ว่ากันตามตรงแล้ว ผมไม่ใช่ฐานลูกค้าที่ดีของวงการเพลงเท่าไหร่ เพราะแทบจะนับนิ้วได้เลย ถึงอัลบั้มที่ชอบจนซื้อมาไว้ในครอบครองได้ ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เสพติดเพลงจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว เรียกว่าในหนึ่งๆวัน จะมีช่วงเวลาที่ผมฟังเพลินรวมอยู่ในกิจวัตรทั่วๆไปด้วยเสมอ จะตอนนอนก็ดี ตอนทำงานก็ดี ตอนออกไปวิ่ง หรือเดินดูอะไรเพลินๆตามถนนหนทางก็ดี
หนึ่งอัลบั้มที่ผมเพิ่งตัดสินใจซื้อมาล่าสุด และคิดจะเอามารีวิวให้ได้อ่านกันในวันนี้ก็เห็นจะเป็นนี่ล่ะครับ "Love Maker II" ซึ่งเชื่อว่าแม้แต่คนที่ไม่ค่อยได้ฟังเพลงบ่อยๆ อย่างน้อยก็รู้จักเพลงดังๆอย่าง สายลม ในอัลบั้มแรกของซีรียส์อยู่บ้างนี้ใช่ไหมล่ะครับ
แต่น่าเสียดายว่าเมื่อตอนอัลบั้มแรกนั้น ผมฟังแล้วยังรู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ก็เลยไม่อยู่ในลิสต์ที่จะมีไว้ในครอบครอง แม้ว่าจะชอบหลายๆเพลงในอัลบั้มนั้นอยู่ก็ตาม
มาถึงตอนนี้ก็ออกอัลบั้มชุดที่สองมาแล้ว ภายใต้การกำกับของสองคู่หู แมคและปิงเช่นเคย ซึ่งครั้งนี้ก็ยังขนนักร้องที่น่าสนใจมาร่วมร้องด้วยอีกคับคั่ง อาทิเช่น เปียโน The Sis, Tattoo Colour , บี ระพีพัฒน์ , ลิเดีย , อัยย์ , ครูบิ๊ก , จั๊กชวิน(อยากจะเรียกว่า จั๊ก ดับเบิลยู แต่กลัวคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองแก่แค่ไหน) , บีม กวี , Lipta , อิน บูโดกัน
แถมนอกจากนี้ ถ้าดูเครดิตจากบุ๊คเลทภายในปกซีดีแล้ว จะพบว่ายังมีทีมงานเด่นๆอีกเยอะมาก เช่น ลูกปัด , ETC , แหม่ม พัชริดา, โก้ MR Saxman ที่มาทำหน้าที่เล่นดนตรี คอรัส และอื่นๆอีกมากมาย
พูดกันในภาพรวมแล้วก็ต้องบอกว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ค่อนข้างลงตัวกว่าตอนชุดที่ 1 มากๆครับ ติดอยู่ตรงที่รู้สึกอยู่นิดๆว่าเรียงเพลงแปลกๆไปบ้าง เช่นบางเพลงน่าจะเอามาต่อกันเพราะอารมณ์จะต่อเนื่องกว่า แต่ก็ไม่ บางเพลงก็รู้สึกเหมือนมาผิดจังหวะนิดหน่อย ในขณะที่บางช่วงก็เป็นเพลงช้าติดกันมากไป จนกว่าจะมีเพลงสนุกๆโผล่มาอีกที ก็เกือบจะเผลอหลับไปเลย
ทำให้รอบแรกๆผมมักจะฟังอัลบั้มนี้ไม่จบ หรือฟังแล้วมาถึงเพลงสุดท้ายแบบไม่รู้ตัวบ่อยมาก ประมาณว่า อ้าว จบซะแล้วเหรอเนี่ย มานึกย้อนถึงรายละเอียดแต่ละเพลงแล้วก็ยังนึกไม่ค่อยออกเลยว่าเพลงไหนเป็นยังไง แต่ถ้าฟังบ่อยๆแล้วเริ่มจับรายละเอียดของแต่ละเพลงได้มากขึ้น ปัญหานี้ก็จะหายไปเองครับ
เอาล่ะ ว่ากันในภาครวมคร่าวๆไปแล้ว งั้นคราวนี้มาฉะกันไปเป็นเพลงๆบ้างก็แล้วกันครับ
หมวดคุณกระต่ายช๊อบ....ชอบ
ไม่รู้เมื่อไหร่ : Lipta
เพลงนี้เป็นการนำ Outro ใน Love Maker ชุดแรกมาทำใหม่เป็นเพลงเต็มๆ(ให้อารมณ์ภาคต่อดี ผมชอบนะ) จากเพลงบรรเลงอย่างเดียว เอามาปรับเปลี่ยนเป็นดนตรีจังหวะเฮาส์ เมโลดี้น่ารักๆ เนื้อหาสดใสและเหมาะกับคนทั่วไปที่แน่นอนว่าต้องเคยเกิดอารมณ์แอบปิ๊งใครโดยไม่รู้ตัใช่ไหมล่ะครับ
เพลงนี้ก็เป็นเพลงเร็วน่ารักๆสไตล์ลิปตาที่คุ้นหูกันดีล่ะครับ ถ้าเคยฟังอัลบั้มลิปตาก็น่าจะเข้าใจ แต่ที่คุณกระต่ายชอบเป็นพิเศษก็ตรงที่มีแรพเพลงของแรพเตอร์ใส่เข้ามาด้วย พอขึ้นท่อน " คิดเอาไว้ว่าใช่ มันต้องใช่แน่ๆ" แหม๊....มันได้อารมณ์เรโทรนิดๆดีนะ
และการใส่จังหวะเสียงตบมือเพิ่มเข้ามาในตอนท้ายเพลง ซึ่งตอนแรกที่ออกเป็นซิงเกิ้ลโปรโมทนั้นไม่มี ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบมากขึ้นจริงๆครับ ฟังแล้วรู้สึกมีความสุขจนต้องแอบฮัมเพลงและอมยิ้มไปด้วยทุกทีที่ฟังเลย
ทั้งชีวิต : บี พีระพัฒน์ / ลีเดีย Feat.โก้ Mr.Saxman
โอ้โห โดนมากๆครับเพลงนี้ ตอนแรกๆคุณกระต่ายก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าบีกับลิเดียจะร้องเพลงคู่ได้เข้ากันหรือเปล่า แต่ก็ออกมาได้เพราะมากครับ ลิเดียในเพลงนี้ก็ไม่ได้โหยหวนอะไรมากมาย แต่ยังแอบร้องบิดเบี้ยวจนฟังเนื้อผิดไปนิดหน่อย เพราะตอนแรกผมฟังท่อน "ให้ฉันได้เจอก่อนสิ้นใจ" เป็น "ให้ฉันได้เจอความสุขใจ" ไปซะงั้นน แต่รวมๆก็ดีแล้วครับ บีเองก็ดีตามมาตรฐานของตัวเองอยู่แล้ว
ที่เด่นพอๆกับตัวนักร้องก็คือเนื้อเพลงนี่ล่ะครับ ออกแนวตัดพ้อชะตาชีวิตเล็กน้อย ที่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ทำไมเราถึงยังไม่เจอใครสักคนที่เป็นคนๆนั้นของเราสักทีนะ ยิ่งเข้าช่วงวาเลนไทน์แบบนี้ แหม มันช่างเป็นคำถามที่คนโสดอย่างคุณกระต่ายก็อยากถามฟ้าเบื้องบนเหมือนในเพลงเหมือนกันครับ ฟังแล้วอยากจะร้องไห้จริงๆนะ T T
อยู่อย่างทำใจ : จั๊ก ชวิน
เพลงนี้เป็นอารมณ์เหงาๆของคนอกหักที่ออกแนวปลงๆนิดหน่อย เป็นมุมมองของคนที่เวลาเจ็บแล้วไม่ฟูมฟายหรือเสียใจมากเกินไป แต่จะไม่ให้เศร้าเลยก็คงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ฟังเผินๆก็เหมือนจะใช้เป็นคำตอบให้กับเพลง"ทั้งชีวิต"ได้เหมือนกันนะครับ ในเมื่อต้องพบกับความจริงว่า ยังไงเราก็ต้องอยู่ตัวคนเดียวแล้ว ก็ต้องอยู่อย่างทำใจให้ชินและยอมรับในความเป็นไปที่เกิดขึ้นนั่น ถึงจะดีที่สุดล่ะครับ
หมวดคุณกร ะต่ายชอบ
ก็เท่านั้น : เปียโน The Sis
จริงๆแล้วเพลงนี้เกือบจะอยู่ในหมวดชอบมากแล้วนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าเนื้อหายังธรรมดาไปนิด ผิดกับการร้องของเปียโน ที่ยังทรงพลังและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพแบบเต็มที่เหมือนเคยเลย แต่ละท่อนแต่ละฮุคนั้นมีการดีไซน์การร้องที่หลากหลายมาก เชื่อว่าถ้าได้ฟังเพลงนี้แบบ Live ล่ะก็คงจะยิ่งเจ๋งกว่านี้แน่ๆครับ
น่าเสียดายจริงๆนะครับที่นักร้องอย่างเธอ ไม่ค่อยมีผลงานให้เห็นเท่าไหร่ (ทั้งวง The Sis นี่ล่ะ สุดยอดแล้ว) ทั้งๆที่ถ้านับในแง่การร้อง ผมว่าเธอเป็นคนที่มีเทคนิคดีและรู้จักปล่อยไฟแบบคนทีร้องเพลงเป็นจริงๆ มาก
ต่างจากนักร้องรุ่นใหม่หลายๆคนที่ชอบนึกว่าการร้องตะโกน แผดเสียงแรงๆดังๆคือการพ่นไฟอะไรเทือกนั้น ขอให้ลองฟังเพลงนี้ดูเถอะครับ แล้วจะรู้ว่าคนที่ร้องเพลงแบบสมควรจะได้เป็นตัวแม่จริงๆนั้นมันเป็นอย่างไร
ดาว : ครูบิ๊ก
เพิ่งจะรู้ว่าครูบิ๊กแกเสียงหล่อขนาดนี้นะครับ ปกติเห็นใน AF ตลอดก็ไม่ค่อยได้สังเกต แต่พอมาฟังครูบิ๊กแกร้องเต็มๆแล้ว แหม เสียงหล่อและดูขี้เล่นดีครับ ตัวเพลงก็สดใสมาก แบบว่าสดใสจนเจิดจ้าไปเลย รวมๆก็ฟังเพลินๆดีครับ
Rainbow : am:pm(Mac)
ผมไม่ค่อยชอบเสียงของแมคนิดหน่อย ตั้งแต่ตอนยังเป็น Acappella 7 แล้ว เพราะรู้สึกว่าเสียงของเขาแอบแอ๊บแบ๊วไปนิดนึงน่ะนะครับ(แต่ไม่ถึงไม่ชอบจนฟังไม่ได้เลยนะ) ในเพลงนี้ก็ยังคงคอนเซปท์ร้องแบบผู้ชายหวานโนเนะนิดๆเหมือนเคย แต่ก็ฟังได้สบายๆดี
เนื้อหาเพลงนี้ก็ชมนกชมไม้ต่อเนื่องจากเพลงดาวก่อนหน้านี้เลย จากดวงดาวบนท้องฟ้าก็ข้ามไปยังสายรุ้ง เนื้อหาเปรียบเปรยประมาณว่า คนเราก็มีอารมณ์หลากหลายในตัวเหมือนรุ้งที่มีหลากสี และทุกสิ่งที่เป็นตัวเธอก็คือสิ่งที่ชั้นชอบอะไรทำนองนั้น( ถ้าเพลงนี้เป็นลูกกวาด ก็เลี่ยนได้อีก 555)
ผมชอบเพลงนี้ในช่วงท้ายๆ(ประมาณนาทีที่ 4.20 เป็นต้นไป)ที่ให้อารมณ์สดใสเหมือนเพลงเทศกาลคริสมาสต์อย่างบอกไม่ถูกดีครับ และเสียงคอรัสของแหม่ม พัชริดา ก็เพราะมากทีเดียว
พร้อมน้ำตา : Tattoo Colour
เพลงนี้ก็โอเคครับ ฟังติดหูดีในระดับหนึ่ง มีลายเซ็นที่โดดเด่นเช่นเคยกับเสียงกีตาร์สไตล์ Depapepe และเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของนักร้องนำ แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าอยู่ในอัลบั้ม Tattoo เอง เพลงนี้คงเป็นเพลงที่ใส่ไว้ให้เต็มอัลบั้มและไม่ได้นำมาโปรโมทแน่ๆอ่ะครับ ไม่ใช่ว่าไม่เพราะหรืออะไรนะครับ แก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากถ้าเทียบกับเพลงอื่นๆของวงนี้เอง
ขอบฟ้า : อิน บูโดกัน
ตอนเห็นอินในอัลบั้มนี้ครั้งแรก ไม่นึกว่าตัวเพลงจะออกมาในแนวนี้ ตัวเพลงเป็นแนวสบายๆชิวๆ ชมนกชมทะเล เป็นความรักแบบเฝ้าดูและรอคอย ก็ฟังได้เรื่อยๆมาเรียงๆดีครับ
ไม่มีเงื่อนไข : อัยย์ วีรานุกูล
เพลงปิดอัลบั้มจากการร้องของอัยย์ ที่ออกมาฟังสบายๆเพลินๆดีครับ แต่อาจจะเรียบไปนิดพอๆกับเนื้อหาที่เหมือนเป็นข้อสรุปเบสิคๆว่าความรักมันก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีเหตุผลอะไรมากมาย ขอแค่ให้ได้รักก็พอแล้วอะไรทำนองนั้น เกือบจะถูกจัดอยู่ในหมู่ชอบมากแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงฟังแล้วชอบแบบพอประมาณอยู่ แต่ก็เพราะนะครับ เป็นการปิดท้ายอัลบั้มที่ค่อนข้างสบายๆเหมือนภาพรวมอัลบั้มนั่นล่ะครับ
จุดเปลี่ยน : Beam
เพลงจังหวะอัพบีทที่สุดในอัลบั้ม ตอนแรกฟังแล้วเฉยๆนะครับ แต่พอมาลองฟังในรายละเอียดดูจริงๆ จะพบว่าเพลงนี้จะมีลูกเล่นและดนตรีแบบดิสโก้ใส่แฝงเข้ามาด้วย ซึ่งก็เป็นอะไรที่ชวนขยับคึกคักดีครับ
ถึงใจจริงๆผมคาดหวังว่าจะได้ฟังบีมร้องเพลงสบายๆมากกว่า แต่มาในแนวสดใสน่ารักแบบนี้ก็โอเคนะ นอกจากดนตรีและเนื้อร้องจะดีและไม่มีอะไรขัดหูแล้ว การร้องของบีมก็ไม่ได้แย่อะไรเหมือนที่หลายคนกังขาว่าใส่เขามาในอัลบั้มเพื่อเพิ่มยอดขายอะไรแบบนั้นหรอก สบายใจได้
หมวดคุณกระต่ายเฉยๆ
มิถุนายน : am:pm(Ping)
ขอโทษคนที่ชอบเพลงนี้ด้วย แต่ผมว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ประหลาดที่สุดในอัลบั้มเลยล่ะครับ การร้องก็ว่าดูแปลกๆแล้ว แต่เนื้อหาเพลงยิ่งทำให้ผมงงงวยเข้าไปใหญ่ ตอนแรกก็เป็นเพลงอกหัก บ่นถึงความรักที่จบไปแล้ว บ่นว่าทำไมเธอต้องทิ้งชั้นไป ไปๆมาๆก็ว่าความรักอยู่ไหน ทำไมฉันไม่เจอสักที แล้วก็แอบหวานซึ้งกับความทรงจำที่ยังมีเธออยู่ แล้วไปๆมาๆก็ตัดพ้อคนรักเก่าอีก แล้วจู่ๆก็ไปเทียบว่าความรักเหมือนราศีคนคู่ แต่ทำไมฉันไม่มีคู่
ผมว่าถ้าแยกดูแต่ละช่วงของเพลงนี้แล้ว สามารถเอาไปแต่งเป็นความรักหวานๆ ความรักแบบคนโสด ความรักแบบคนอกหัก ความรักแบบพร่ำเพ้อ ได้อีกหลายเพลงเลย แต่พอเอามารวมอยู่ในเพลงเดียวแบบนี้แล้ว ฟังแล้วบอกไม่ถูกจริงๆครับ และพูดก็พูดเถอะ ทั้งอัลบั้มมีเพลงนี้เพลงเดียวนี่ละครับ ที่คอนเซปท์ความรักโดดออกจากเพลงที่เหลือเหมือนอยู่คนละอัลบั้มจริงๆน่ะ
นอกจากนี้ก็ไม่ค่อยชอบอัลบั้มนี้นิดหน่อยตรง Intro กับ Outro ยาวเกินไปนิด ฟังแล้วจะหลับแล้วอารมณ์ก็ค่อนข้างโดดจากเพลงในอัลบั้มที่เอามาต่อกันด้วย คือเข้าใจว่าคงอยากให้โก้ Mr.Saxman มีอะไรทำนะครับ แต่ผมว่า Intro Outro แบบของชุดแรกน่ะโอเคแล้ว ไม่สั้นไม่ยาวเกิน
แล้วที่สำคัญคืออัลบั้มนี้ไม่มีเพลงฟินาเล่แบบตอน สายลม น่ะครับ เลยรู้สึกเหมือนเพราะแบบไม่สุดเท่าไหร่ ฟังได้เรื่อยๆมากไปหน่อย จบแล้วก็จบกันไปอย่างที่บอก ยิ่งถ้าฟังรอบแรกๆจะเป็นอะไรที่ผ่านหูมากๆ แต่เชื่อว่าถ้าฟังบ่อยๆนานๆแล้ว ก็เป็นอีกอัลบั้มที่เพราะมากๆครับ
อัลบั้มนี้เหมาะสำหรับคนที่มองความรักในแง่ค่อนข้างบวก นิยมฟังเพลงสบายๆและเนื้อหาค่อนข้างโต เพราะแม้แต่ความรักที่ไม่สมหวังก็ยังมีความคิดที่จะอยู่ต่อไปอย่างเข้าใจและยอมรับมัน อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ฟังอะไรแบบผ่านๆ ชอบฟังเฉพาะเพลงโปรโมท หรือเบื่ออะไรง่ายๆเท่าไหร่
ในราคา 155 บาท(และขายจริง 139) ผมคิดว่านี่เป็นอีกอัลบั้มหนึ่งที่ทำออกมาได้ลงตัวและน่าชื่นชมมากครับ แม้ว่าจะยังไม่โดนใจผมมากเท่ากับอัลบั้ม What's Love แต่ผมเชื่อว่านี่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่คุ้มค่ามากๆครับ ลองฟังดูๆ ผมแนะนำนะ
สำหรับเกรดก็ B+ ละกันครับ ^ ^
สุดท้ายนี้ก็ขอให้ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ ขอให้ความรักจงบังเกิดแก่ทุกท่าน เพราะความรักมีอยู่รอบตัวเราเสมอ ไม่ต้องเป็นคนรักหรือคู่รักอย่างเดียว รักพ่อ รักแม่ รักตัวเอง รักหมา รักแมว ก็ได้ทั้งนั้นล่ะครับ
แล้วพบกันใหม่ในเอนทรี่หน้าครับ บายๆ
