2007/Oct/31

เป็นที่รู้กันดีว่าในหนึ่งปีนั้น ประกอบขึ้นด้วยจำนวนวันมากมายถึง 365 วันเลยทีเดียว แต่ว่าสำหรับทุกคนนั้นแล้วก็มีวันที่มีความหมายกับตัวเองที่ต่างออกไปใช่ไหมล่ะครับ หลายๆคนอาจจะมีวันที่เมื่อมาถึงแล้วตัวเองรู้สึกมีความสุข และก็มีหลายวันที่มาถึงแล้วอาจจะทำให้คนๆนั้นต้อเศร้าใจได้ แต่สำหรับมนุษย์บนโลกนี้ทุกคนนั้น ย่อมมีอยู่วันนึงที่มาถึงทีไรก็ต้องรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันพิเศษที่ลืมไม่ได้ของตัวเองเลย นั่นก็คือ....(อนุญาติให้เดาได้2.75 วิ)

ก็คือ...วันเกิดไงล่ะครับ!!

อูยย อารัมภบทมาตั้งขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยกันแล้วนะครับว่าวันนี้คุณกระต่ายขี้บ่นแกจะมามุขไหน ถูกแล้วครับ ก็วันนี้มันวันเกิดผมน่ะสิ๊!!!

แหะๆ ปีนี้ถือเป็นปีที่สามแล้วนะครับ ที่ผมมาเขียนเอนทรี่ฉลองวันเกิดตัวเองในบลอคกระต่ายขี้บ่นนี้ จะว่าไปแล้วมันก็เท่ากับว่าผมอยู่ที่ Exteen แห่งนี้มาสามปีกว่าแล้วสินะ ช่างเป็นเวลาที่นานเกินจะนึกได้เหลือเกิน พอลองกลับไปอ่านเอนทรี่เก่าๆบางทีก็ได้เจอกับสมาชิกมากหน้าหลายตาที่ปัจจุบันนี้ก็ยังคงทู่ซี้เขียนบลอคที่นี่เป็นเพื่อนบ้านกันอยู่ และก็มีอีกหลายๆรายที่หายหน้าหายตาไประหว่างระยะเวลานั้นๆ ซึ่งก็ทำให้รู้สึกว่าการเดินทางในเส้นทางของ Blogger ที่ Exteen แห่งนี้นี่มันช่างยาวนานเกินจะกล่าวจริงๆนะ

สำหรับวันเกิดผมปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ค่อนข้างเรียบๆนะครับ ไม่ค่อยได้ไปทำอะไรเป็นพิเศษเท่าไหร่ นอกจากใส่บาตรแล้วก็หาอะไรกินเป็นพิเศษกว่าวันอื่นๆนิดหน่อย เพื่อนๆผมส่วนใหญ่ก็จำกันไม่ค่อยได้ ซึ่งก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากมาย เพราะคนเรายิ่งโตขึ้นก็ยิ่งมีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในความทรงจำมากขึ้น แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดว่าจะจำได้แต่จำได้ก็มีเหมือนกันครับ ซึ่งก็ทำให้แอบดีใจอยู่บ้างเหมือนกัน ^ ^

ผ่านไปอีกปีแล้ว ตอนนี้ผมก็อายุเข้าวัย23เสียแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเลข 23 นี้จะมีความหมายอะไรกับชีวิตผมบ้างไหมนะครับ(หรือจะเป็นแบบหนัง Number 23 น้อ) แต่ก็คงจะเป็นอีกปีที่มีทั้งความสุขและความทุกข์สลับกันไปเหมือนกับที่ผ่านๆมาตลอด 22 ปีของชีวิตที่ล่วงเลยมาแล้วนั่นล่ะนะ (อูย เขียนแล้วรู้สึกตัวเองแก่ดีจริง)

เอ เพื่อให้สมกับบลอคกระต่ายขี้บ่นที่ไม่ว่าจะเอนทรี่ไหนๆก็ต้องเขียนยาวเอาโล่ห์เสมอ ดังนั้นวันนี้ก็ขอเล่นTag อันนึงที่มีคนเคยให้มาแต่ก็ไม่ได้ทำเสียทีหน่อยดีกว่า ว่าแล้วก็ขอหยิบ Tag ของ น้องเคนนี่ ซึ่งเป็น Tag ที่มีหัวข้อว่า Tag "หน้าไม่ให้แต่ใจรักครับ"

กติกา : ให้แปะรูป และบอกสิ่งที่หน้าไม่ให้แต่ใจรัก แต่ใจความจริงๆคืออยากจะดูกันน่ะสินะ ว่าไอ้คนเขียนบลอคนั้นๆเนี้ยมันหน้าตาเป็นยังไง 5555 เอาล่ะครับ เขาโยนมาให้แล้วก็เอาเสียหน่อยละกัน

ต้องเขียนไว้ก่อนว่ารูปกระต่ายขี้บ่นตัวเป็นๆที่จะลงเป็นครั้งแรกในบลอควันนี้ เป็นรูปที่ผ่านการหลอกตัวเองและใช้โปรแกรมช่วยมาแล้วนับไม่ถ้วน (ถึงขนาดนั่งรอแสงเป็นวันๆ นั่งถ่ายเป็นพันแอค หมุนซะหมื่นมุมกล้องเพื่อเฟ้นหารูปที่ดีที่สุดรูปเดียวแล้วเอามาตกแต่งอีกรอบ 5555) ดังนั้นผู้บริโภคทั้งหลายกรุณาอย่าเห็นในสิ่งที่เชื่อ และอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นมากนักล่ะครับ เอิ้กๆ

เอาล่ะครับ ครับ ตามอ่านบลอคที่ผมเขียนมาตั้งนาน กรุณาสวดมนต์ทำใจก่อนเลื่อนลงไปดูด้วยนะครับ ว่าคุณกระต่ายขี้บ่นที่คุณๆอ่านกันมาสองสามปีเนี่ย หน้าตาจะเป็นยังไง

.

.

.

.

แหม่....ยังอยากเห็นจริงๆรึนี่ นี่ลงฉลองรับฮาโลวีนเชียวนะ ระวังดูแล้วฝันร้าย!! (ยอดผู้ชมหลังจากนี้จะเป็นไงบ้างน้อ5555)

.

.

.

.

.

อะๆ ครับ ขี้เกียจละ ไปดูกันเลยดีกว่าเน้ออออออ (ป.ล. ลงมานานพอแล้วขอเอาออกละนะครับ ^ ^)

เวอร์ชั่นแรก แอ๊บแบ๊วเล่นมุมกล้องสุดฤทธิ์สุดเดช

 .

 .

.

.

ลองแบบแอ๊บแบ๊วเล่นมุมกล้องหลอกตัวเองไปแล้ว เอาหน้าเต็มๆไปบ้าง!!

  

แต่จริงๆแล้วผมเป็นครูกระต่ายใส่แว่นของเด็กๆนะครับ 5555

ดูสิ นี่ขนาดบอกว่าอาย ไม่อยากลงให้ดูนะเนี่ย ดันลงไปซะตั้งสามรูป (แหม...ก็ครบรอบสามปีก็ลงสามรูปเลยไง) นี่ถ้าไม่อายคงได้เห็นรูปเต็มตัวในชุดว่ายน้ำพร้อมลายเซ็นกันเลยทีเดียว 5555

จริงๆสำหรับคนที่เคยเห็นตัวเป็นๆของผมแล้วก็จะรู้ว่ารูปพวกนี้ใช้มุมกล้องช่วย+หลอกตัวเองเยอะมากนะครับ 5555 อย่าไปหวังลมๆแล้งๆว่าตัวจริงผมคงจะหน้าตาดีกว่านี้ล่ะ(เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคไหมเนี่ย) เอาล่ะครับ มาว่ากันที่เรื่อง Tag ต่อเลยดีกว่า

เรื่องที่หน้าผมไม่ให้แต่ใจรักเหลือเกิน

1. ผมมีรสนิยมฟังเพลงแบบคลาสสิคครับ

อันนี้ไม่เกี่ยวกับหนังหน้าไม่ให้ แต่คนทั่วไปที่รู้จักผมส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าผมชอบฟังเพลงแต่แนวๆสาวน้อยแอ๊บแบ๊ว ป๊อบกระจาย ลูกกวาดหวานแหววแต๋วแตกอะไรประมาณนั้น(ซึ่งจริงๆผมก็ชอบนะครับ) แต่จริงๆยังมีรสนิยมการฟังเพลงอีกแบบที่ผมซุกซ่อนตัวเองมานาน(กับคนทั่วไป) นั่นก็คือการชอบฟังเพลงแบบสไตล์ที่คนทั่วไปมักจะมองว่าน่าเบื่อครับ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเพลงแนวๆเพลงไทยโบราณ เพลงสุนทราภรณ์ แต่ผมมักจะฟังเวอร์ชั่นที่เอามาร้องใหม่นะ อย่างอัลบั้มนึงที่ผมชอบมากๆที่สุดในชีวิตเลยก็คือ Gallery Classic ของสุเมธ-เดอะปั๋งครับ เพราะมากมาย ฟังได้ไม่รู้เบื่อเลย หรืออย่างเพลงยุคปัจจุบันที่ทำออกมาเป็นแนวโบราณๆผมก็จะชอบมาก เช่น ใจเอย ของมาช่า, จดหมายรักของ นพ ภรชำนิ, จันทร์ ของโจ้ ธณรัฐ ,อสงไขย ของ The Sis และอะไรแนวๆนี้ล่ะครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีแนว BossaNova, Jazz, Chill หรือเพลงแนวๆEasy-Listening อีกมากที่ผมเองก็โปรดปรานเหมือนกัน(ทั้งไทยและเทศ) เพราะฟังแล้วมันให้ความรู้สึกรื่นรมณ์ในชีวิตดี เป็นแนวเพลงที่ละเอียดและมีดนตรีที่งดงามในความรู้สึกผมมาก แต่เปิดให้คนอื่นฟังทีไรมีแต่คนบ่นว่าน่าเบื่อ และขอร้องให้เปลี่ยนทุกที 5555 จนหลังๆเก็บไว้ฟังคนเดียว แล้วหันไปฟังแต่เพลงป๊อบทั่วๆไปต่อหน้าคนอื่น จนเขานึกว่าผมเป็นพวกฟังแต่เพลงแอ๊บแบ๊วไปแทนซะงั้นน่ะ

แต่จริงๆจะ Hip-hop /Rock /Latin/ Disco /Punk / Opera หรือจะ Dance กระจาย ผมก็ฟังได้หมดนะครับ แต่ก็เป็นแค่บางอารมณ์ ไม่เหมือนกับแนวข้างบนที่ว่ามา ที่ฟังได้เรื่อยๆและคงจะฟังต่อไปจนชีวิตจะหาไม่ทีเดียวล่ะครับ

2. ผมไม่ชอบกินของหวานครับ

ฟังดูเป็นพระเอกในการ์ตูนสาวน้อยมาก แต่ผมมีรสนิยมไม่ชอบทานของหวานทุกชนิดจริงๆนะครับ(ซึ่งขัดกับรูปร่างตัวเองมาก) ไม่ว่าจะเป็น เค้ก ไอติม ขนมปังหวานๆ ฯลฯ ได้มาทีไรผมทานไม่ลงเป็นประจำ ซึ่งเป็นเพราะอะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ แต่กินแล้วรู้สึกว่ามันเลี่ยนๆแล้วก็หวานเกินน่ะครับ(เอ๊ะ มันก็ต้องหวานอยู่แล้วน่ะสิ) กินทีไรจะอ้วกทุกที ขนาดกินกาแฟใส่นมผมยังขอให้เขาใส่นมข้นหวานน้อยๆเลย เพราะใส่เยอะเกินผมก็กินไม่ลงจริงๆครับ 

ของหวานที่กินได้มากที่สุดคือไอติม ซึ่งนานๆก็จะทานทีเหมือนกัน และเวลาไปร้านอาหารที่ไหนก็ไม่เคยสั่งมาทานเองสักที ยิ่งกับพวกเค้กที่ครีมหนาๆ โดนัทไส้หวานๆบิออกมาแล้วมีครีมเยิ้ม เอแคลร์ ทองหยิบ ทองหยอดสีเหลืองแปร๋นๆ แค่นึกภาพผมก็รู้สึกแหยงๆแล้วล่ะครับ ดังนั้นพวกร้านอย่าง Dunkin' Donut , Aunties annes , Swensens หรือร้านคอฟฟี่ชอปสวยๆ จึงไม่ใช่สถานที่ที่ผมจะไปด้วยตัวเองแน่ๆครับ

แต่จริงๆก็มีของหวานบางอย่างที่ชอบอยู่บ้างนะครับ เช่น ขนมชั้น หรือพวกลูกชุป แต่ก็อย่างที่บอกล่ะครับว่านานน๊านนนน ถึงจะมีอารมณ์อยากทานที 

3. หน้าอย่างนี้แต่ผมเขียนการ์ตูนตลกหวานแหววเป็นหลักนะ

อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับหนังหน้าอีกแล้ว แต่เกี่ยวกับเพศสภาพของตัวเอง เนื่องจากคงมีลายเส้นที่น่ารักในสายตาคนอื่นมากเกินไป จนมีแต่คนคิดว่าคนวาดการ์ตูนลายเส้นแบบนี้ได้ต้องเป็นสาวน้อยตาหวานผูกแกละสองข้างแน่ๆ จึงเกิดเป็นคำถามที่มีคนถามผมมานานมากๆๆๆว่า ตกลงนี่ไม่ใช่ผู้หญิงวาดจริงๆเหรอ T - T

ยิ่งสมัยนี้สาวๆใน MSN และในโลกไซเบอร์ชอบแทนตัวเองเป็นผู้ชาย ทำให้ถึงผมจะพิมพ์ลงท้ายตัวเองว่าครับ และพูดจาแบบผู้ชายอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีคนไม่เชื่อคิดว่าผมเป็นผู้หญิงปลอมตัวเป็นผู้ชายไปแทนซะงั้น เอาเป็นว่าลงหนังหน้าไว้ให้ดูแบบนี้แล้วคงจะเคลียร์ได้สักทีนะครับ 5555

ยิ่งกับในโลกจริงๆ เวลามีคนเห็นผมวาดรูปทีไรก็ต้องบอกกันว่า โห ลายเส้นนี่ทำไมดูคิกขุสาวน้อยจังเลยนะ นึกว่าน่าจะชอบวาดโหดๆกว่านี้สักหน่อยเป็นประจำอีกเช่นเดียวกัน จนผมก็ชินไปแล้วกับลายเส้นที่เลือกเกิดไม่ได้นี้ของตัวเอง ก็ผมชอบวาดแบบนี้นี่นา 

จริงๆผมว่าคนเราไม่ว่ายังไงก็ต้องมีอารมณ์ต่างๆอยู่ในตัวทุกแบบอยู่แล้วนะ ขึ้นอยู่กับว่าภายนอกจะแสดงออกมายังไงเท่านั้นเอง ดังนั้นถึงผมจะไม่ใช่สาวน้อยผมแกละวัยหวาน แต่ผมก็วาดการ์ตูนแนวเลิฟ คอเมดี้ ได้ถนัดที่สุดจริงๆนะเออ

4. หน้าอย่างนี้แต่นิสัยเด็กมาก

อันนี้จริงๆไม่ใช่เรื่องที่ไม่รู้ตัวนะครับ(แม้จะมีคนบอกมานาน) เพราะจริงๆแล้วผมเป็นคนที่ชอบทำตัวเป็นเด็กมากๆในหลายๆเรื่องทีเดียว ไม่ว่าจะขี้โวยวาย ง้องแง้ง เอาแต่ใจ ขี้งอน พูดมาก ขี้บ่น (ซึ่งล้วนแต่ขัดกับหนังหน้ามากมาย ยกเว้นขี้บ่น 5555) 

แต่กับคนทั่วๆไปที่รู้จักผมโดยมากแล้วจะไม่ค่อยรู้ว่าผมมีนิสัยแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะเขาจะนึกว่าผมเป็นคนเรียบร้อย เงียบๆ อ่อนโยนเป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ถ้าเป็นเด็กก็เลี้ยงง่ายสบายบรื๋อ วางทิ้งไว้ตรงไหนก็ไม่ดื้อไม่งองแงเลย

แต่กับคนที่ผมสนิทมากๆนั้น ก็จะรู้ดีว่าผมมีนิสัยต่างจากนั้นราวกับหน้ามือเป็นหลังตาตุ่มเลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็ได้ประเมินไว้แล้วว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นคนที่สนิทพอที่จะปล่อยตัวตนที่แท้จริงออกไปแล้วรับกันได้ เลยไม่มีการเก็บงำด้านมืดอะไรของตัวเองเลยแม้แต่น้อย(ราวกับปลดปล่อยสวัสดิกะ) ดังนั้นก็ต้องขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นมากๆที่ยังมีความอดทนสูงกับผมอยู่นะครับ 5555

ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ตัวหรอกนะ แต่ว่ามันติดเป็นนิสัยไปแล้วน่ะ สงสัยจะแก้ยาก แหะๆๆๆ(เพราะงี้ล่ะมั้งถึงเข้ากับเด็กๆได้ง่าย) แต่ก็ดีใจได้นะครับว่าถ้าผมทำตัวแบบนั้นกับคุณเมื่อไหร่ ก็แปลว่าผมเห็นคุณเป็นเพื่อนไปแล้วจริงๆนั่นแล

5. หน้าแบบนี้แต่โคตรไม่ตั้งใจเรียน

คนส่วนมากๆๆๆๆๆๆที่เห็นผมแต่ภายนอกจะรู้สึกว่าผมเป็นพวกเด็กเรียน เป็นพวกได้เกรดสูงๆระดับต้นๆในห้องแน่ๆ แต่จริงๆแล้วอยากจะบอกว่าผมเรียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่หรอกครับ หัวก็ทึบมาก แค่พอเอาตัวรอดได้เท่านั้นเอง

แถมจริงๆแล้วก็ยังเป็นเคนที่ติดนิสัยขี้เกียจมากอีกด้วย หลับในห้องเรียนก็บ่อย เรียนๆไปนั่งวาดรูปเล่นไปก็มี แถมมีหลายๆครั้งมากที่นั่งทำอะไรไร้สาระไม่เป็นเรื่อง จนต้องมานั่งอ่านหนังสือก่อนสอบเอาคืนสองคืนก่อนวันสอบจริงเพราะไม่มีเวลาแล้ว ผิดกับอิมเมจที่ดูเป็นเด็กเรียนแสนขยันมากมาย ซึ่งก็เป็นนิสัยที่ไม่ดีเท่าไหร่นะครับ คุณหนูๆ

แต่จะว่าไปแล้วผมเป็นพวกที่ถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองสนใจหรือชอบ ผมก็จะทำได้ดีมากๆนะครับ ตัวอย่างเช่น ในวิชาสังคม เรื่องกฏหมายกับภูมิศาสตร์เป็นเรื่องที่ผมเกลียดมาก อ่านยังไงก็ไม่เข้าหัวเลย ในขณะที่ส่วนที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ผมกลับทำคะแนนได้ดีมากๆเพราะผมชอบอ่าน(มันเหมือนนิยาย มีเรื่องมีราวดี)

ดังนั้นวิชาไหนที่ผมรู้สึกว่ามันไม่สนุกก็จะไปได้ไม่รอดสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นอะไรที่เรียนแล้วรู้สึกสนุกเนี่ย ถึงไหนถึงกันแน่ครับ

6. หน้าอย่างนี้แต่รักเงินเป็นชีวิตจิตใจมาก

เอ อันนี้หนังหน้าก็ให้อยู่แล้วนี่นา แต่เล่าแถมไว้หน่อยละกัน คือจริงๆแล้วผมเป็นพวกที่มีนิสัยงกเงินมากๆครับ เรื่องบางเรื่องนี่ก็ชอบทำตัวประหยัดอดออมมากเกินความจำเป็น เช่น สมัยยังอยู่เชียงใหม่ เวลาต่อราคารถแดงก็ต้องเอาให้ถึงที่สุด ถ้ารู้สึกว่าแพงเกินไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่ยอมขึ้น แต่จะเดินไปเองแทน

มีครั้งนึงที่เคยไปทำธุระแถวๆโรงพยาบาลสวนดอก(ซึ่งห่างจากมหาลัยผมพอควร) แล้วหารถนั่งกลับมา แต่เนื่องจากดึกแล้วเลยมีแต่รถแดงอัพราคาตัวเองทั้งนั้น (รถแดงคือระบบการเดินทางเดียวของเชียงใหม่ ไม่มีรถเมล์) ด้วยความงก+หงุดหงิดเลยเดินไปเสียเอง ผลก็คือมีลุงรถแดงคนนึงที่แกคงเห็นว่าไม่ว่ายังไงผมก็จะเดินเองจริงๆ(และเดินไปแล้วด้วย) แกเลยขับตามมาเพื่อรับผมนั่งไปด้วยโดยไม่คิดเงิน เพราะทางที่จะกลับมหาลัยมันก็เป็นทางที่แกจะกลับบ้านพอดี 555 ดูสิครับว่างกเสียจนคนขับรถแดงยังตามมารับเองฟรีๆ ทำไปได้! (แต่ตอนท้ายก็ให้เงินเขาไปนะครับ)

นอกจากนั้นยังเป็นมนุษย์ที่รักการรับจ๊อบมากมาย สมัยยังเรียนมัธยมอยู่เคยรับจ้างทำการบ้านศิลปะให้เพื่อน พอโตมามหาลัยก็ทำงานพิเศษไปเรื่อย ตั้งแต่ เด็กเสิร์ฟร้านอาหารญี่ปุ่น พนักงานห้องสมุด ดูแลศูนย์คอมของมหาลัย ฯลฯ เรียกว่าขอให้ได้เงินเถอะ ผมจะบุกน้ำลุยไฟไปทำให้แน่ๆ

แต่จริงๆ พูดตรงๆแล้วผมก็ออกจะเป็นคนตระหนี่ไปหน่อยนะครับ และบางครั้งผมก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องของเงินมากเกินไป จนถึงกับอารมณ์เสียได้ก็มี ทำให้เป็นนิสัยที่ไม่ดีบางครั้งโดยไม่รู้ตัว ก็ถือว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียล่ะนะ  แต่สำหรับผมแล้ว "เงินคือพระเจ้า"จริงๆนี่นา - 3 -

7. หน้าอย่างนี้ นิสัยอย่างนี้แต่เป็นคนเซนซิทีฟมากนะ

เอาข้อสุดท้ายจริงๆละ สืบเนื่องจากในข้อ 4-5 และตัวตนส่วนใหญ่ในบลอคนี้ รวมไปถึงงานเขียนการ์ตูนต่างๆ มักจะทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าผมคงเป็นคนสบายๆ เฮฮาไปเรื่อยๆกับทุกเรื่องล่ะนะครับ แต่จริงๆแล้วผมเป็นคนที่มีนิสัยเซนซิทีฟมากๆคนหนึ่งเลยทีเดียว