2010/Oct/12

อะจ๊าก! เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยไปสามเดือนเสียแล้ว นับว่าเป็นอีกครั้งนึงเลยนะครับที่ผมปล่อยให้บลอคฝุ่นจับ ราขึ้นเสียขนาดนี้ ขออภัยทุกๆท่านด้วยจริงๆที่เข้ามาดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรอัพเดทเสียที เอาล่ะครับ ในเมื่อผมเริ่มคิดได้แล้วว่า จะต้องอัพเอนทรี่อะไรใหม่ๆในนี้บ้างสักที ว่าแล้วก็เห็นจะเป็นเรื่องของการรีวิวหนังนี่ล่ะ ที่ทำง่าย ทำไว ได้น้ำได้เนื้อดีซะด้วย หลังจากไม่ได้เขียนอะไรยาวๆมานาน ฮ่าๆๆๆ เอาล่ะครับ งั้นวันนี้ก็จะขอรีวิวหนังสักเรื่องที่เพิ่งไปดูมาสดๆร้อนๆก็แล้วกัน

อ้อ! ขอเตือนว่าสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรู้ถึงจุดจบของหนัง ก็ขอให้อย่าเพิ่งอ่านจะดีกว่านะครับ หรือถ้าอย่างน้อยก็อ่านข้ามช่วงที่มีขึ้นเตือนว่าสปอยไปก็แล้วกัน

เมื่อเริ่มจะว่างหลังจากผ่านพ้นมรสุมการปั่นงานครั้งใหญ่ไปหมาดๆ ผมก็เลยตัดสินใจได้ว่าจะต้องหาอะไรทำให้ผ่อนคลายสบายจิตเสียหน่อย ซึ่งพอลองมองๆดูโปรแกรมหนังที่กำลังฉายอยู่ในช่วงนี้แล้วน่าจะตอบโจทย์ที่ผมต้องการได้ดีที่สุด ก็เห็นจะเป็นหนังสยองขวัญสั่นประสาทแบบเรื่อง Devil นี่ล่ะครับ!

 

 Devil เล่าถึงเรื่องราวของคนแปลกหน้าห้าคนอันประกอบด้วย ชายหนุ่มแต่งตัวมอซอไม่เข้ากับความหรูของตึก รปภ.ผิวดำล่ำบึ๊กที่มาทำงานใหม่ในวันแรก สาวใสไฮโซท่าทางเป็นกันเอง คุณป้าขี้บ่นจู้จี้จุกจิก และ เซลส์แมนขายที่นอนผู้แสนกวนประสาท พวกเขาทั้งห้ากลับต้องมาติดอยู่ในลิฟท์ตัวเดียวกันอย่างไม่คาดคิดมาก่อน
 
ในขณะเดียวกัน ตำรวจหนุ่มที่กำลังตามสืบคดีฆ่าตัวตายอันแสนประหลาดอยู่ยังบริเวณใกล้เคียง ก็ได้ถูกเรียกตัวมายังตึกแห่งนี้และได้ชมรายการเรียลลิตี้สยองขวัญผ่านทางกล้องวงจรปิดภายในลิฟท์ ที่แสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นในนั้น เมื่อเริ่มมีคนตายไปเรื่อยๆทีละคนๆโดยหาสาเหตุไม่ได้
 
คนร้ายคือคนที่อยู่ในลิฟท์นั้นจริงหรือ สิ่งที่เกิดในลิฟท์ตัวนั้นเป็นเหมือนกับที่ตาเห็นทุกอย่างจริงหรือ หรือความจริงแล้ว มีใครบางคนที่ไม่ใช่แบบที่คนอื่นคิดว่าเป็นสอดแทรกอยู่ในนั้นกันแน่?
 

 

สำหรับใครที่สงสัยว่าพลอตแบบนี้ เรื่องราวในที่แคบๆแบบนี้ ตัวละครไม่กี่ตัวแบบนี้จะทำหนังออกมายาวๆได้ยังไง ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ เพราะหนังเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งด้านนอกลิฟท์และด้านในลิฟท์ควบคู่ไปด้วยกัน ก่อนจะขมวดเข้าหากันในตอนสุดท้ายได้อย่างลงตัว ในแง่ของความสยองขวัญหนังก็ทำออกมาได้ค่อนข้างถึงอารมณ์มากๆ และก็รู้จักเล่นกับคนดูได้ดีใช้ได้เลย(เอาแค่ฉากแรกที่เป็นเมืองกลับหัว แค่ฉากนี้ฉากเดียวก็ทำให้ผมรู้สึกถึงความกดดันและอึดอัดอย่างสุดยอดแล้วครับ) 

มีอยู่หลายซีนทีเดียวที่ทำให้รู้สึกขนลุกและระทึกไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เริ่มติดลิฟท์ และสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะมาพีคมากๆในช่วงที่มีความตายปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก หนังทำได้ดีมากๆครับ และก็ยังดีแบบนี้เรื่อยๆไปจนใกล้จบเลยทีเดียว 

 แม้ว่าอาจจะมีหลายๆคนอาจจะบ่นว่าทำไมหนังจบไม่ค่อยหักมุม ดูเรียบๆไปหน่อย หรือหนังอาจจะไม่ได้มีอะไรสดใหม่เท่าไหร่นัก โดยเฉพาะกับการซ่อนตัวคนร้ายซึ่งว่ากันตามตรงก็ไม่ได้เป็นมุกที่ยากจนเกิดจะคาดเดาเท่าไหร่นัก หากเป็นนักดูหนังที่ชอบเดาหรือช่างสังเกตุหน่อยๆน่าจะเดาถูกได้ไม่ยาก แต่สำหรับผมที่ดูหนังแล้วลุ้นไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า เลยรู้สึกอึ้งไปเลยเหมือนกันเมื่อหนังเฉลยคนร้ายตัวจริงปรากฏขึ้นมา(ฉากนี้น่ากลัวม๊ากกก)
 
และว่ากันจริงๆแล้วผมว่ามีน้อยเรื่องนะครับ ที่สามารถเอาประเด็นเรื่องศาสนา วิญญาณหรือสิ่งลี้ลับ มาโยงเข้ากับสถานการณ์ที่ดูเหมาะจะเป็นหนังเชิงจิตวิทยาฆาตกรรมแบบนี้ได้อย่างไม่ขัดเขินหรือรู้สึกว่า แหม...หาทางลงไม่ได้เหรอเลยโบ๊ยให้เป็นผีเป็นวิญญาณไปซะงั้น ซึ่งผมแทบไม่เกิดความรู้สึกนี้กับตัวหนังในตอนที่ดูเลย

 

...ต่อไปนี้จะมีสปอยแล้วนะ...

 

 

ส่วนหนึ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือประเด็นหลักที่หนังต้องการจะสื่อสารกับคนดูแม้ว่าหน้าหนังจะดูเป็นหนังสยองขวัญสั่นประสาท แต่ข้อคิดหลักที่หนังพยายามสอนนั้นกลับเป็นเรื่องที่ควรนำเก็บมาคิดมากสุดอีกเรื่องนึงในสังคมสมัยนี้เลยทีเดียว 

ความจริงแล้วคนทั้งห้าล้วนเป็นคนบาปที่ไม่เคยสำนึกว่าตนเองทำผิดเลยแม้แต่น้อย พวกเขาล้วนมีบาปที่กระทำลงไปด้วยความตั้งใจบ้าง ด้วยความไม่รู้หรือไม่คิดถึงผลที่จะตามมาบ้าง ทำให้ปีศาจตัดสินใจรวบรวมคนบาปเหล่านี้ไว้ในที่เดียวกันเพื่อมอบความตายให้กับพวกเขาทีละคน หนังปิดท้ายด้วยประโยคสำคัญที่ผมชอบมากประโยคหนึ่งก็คือ "If devil is real, God must also be real." ซึ่งหมายความได้ว่าถ้าหากว่าเดวิลหรือความชั่วร้ายมีจริง พระเจ้าหรือความดีก็ต้องมีจริงได้เช่นกัน
 
 
 ทุกวันนี้ มีเรื่องหนึ่งที่ผมมักจะรู้สึกได้บ่อยขึ้นก็คือ คนเราทุกวันนี้สามารถทำเรื่องที่ชั่วร้ายได้แนบเนียนขึ้น ถึงใครจะจับได้ก็ทำเป็นหน้าด้าน ไม่สนใจเข้าไว้ก็พอ เพราะเดี๋ยวนานๆไปคนก็ลืม หรือถ้าเล่นกับกระแสสังคมเป็นหน่อย ใช้ความรัก ความน่าสงสารเป็นเครื่องมือบ้างอะไรบ้าง เดี๋ยวก็มีคนเข้าข้างหันมาช่วยแถ ช่วยเถียงแทนเราด้วยซ้ำไป เผลอๆจะกลายเป็นว่าคนที่รู้สึกว่าคนเหล่านี้ทำเป็นเรื่องผิด และพยายามมองหาความจริง กลับกลายเป็นคนที่ดูอาฆาตมาดร้าย ไม่ยอมจบ หรือไม่รู้จักให้อภัยไปแทนก็มี
 
อาจจะเป็นเพราะเมื่อเราทำผิด มันเป็นเรื่องง่ายและทำให้สบายใจกว่าที่จะไม่ยอมรับในสิ่งที่ทำ เพราะผลที่ตามมานั้นมันเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับได้ ทำให้บางคนเลือกที่จะใช้กลไกป้องกันตัวเองต่อไปจนเรื่องราวลุกลามบานปลาย ทั้งๆที่ความผิดบาปที่ได้ก่อขึ้นไปแล้วนั้น ไม่สามารถลบเลือนไปได้ด้วยกาลเวลาหรือคำโกหกพกลมแต่อย่างใด ซ้ำร้ายกลับอาจจะเพิ่มความโกรธแค้นจากคนที่ถูกกระทำหรือไม่เห็นด้วยมากกว่าเดิมเสียอีกก็ได้ และในที่สุดแล้วคนที่ต้องติดอยู่กับความผิดบาปที่ก่อขึ้น และต้องเจ็บปวดในระยาว ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากตัวคนทำนั่นเอง
 

 
การยอมรับความจริง รู้จักขอโทษหรือยอมรับในสิ่งที่ได้ทำลงไปและผลที่จะตามมาต่างหากถึงจะเป็นทางแก้ปัญหาที่แท้จริง แม้ว่าการเผชิญหน้ากับความผิดที่ตัวเองทำอาจจะเป็นเรื่องยากลำบาก และต้องสูญเสียอะไรหลายๆอย่างไป แต่หนังก็ได้บอกอย่างชัดเจนว่า หากความชั่วร้ายมีจริง ความดีก็ต้องมีอยู่เช่นกัน อย่ากลัวที่จะยอมรับในสิ่งที่เราทำผิด เพราะผลที่ตามมามันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เรากลัวไปเองก่อนก็ได้

ในตอนท้ายของหนัง ผู้ที่รอดชีวิตออกมาจากลิฟท์มรณะตัวนี้ ก็คือคนที่สำนึกผิดและยอมรับในบาปที่ตัวเองได้ในที่สุด แต่เขาจะรอดไปไม่ได้อย่างแท้จริง หากคุณตำรวจผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการทำในอดีตของเขา ไม่ยอมให้อภัยหรือเลือกที่จะเข้าข้างความดำมืดในจิตใจต่อไป ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ Devil ต้องการมากที่สุดก็ได้

 

 

......อ่ะ สำหรับท่านที่เลี่ยงการอ่านสปอยมาจากด้านบนมา เชิญอ่านต่อได้แล้วครับ...

อันที่จริงแล้ว หนังก็ไม่ถึงกับว่าจะไม่มีข้อเสียหรอกนะครับ เพราะมันยังสนุกและดีได้กว่านี้อีกเยอะ หากมีรายละเอียดมากกว่านี้หน่อย เช่น น่าจะมีการเล่าถึงความชั่วที่แต่ละคนทำมากกว่านี้ หรือเล่นกับความกดดันในเชิงจิตวิทยาของคนจำนวนน้อยในสถานที่แคบและปิดตายให้เยอะกว่านี้อีกหน่อย(เพราะเท่าที่ดูมันยังเล่นได้อีกเยอะนะ) แถมพูดจริงๆแล้ว ผมว่าเดิมทีหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นพลอตสั้นๆไว้ทำเรื่องสั้นสำหรับทำเป็นหนังอย่างพวกสี่แพร่งเสียมากกว่า แต่ทีมงานรู้สึกว่าเอามาทำเป็นหนังยาวๆได้ก็เลยเอามาใส่รายละเอียดเพิ่มเติมอย่างละนิดละหน่อยทีหลังจนออกมาเป็นอย่างที่เห็นนี้ ซึ่งถ้าไม่ซีเรียสอะไรก็อาจจะพอมองข้ามไปได้บ้างถึงความลักลั่นบางอย่างของตัวหนังโดยรวมๆไปได้บ้าง

ถ้าให้คะแนนก็ให้ประมาณสัก B- ละกัน ตอนที่ดูจบปุ๊บในตอนแรกก็ไม่ถึงกับประทับใจอะไรมาก แต่หนังก็มีอะไรดีๆในตัวเยอะจนทำให้รู้สึกค่อนไปในทางชอบมากกว่าจะเสียเวลาดู และเมื่อนั่งคิดปะติะปะต่อเรื่องราวในหนังโดยรวมๆแล้ว ผมว่าก็ถือเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ลงตัวและมีข้อคิดที่ดีทีเดียวนะ ส่วนใครไม่กล้าดูเพราะกลัวว่าจะได้เจอฉากสยองขวัญแหวะๆโหดๆเลือดสาดอะไรพวกนี้ไม่มีแน่นอนครับ เพราะหนังเล่นกับความรู้สึกกลัวเสียมากกว่า ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลในจุดนี้มากไป(แต่ก็มีบ้างนะ นิดๆหน่อยๆ)

โดยเฉพาะถ้าเป็นคนที่นับถือศาสนาคริสต์หรือเข้าใจหลักคิดเชิงนี้อยู่แล้ว ผมว่าน่าจะยิ่งชอบมากทีเดียว เพราะหนังพูดถึงประเด็นในเรื่องเหล่านี้เป็นใจความหลักเลย แถมยังมีรายละเอียดยิบๆย่อยๆที่น่าจะมีแต่ชาวคริสต์เท่านั้นล่ะที่จะเก็ตมันได้ดีที่สุด เอาเป็นว่าถ้ามองหาอะไรแบบนี้อยู่ก็อย่าได้รอช้า ตีตั๋วไปชมกันได้เลยครับ ผมแนะนำ (ซึ่งหลังจากไปเสิร์ชมาเพิ่ม นี่ก็เป็นแค่ตอนแรกสุดของโปรเจคท์หนังชุดสามตอนที่ใช้ชื่อว่า The Night Chronicles ล่ะครับ ฮ่าๆที่แท้ก็แนวผีสามบาทแต่ขยายทำเป็นหนังยาวจริงๆด้วย )

เอาละครับ ในที่สุด...ในที่สุดก็อัพบลอคสำเร็จแล้วในรอบสามเดือน ฮูเร่! ความจริงแล้ว อยากจะบอกว่าที่เขียนถึงหนัง Devil อยู่เนี่ยจริงๆเขียนเป็นครั้งที่สองแล้วนะครับ เนื่องจากครั้งแรกที่มาเขียนไปเมื่อสามวันก่อน เขียนปุ๊บ กดส่งปั๊บ เอกซ์ทีนก็ดันอยู่ในช่วงเจ๊งบ้งพอดี แถมไม่มีออโต้เซฟเก็บไว้ด้วยอีก ไอ้ที่เขียนไว้หายหมดเกลี้ยง ผมเลยแอบสาปแช่งมาสเตอร์แชมป์ไปพักใหญ่เลยทีเดียว(ฮึ่ม...จะเสียก็ดันมาเสียตอนนั้นเป๊ะๆเลยด้วยนะ)

ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านมาจนจบนะครับ แล้วก็ขอบคุณมากที่ยังแวะเวียนกันเข้ามาดูอยู่เรื่อยๆแม้จะไม่มีการเคลื่อนไหวเลยตั้งสามเดือนแน่ะ! เอาเป็นว่าคุณกระต่ายจะพยายามขยันอัพบลอคให้บ่อยๆกว่านี้นะครับ แหะๆๆ ไว้พบกันใหม่เอนทรี่หน้าครับพ้ม! บ๊ายบาย

Comment

Comment:

Tweet


#6 by (1.47.73.148|1.47.73.148) At 2015-04-19 17:21,
ขอบคุณครับ ดูหนังเรื่องนี้แล้วงงเล็กน้อย พอมาอ่านที่นี่แล้ว เข้าใจเลยครับ confused smile
#5 by TiKy (58.9.251.217) At 2010-12-31 09:17,
หนังสยองขวัญในห้องแคบๆแถมปิดตายแบบนี้หลอนใช่น้อยsad smile

ตอนอ่านสปอยนึกถึงหนังเรื่องผู้หญิงห้าบาปชอบกล (อิอิ)
#4 by kororo At 2010-10-17 21:41,
น่าดูcry
#3 by 31ink At 2010-10-13 00:51,
น่าดูๆ cry
#2 by jyammii At 2010-10-13 00:47,
ตามเพื่อนไปดูมา ชอบเหมือนกันเลยฮะ ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะสนุก แต่สนุกกว่าที่คิดเยอะเลย สยองด้วยช่วงไฟติดๆดับๆเนี่ย
#1 by โฟร์ (124.121.248.86) At 2010-10-12 23:05,

Tharadon D.
View full profile
Imome Family