ขึ้นเป็น 160 ดอลแล้วครับ ค่าสอบราวๆ 6000 กว่า(แพงโคตรๆๆ) นี่ถ้าที่บ้านผมจู่ๆมาบังคับให้ผมไปสอบ Tofel นี่ยังไงก็ไม่ยอมแน่ๆครับ
nana : อ่านแล้วใช้สอบจริงได้นะครับ 5555
กาจาปิง : ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ ยังไงถ้าจะสอบเมื่อไหร่แล้ว ก็ลองมาคุยกับคนไปสอบแล้วอย่างผมเพิ่มเติมก็ได้นะครับ(เผื่อจะมีประโยชน์บ้าง)
Nora : สมพรปากนะครับ สาธุๆๆๆ
Choco :เสียงอู้นี่มีครับ แต่รวมๆแล้วก็ถือว่าฟังพอรู้เรื่องนะ ว่างๆลองเขียนถึงตอนไปสอบ tofel ไว้บ้างสิคัรบ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้อสอบtofelนี่เป็นไงกันแน่
ค่าสอบแพงtofelกว่า toeic หกเท่า แปลว่าข้อสอบยากกว่า 6 เท่าเลยใช่ไหมครับ ฮี่ๆๆๆ

ถ้าพรุ่งนี้มีเวลาจะมาอัพตอนจบพร้อมเอาผลสอบมาให้ดูละกันนะครับ(ได้มาละ)
#20  by  imome At 2007-05-28 02:27, 
ตอบช้าไปวันนึง..
สงสัยคับ ตัวอย่าง listening test ข้อ 3 ของคุณโอม
รู้ได้ไงว่าคำตอบคือ Tuesday คับ
ในเมื่อเค้าไม่ได้บอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันจันทร์ หรือวันนี้คือวันอาทิตย์
#21  by  - ., - At 2007-05-29 08:19, 
ยาวเหียก เอาพลังจากไหนมาเขียนฟระ -*-

#22  by  The DeAtH At 2007-05-29 16:52, 
แหงะเป็นของเอ็นทรี่ใหม่อะ พิมใส่ผิดอัน
#23  by  The DeAtH At 2007-05-29 16:56, 
คุณฟ้าใส - ในโจทย์บางทีก็ไมได้บอกครับว่าวันนี้วันไหน แต่บางทีต้องเดาเอาเอง เช่นว่าถ้าบอกว่าวันจันทร์จะไปเอาก็แปลว่าวันนี้ไม่ใช่วันจันทร์ แล้วพอตอนท้ายบอกว่าจะไปวันมะรืนแทน ก็แปลว่าน่าจะเป็นวันอังคารใช่ไหมครับ

ส่วนใหญ่แล้วในตัวเลือกก็จะมีวันให้เลือกใกล้ๆกันน่ะครับ บางอย่างก็ต้องเดา+คิดเอาเองด้วยนะ ผมว่า
#24  by  imome At 2007-05-30 18:23, 
วาววววๆๆๆ....กะจะสอบเหมือนกันค่ะ ตอนนี้เตรียมตัวอยู่ นี่หาคำศัพท์สำหรับโทอิคอยู่ เผอิญมาเจอ..คุณกระต่ายขี้บ่นๆ เรื่องโทอิคเลยเข้ามาอ่าน.. ถึงจะเตรียมตัวน้อยมากๆ แต่เท่าที่เห็นคุณกระต่ายยกตัวอย่างของ 4-มด ขึ้นมา พื้นฐานอังกฤษดีกว่านู๋เยอะค่ะมากๆ ถึงมาก =] ตลก choice แรกค่ะ ในความคิดของคุณกระต่าย คิดยังไงกะอัลบั้มใหม่ของ 4-มด ค๊ะ? =] ..ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงถามนะ เพราะชอบ 4 น่ะ แต่พอออกชุดนี้ก็เซ็งเหมือนกันค่ะ กะว่าไม่ซื้อซีดีแล้ว พอซื้อมาก็มานึกเสียดายเงิน... พอดีเค้าไม่ได้อยู่ค่ายเจมส์แล้วค่ะ เจมส์ย้ายไปอยู่แกรมมี่ =] ละก้อ ชอบแฮร์รี่มากๆ ด้วยเวลาฝึกฟังเสียงก้อเอา harry มาดู ..จิงค่ะ สำเนียงฟังยากนะ บางคำ ..แต่เอ..เคยได้ยินมาว่าภาษาคนอังกฤษฟังง่ายกว่าไม่ใช่เหรอค่ะ? แต่คนอเมรกันฟังยากกว่า เพราะเค้าพูดออกสำเนียงเวอร์ นู๋ก็เลยดู harry ซะเลย แล้วต้องปิด title ด้วยใช่มะ? อืมๆ ๆ จะลองเอา เทป ไปแปะ =] กะว่าจะพยายามให้ความรู้มากที่สุดแล้วค่อยไปสอบ อย่างที่คุณกระต่ายว่าแหละ ค่าสอบแพงจะแย่อะ -"- แพ๊งง แพงง =D แต่อย่างนู๋คงต้องสอบ 2 ครั้งขึ้นไปค่ะกว่าจะได้คะแนนดีๆ ไปสมัครงาน อาทิตย์จะเข้ามาดูว่าคุณกระต่ายได้คะแนนเท่าไหร่นะค๊ะ 5555 เตรียมตัวน้อยมากๆ แต่พื้นฐานดี อยากจะรู้เหมือนกันว่า จะได้คะแนนประมาณเท่าไหร่ คุณกระต่ายเรียนจบที่ไหนมาเหรอค๊ะ?
#25  by  daowy (58.9.92.125) At 2007-06-21 00:38, 
ขอบคุณมากๆ คุณให้ข้อมูลที่กำลังสงสัยทั้งหมดจนครบอย่างละเอียด ขอบคุณมากๆที่ให้ความรู้ แต่เหลืออีกอย่างนึงที่อยากรู้ คือ TOEIC สมัครสอบและสอบได้ทั้งปีทั้งชาติ หรือมีฤดูกาลสอบ
ขอบคุณนะจ๊ะ
#26  by  สาวิต โพธิวิหก (125.24.50.168) At 2007-07-20 23:34, 
#27  by   (203.113.76.12) At 2007-09-23 10:44, 
ผมก็รู้ว่าต้องสอบก่อนอาทิดเดียว เพราะแฟนสมัครให้ และบอกว่าไม่ต้องเตรียมตัวหรอก ผมก็เลยทำงานไปไม่ได้สนใจ แต่พอวันรุ่งขึ้นต้องสอบ คืนก่อนสอบผมรู้สึกไม่พร้อม เลยลองไปหาหนังสือมานั่งทำข้อสอบเล่น ทำได้ประมาณชั่วโมงก็หมดแรงเลยนอนดีกว่า

พอถึงวันสอบผมว่าปัญหาของ Toeic ไมใช่ที่ความยากของข้อสอบ แต่เป็นเรื่องของความเร็วในการทำมากกว่า ผมทำไม่ทันเกือบ 20 ข้อ ในส่วนของ reading ทั้งแอร์ที่หนาว กับการต้องนั่งทำข้อสอบที่ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง ด้วยความเร็วสูง ทำให้ต้อนท้ายเบลอไปเลย หัวมันไม่แล่นแล้ว (ทรมานมากๆ)อีกอย่างหนึ่งคือไม่รู้มาก่อนว่าระบบข้อสอบเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ทำให้ต้องเสียเวลาไปเยอะมากในการทำความเข้าใจ

หลังสอบออกมาผมประเมินว่าน่าจะได้ 60-70% เท่าที่ทำทัน ซึ่งค่อนข้างต่ำ เพราะไม่พร้อมเลยจริงๆ พอคะแนนออกมาก็ได้เกือบ 700 จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเยอะหรือเปล่า ถ้าเทียบกับคนอื่น แต่รู้ว่าสอบคราวหน้าต้องเตรียมมาให้พร้อมกว่านี้ สรุปสอบ TOEIC ก็หินเหมือนกันนะสำหรับผม
#28  by  share experince (124.121.190.228) At 2008-01-18 14:02, 
มีเวลาเตรียมตัวน้อยจัง
อยากรู้จังว่าทำได้ไหม
#29  by  หนูกระต่าย (118.173.237.15) At 2008-06-27 16:52, 

<< Home


Tharadon D.
View full profile