สัจธรรมอย่างหนึ่งที่ผมเพิ่งค้นพบในช่วงหลังๆไม่นานมานี้ นั่นคือไม่นึกเลยว่าจะมีอะไรหลายๆอย่างที่เคยเรียนมาตอนเด็กๆ แต่ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้ในตอนโตเยอะแยะเพียงนี้
1. ทำตารางบัญชีรายรับรายจ่าย
เนื่องจากหลังๆมานี้ผมเป็นคนที่สุรุ่ยสุร่ายมากขึ้นทุกที เคยนึกคึกขึ้นมาว่าจะลองทำดูซะหน่อย เพื่อความเรียบร้อยในการใช้จ่ายเงินทองในแต่ละวัน แต่ปรากฏว่าลืมหมดเกลี้ยงเลยครับว่ามันต้องเขียน หรือตีช่องยังไง ทั้งๆที่สมัยเด็กๆจำได้ว่าเคยเรียนนะ แถมต้องนั่งทำส่งอาจารย์ทุกวันเลยว่าใช้เงินไปเท่าไหร่ คงเหลือเท่าไหร่ แต่มาตอนนี้ลืมหมดแล้ว ลืมหมดเกลี้ยงจริงๆ(ใครทำได้สอนที 555 )
2. เขียนภาษาอังกฤษ A-Z ด้วยตัวเขียน
มีเด็กที่เรียนด้วยคนนึงอยากรู้วิธีการฝึกข้อมือให้พลิ้วๆ ผมเลยลองให้เขาฝึกโดยการคัดลายมือเป็นตัวภาษาอังกฤษ A-Z ในแบบตัวเขียน ซึ่งเมื่อสมัยเด็กๆ ตัวผมเองก็มักจะถูกฝึกเช่นนี้เหมือนกัน(ด้วยปากกาแบบจุ่มหมึก) ทำให้จำวิธีการเขียนด้วยตัวเขียนแม่นมาก แต่พอลองเขียนเป็นตัวอย่างให้เด็กดู กลับเพิ่งรู้ว่าตัวเองลืมรูปแบบการเขียนของมันไปหลายตัวมาก แบบตัวเล็กนี่ยังพอว่า แต่แบบตัวใหญ่นี่มึนงงไปหลายตัว บางตัวเอาไปปนกับตัวพิมพ์ก็มี จนเด็กนักเรียนต้องเป็นฝ่ายช่วยบอกวิธีเขียนให้ผมแทน = ="
แหม ก็สมัยนี้ใครๆก็ใช้ตัวพิมพ์หมดนี่นา ไม่เห็นมีใครใช้ตัวเขียนเลย(สมัยเด็กๆอุตส่าห์คัดแทบตาย) นอกจากพวกท่านเซอร์เขียนจดหมายเชิญมางานเลี้ยงในวังอะไรแบบนี้ 555 แล้วอีกอย่างคงเพราะผมใช้คอมเยอะๆด้วยมั้ง เลยจำตัวพิมพ์ได้ง่ายกว่าตัวเขียน (พยายามแก้ตัวสุดๆ)
3. เขียนจดหมายตามแบบแผน
การเขียนจดหมายที่ถูกต้องในสมัยเด็กๆนั้น ต้องเป็นแบบที่ต้องเขียนที่อยู่ วันที่ ไว้บนมุมซ้าย แล้วก็ต้องมีย่อหน้าก่อนขึ้นเนื้อหาว่า เรียน คุณ.... (หากเป็นบริษัทหรืออย่างอื่นก็ต้องเปลี่ยนอีก) แล้วก็ลงท้ายชิดขวาว่าด้วยความเคารพอย่างสูง ตามด้วยลายเซ็นลงชื่อกำกับ
และต้องเขียนให้สั้นๆ กระทัดรัด ได้ใจความ หากเป็นจดหมายลาป่วยก็จะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปอีก นอกจากนั้นก็มีการฝึกเขียนจดหมายแบบที่ส่งให้เพื่อน ส่งให้ผู้ปกครอง ส่งให้ครู บลาๆๆ จำได้เลยว่าตอนที่ต้องฝึกเขียนจดหมายให้เพื่อนเพื่อเล่าเรื่องในตอนปิดเทอมนี่ยังนั่งเขียนแบบงงๆเพราะไม่มีอะไรจะเล่า แถมยังต้องใช้ชื่อเพื่อนในจินตนาการซึ่งเป็นใครที่ไหนไม่รู้อีก แล้วผมจะเล่าอะไรให้เขาฟังดีล่ะเนี่ย 555
นอกจากนี้ยังมีการสอนวิธีการพับจดหมายให้ได้สามส่วนที่ถูกต้องอีกด้วย เป็นวิชาที่มีประโยชน์มากจริงๆครับ แต่ขอโทษคุณครูด้วยที่ลืมไปหมดแล้ว เวลาจะเขียนอะไรแบบเป็นทางการทีไรต้องแล่นไปเสิร์ชวิธีในเนทแทนเลย T T
4. ผูกเงื่อนลูกเสือ-เนตรนารี
เมื่อก่อนตอนเรียนทำได้หลายแบบมาก ทั้งเงื่อนบ่วงสายธนู เงื่อนตะกรุดเบ็ด เงื่อนพิรอด เงื่อนกระหวัดไม้ 2 ชั้น เพราะมีสอบเป็นจริงเป็นจัง ทั้งๆที่โตมาป่านนี้แล้วเวลามัดเชือกก็มัดแบบปมธรรมดาเหมือนผูกเชือกรองเท้าหรือผูกริบบิ้นทุกที ทำให้ตอนนี้แค่เงื่อนขัดสมาธิ ยังนึกไม่ออกเลยว่าต้องทำยังไง ขอโทษคุณครูด้วยอีกแล้วนะครับ
จะว่าไปแล้วเป็นครูสอนลูกเสือนี่ก็ลำบากไม่ใช่เล่นเลยนะครับ ต้องแต่งชุดลูกเสือสีกากีขาสั้นเหนือเข่า ดึงถุงเท้าตึงออกไปนอกบ้าน ทั้งๆที่อายุก็มากแล้วอีก ตอนเด็กๆก็คิดว่าเท่ห์ดีหรอก แต่มานึกเอาตอนนี้แล้วมันก็คงต้องทนสายตาชาวบ้านที่จ้องมองมาไม่ใช่น้อยเลย...
5. ผสมสีจากแม่สี แดง-เหลือง-น้ำเงิน
อันสุดท้ายนี้ ยกมาเพราะเป็นเรื่องเดียวที่ยังทำได้อยู่ 555 ถือเป็นหนึ่งในความรู้ไม่กี่อย่างในสมัยเด็กที่ยังได้รับการสานต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่อยากรู้จริงๆนะว่าคนอื่นที่ไม่ได้ทำงานทางด้านศิลปะทั้งหลายจะยังทำได้อยู่หรือเปล่า ฮิๆๆ
ความรู้นี่ถ้ามันไม่ได้ใช้ มันก็ลืมเอาได้ง่ายๆจริงๆนะครับ ขอโทษคุณครูที่คอยสอนวิชาเหล่านี้ทั่วโลกด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งจริงๆครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
คุณกระต่ายขี้บ่น
แต่ไม่คิดจะทำ แอ๊กก!!