ความสามารถอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่ค่อยรู้กันเกี่ยวกับตัวเราก็คือ เราเป็นคนที่ชอบวาดรูปสีโปสเตอร์อย่างมาก มากจนถึงขนาดเรียกว่าเป็นงานอดิเรกยามว่างเลย แต่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าเราถนัดแต่การวาดการ์ตูนหรืออะไรอย่างอื่นมากกว่า
การวาดรูปและลงสีถือเป็นงานอดิเรกที่เราโปรดปรานมาก เผลอๆอาจจะมากกว่า งานอดิเรกประเภทอื่นเช่น การออกกำลังกาย การฟังเพลงหรือการอ่านหนังสือเสียอีก เวลาเราทำภาพออกมาสักภาพ เราจะอยู่กับภาพอย่างนั้นไปจนกว่าจะทำเสร็จเลย จะไม่ยอมลุกไปทำอะไรอย่างอื่นเด็ดขาดถ้าไม่จำเป็น คล้ายๆเหมือนเป็นโลกส่วนตัวที่มีแต่เรากับภาพที่เรากำลังวาดอยู่ ค่อยๆผสมสีที่ต้องการ ค่อยๆบรรจงป้ายพู่กันลงไปในจุดที่ต้องการ ค่อยๆตกแต่งให้ภาพดูสมบูรณ์ และพอเห็นผลงานที่เสร็จออกแล้ว ก็จะรู้สึกสบายใจทุกครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้สวยอะไรมากมาย แต่ก็เป็นงาน original ชิ้นเดียวที่มีในโลก และมันก็เป็นของเรา และเราก็รักมากซะด้วย
หลังๆมานี้เราไม่ค่อยได้ทำภาพสีโปสเตอร์ซะเท่าไหร่ เพราะว่างานยุ่งมาก เพิ่งจะมีช่วงนี้ที่เริ่มพอมีเวลาก็เลยเริ่มอยากกลับมาลงสีอะไรสวยๆด้วยมือตัวเองอีกครั้ง และที่สำคัญ เทอมนี้ลงเรียนวิชาศิลปะไปตัวนึง ก็เลยได้โอกาสกลับมาทำงานที่รักอีกครั้ง
งานชิ้นนี้ อาจารย์ให้คอนเซปท์มาว่าวาดอะไรก็ได้ ตามอิสระ แต่เอาเป็นภาพที่เป็นแนวที่ชอบและอยากทำ เราก็เลยกลับไปคิดมา ได้เป็นภาพนี้ ชื่อภาพว่า " Fairy Tales"

ภาพนี้ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะเสียเวลานั่งนึกตั้งนานว่าจะวาดออกมาแนวไหนดี ที่ตั้งชื่อภาพว่า fairy tale เอาง่ายๆเลยเพราะว่าอยากวาด และก็อยากลงสีแบบบรรยากาศที่มันมืดๆ แต่ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ เอาแบบเห็นปั๊บก็ทำให้รู้สึกน่าสนใจได้ง่ายๆ เลยใช้คู่สีน้ำเงิน-ส้ม ซึ่งเป็นคู่สีที่สวยที่สุดในความเห็นเรา
เวลากลางคืนเป็นเวลาที่เราชอบมาก เพราะว่ามันทำให้จิตใจรู้สึกสงบดี หลายคนอาจจะมองเห็นว่า นี่เป็นภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีพระจันทร์สุกสว่าง หรือเป็นภาพของหิ่งห้อย ดาวเหนือ ฯลฯ ก็ว่ากันไป ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะงานนี้เราตั้งใจให้มองออกมาได้หลายๆแบบ เพราะไม่อย่างนั้นก็คงใส่ตัวภูตเอลฟ์เรืองแสงลงไปในวงกลมสีส้มเพื่อให้ดูออกง่ายๆแล้วว่าเป็นภาพเกี่ยวกับเทพนิยาย
เนื้อหาของภาพนี้เป็นภาพแนวภาพประกอบนิทาน ซึ่งถ้าจะให้เราเล่าก็คงเป็น ประมาณว่า ในค่ำคืนที่เงียบสงบและแสนหนาวเหน็บ ณเมืองที่แสนจะเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเฉยชาพลันปรากฏแสงลึกลับสีส้มที่แสนขัดกับบรรยากาศของเมืองนี้ขึ้นมา เจ้าภูตเอลฟ์ตัวน้อยที่เป็นเจ้าของแสงนั่นเอง และมันมาที่เมืองนี้เพื่อ....(ไปต่อเอาเอง 555)
การลงสีอย่างที่บอกแล้วว่าไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก ก็เลยไม่มีเทคนิคอะไรที่จะนำเสนอสักเท่าไหร่ นอกจากการใช้คู่สีที่เหมาะสมเป็นหลัก และด้วยว่าภาพนี้เป็นภาพจำพวกภาพประกอบนิทาน ก็เลยสร้างโลกที่เสมือนจริงขึ้นมา เช่นต้นไม้ หรือบ้านที่มีลักษณะไม่เหมือนจริง แต่ก็ดูออกได้ว่ามันคืออะไร ที่เราชอบที่สุดก็คงเป็นวงกลมแสงของเอลฟ์ลูกโตที่เด่นที่สุด เพราะตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะลงสีอย่างไรให้มันดูเนียนเป็นเหมือนเรืองแสงได้ หลังจากพึ่งพาสีโปสเตอร์ขาวและใช้วิธีป้ายพู่กันให้ดูหยาบๆ ก็เลยพอถูๆไถไปได้ และก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น
และเราว่า สองชั่วโมงที่เราเอาตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายแห่งนี้ก็คุ้มค่าไม่ใช่น้อยทีเดียวล่ะ.
ป.ล.อันนี้เป็นแบบ negative ซึ่งเราว่าก็ดูให้อารมณ์แปลกไปอีกแบบไม่หยอก




