ผมเพิ่งรู้ตัวอีกครั้ง ว่าวันเวลาได้ผ่านไปอีกหนึ่งปีแล้ว ก็เมื่อตอนที่ผมได้กลับไปที่วัดที่ผมเคยบวช ในวันสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่นานนี้นี่เอง
ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว ผมก็ยังเป็นพระหนุ่มองค์หนึ่งที่ใกล้จะสึกเต็มแก่ มีชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง และยังคงมุ่งมั่นและวางแผนในการทำอะไรหลายๆอย่างหลังจากที่สึกออกไป และเมื่อมองย้อนกลับมาในปีนี้ ผมก็ยังเป็นผมคนเดิมที่แก่ขึ้นอีกนิดหน่อย อายุมากขึ้น และก็มีอะไรหลายอย่างที่ผมได้ทำ และมีอีกหลายอย่างที่ผมยังทำไม่ได้ รวมไปถึงที่ยังไม่ได้ทำ
น่าแปลกว่าถึงแม้ว่าผมจะเปลี่ยนจากปีที่แล้วไปมากหลายๆอย่าง แต่อย่างหนึงที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนั่นก็คือวัดเล็กๆแห่งนี้ ทุกๆอย่างนับตั้งแต่ทางเดินเข้าประตู ยาวไปถึงกุฏิและศาลาต่างๆ ล้วนอยู่ในสภาพที่แทบจะหยุดนิ่งนับตั้งแต่วันที่ผมได้สึกออกไปเลย
มีเพียงสิ่งหนึ่งที่ยืนยันกับผมได้ ว่าวันเวลาได้ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว นั่นก็คือ ต้นไม้ที่เคยช่วยกันปลูกกับพระและเณรที่บวชในช่วงนั้น เพื่อปรับสภาพหน้าดินของวัดอีกฝั่งหนึ่งที่แห้งแล้ง จากต้นเล็กๆที่เคยเป็นแค่หน่อหรือต้นไม้กระถางขนาดย่อมๆ บัดนี้กลับเติบโตขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ซึ่งรวมไปถึงหน้าดินที่ดูชุ่มชื้นและไม่แห้งผากเช่นเก่าเมือนที่เคยจำได้ว่าต้องขุดต้องรดน้ำแทบตาย กว่าที่จะเอาต้นไม้เหล่านี้ยัดลงไปในดินได้
แน่นอนว่านอกจากมันจะทำให้ผมรู้ตัวว่าเวลาได้ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว มันยังทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่อย่างน้อยๆ ก็มีบางอย่างที่ผมทำ ได้เติบใหญ่และงอกงามอย่างสมความตั้งใจ
แม้ว่าจะมีอะไรอีกหลายอย่าง ที่ยังไม่งอกงามอย่างที่หวัง หรืออาจจะมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง ที่ไม่ว่าจะก้าวไปเท่าไหร่ก็ยังไปไม่ถึงหรือมองไม่เห็นฝั่งเสียที แต่เมื่อผมยืนอย่างสงบ มองไปที่ต้นไม้อีกริมฝั่งหนึ่ง ที่ซึ่งพวกมันเหล่านั้นงอกงามและออกดอกสวยงามเบ่งบานอยู่ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ผมพอใจแล้วล่ะ....
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ป.ล.ขอโทษนะครับ อัพบลอกครั้งแรกในรอบ 2 เดือนไม่มีอะไรสนุกๆให้อ่านสมกับที่ให้รอเลย 5555
แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ สำหรับใครก็ตามที่ยังแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนบลอกแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ แม้ว่ามันจะไม่อัพเดทอะไรสักทีก็ตาม ขอบคุณมากๆนะครับ ^ ^