Rabbit-Artroom

สวัสดีครับ หายหน้าหายตาไปนานมากจริงๆคราวนี้ แม้อยากจะลองมาอัพบลอค Exteen เวอร์ชั่นใหม่ใจจะขาด (มีAuto Save ซะด้วย ดีจังๆ)แต่เนื่องจากเจอพายุงานทับถมหลายช่วง บอกตรงๆว่าช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมแทบไม่ได้หลับได้นอนเลย นั่งปั่นงานแบบเอาเป็นเอาตายแข่งกับกำหนดส่งต้นฉบับ นึกแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าจะเอาชีวิตรอดมาได้ T - T

วันนี้ก็ไม่ได้จะมาอัพอะไรมากมายหรอกครับ เพราะยังเหนื่อยอยู่ แต่เผอิญมีงานใหม่ชิ้นนึงที่คงจะได้เห็นกันเร็วๆนี้ เพิ่งทำเสร็จส่งไปสดๆร้อนๆวันนี้นี่เอง เลยใจร้อนอยากจะลองเอามาลงไว้เสียหน่อย จะได้รู้ด้วยว่าเห็นแล้วคิดยังไงกัน(บวกกับกลัวบลอคร้าง เนื่องจากตอนนี้หยากไย่ขึ้นเต็มไปหมดแล้ววววว)

เอาล่ะครับ กฏกติกาข้อเดียวในวันนี้ก็คือ ดูได้ เซฟได้ แต่อย่าเอาไปกระจายต่อที่ไหนนะครับ ก็คงไม่ต้องพูดกันมากละนะครับ คนที่เคยอ่านบลอคนี้บ่อยๆก็น่าจะเข้าใจเหตุผลกันดี

อันที่จริง จะว่าไปแล้ว ผมว่ามันก็ไม่ใช่งานใหม่อะไรหรอกนะครับ เพราะมันก็คือซีรียส์ที่ตอนนี้รู้สึกตัวเองต้องเขียนเป็นรายปีไปแล้ว 5555 ใช่แล้วครับ มันก็คือ การ์ตูนบั่นทอนปัญญา AF Comic ประจำปี 4 นี่เอง!!!

เรื่องของเรื่องคือ รายการปีนี้จบไปแล้ว ก็เหมือนๆกับทุกปีที่เหล่านักล่าฝันจะต้องเดินสายไปถ่ายแบบและลงนิตยสารต่างๆ และเมื่อพูดถึงนิตยสาร ก็คงจะพอจำกันได้ล่ะนะครับ ว่าผมเองก็เคยเขียนการ์ตูน AF ลงในนิตยสารหัวหนึ่งมาสองปีแล้ว และปีนี้ก็เช่นกัน นั่นก็คือนิตยสาร VOLUME นั่นเอง...

อะ พล่ามมายาวแล้ว ไปดูก่อนเลยดีกว่าครับว่าหน้าเปิดสีของการ์ตูนปีนี้จะหน้าตาเป็นไง อะๆๆๆๆ เอาไปเลยคร๊าบบบบ

AF4 Comic : VOLUME's Volume

ใครเป็นใคร หน้าตาแบบการ์ตูนสำเร็จรูปแล้วเป็นยังไง ดูกันออกหรือไม่(แอบปาดเหงื่อ) ก็บอกกันได้ตามสะดวกนะครับ ตอนนี้อยากได้คอมเมนท์นิดนึง จะได้เอาไปแก้ทันก่อนตีพิมพ์จริง 5555 ตอนนี้ผมรู้ที่ผิดอย่างนึงแล้วคือกรอบมันเบี้ยวนี่เอง - -" ตีกรอบยังไงเนี่ย แถมตัวการ์ตูนตัวผมเองก็ลืมลงสีอีก โอย...บ้าจริง

อยากจะบอกว่าปกนี้ใช้เวลาวาดราวๆครึ่งชั่วโมงได้ครับ ตอนนั้นต้องรีบเอาไปแสกนมากเลยทำแบบลืมตายสุดๆ แต่จริงๆมันก็ไม่ยากอยู่แล้วด้วยน่ะนะครับ เพราะปกนี่ผมทำเป็นส่วนสุดท้ายเลย เวลาวาดตัวละครเลยรู้สึกคุ้นมือพอควร เพราะว่าวาดเป็นเวอร์ชั่นสี่ช่องจบมาแล้ว มันเลยชินมากขึ้น

ส่วนเวลาลงสีนั้นก็รวมๆแล้วประมาณ 5 ชั่วโมงได้ แต่ก็ถือว่าเร็วนะครับ(สำหรับคนลงสีไม่ค่อยเก่งอย่างผม) อีกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นการลงสีแบบเรียบๆไม่ได้มีเทคนิคอะไรมาก แต่จะเสียเวลาตรงการเลือกโทนสีให้ได้ตามที่อยากได้นี่ล่ะครับ บางสีตอนแรกคิดว่าดีแล้วมาดูรวมๆโดดกว่าคนอื่นไปก็ต้องมานั่งแก้อีก อะไรแบบนี้

ใครที่รู้สึกว่าปกนี้สีมันออกโทนสว่างๆซีดๆไปหน่อย เพราะผมตั้งใจเองนะครับ เพราะไม่อยากให้เหมือนกับปีก่อนๆ ถึงจะใช้ฟอร์แมทเรียงหน้า 12 คนแบบนี้ทุกปีก็เถอะนะ แต่ให้มีอะไรต่างกันไปนิดนึงก็คงดี (ของปีสามไปดู ที่นี่ ละกัน) แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโอเคหรือเปล่า ใจนึงผมว่าสีมันก็นวลๆสว่างๆซีดๆไปหน่อยนะ แต่อีกใจก็คิดว่ามันก็โอเคแล้วล่ะ ถ้าไม่เป็นแบบนี้มันจะเหมือนของปีก่อนไปหน่อย

ยังไงก็ลองคอมเมนท์กันได้นะครับ เพราะตอนนี้ยังแก้ทัน ถ้าไม่โอเคจริงๆผมจะได้เอาไฟล์ไปแก้ใหม่ได้ ส่วนตัวการ์ตูนสี่ช่องจบบั่นทอนปัญญานั้นก็เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะครับ มีถึง 31 ตอนด้วยกัน ถือซะว่าเอาให้อ่านกันคุ้มสมกับที่ปีนี้ไม่ได้วาดเลยในช่วงที่มีรายการอยู่นะ(แหะๆๆ) ส่วนบทตัวเอกประจำปีนี้จะเป็นใครยังไงนั้น ไว้ค่อยไปอ่านกันอีกทีตอนนั้นละกันขอรับ

แต่ตอนนี้ผมก็คงต้องขอตัวก่อนละนะครับ ง่วงมากแล้ว คืนนี้ผมจะได้นอนตาหลับเสียทีหลังจากอดหลับอดนอน ปั่นงานดึกๆดื่นๆมาหลายวันติดต่อกัน แล้วพบกันใหม่ในเอนทรี่หน้าครับผม ^ ^

ป.ล.เห็นเพื่อนบ้านหลายคนเปลี่ยนธีมใหม่กันเยอะจริง เดี๋ยวเปลี่ยนมั่งดีไหมเนี่ย เหอๆๆๆๆ

edit @ 23 Oct 2007 18:43:33 by imome

โอ๊ย ฤดูร้อนปีนี้มันจะร้อนเอาโล่ห์ไปถึงไหนกันเนี่ย ช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ดูเหมือนหนังกำพร้าของเราจะดำขึ้นๆทุกวันตามความรุนแรงของแสงแดดที่เพิ่มมากขึ้น พลอยให้หงุดหงิดง่ายไปด้วย(บวกกับมีเรื่องให้จิตตกเยอะแยะมากมาย) แถมบางวันพอร้อนมากๆแล้ว กลางเป็นมีฝนตกหนักอีก แบบพายุเลย อากาศเชียงใหม่ช่วงนี้แบบว่าแปรปรวนมากมาย พักนี้จะทำอะไรก็ต้องทำใจร่มๆก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวคนจะหาว่ากระต่ายขี้บ่น นอกจากจะขี้บ่นแล้วยังขี้วีนอีกต่างหาก5555

สงกรานต์ปีนี้ก็แทบไม่ได้ไปไหนมาไหนเลย ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการ Survivor + Battle Royale เสียเหลือเกิน เพราะร้านอาหาร ร้านค้า มินิมาร์ท ปิดตัวไปเพียบ โดยเฉพาะคืนวันที่ 14 ถือเป็นคืนที่โหดเหี้ยมมาก ผมเดินเกือบ 2 กิโลเพื่อตามหาหัวใจ เอ้อ ไม่ใช่ ตามหาของทาน ก่อนจะไปพบกับร้านข้าวขาหมูที่เหลือข้าวจานสุดท้ายพอดี นี่ถ้าไม่ได้ข้าวขาหมูวันนั้น ผมคงอดตายกลายเป็นปุ๋ยกลางเทศกาลไปแล้วแน่ๆ T - T

ส่วนบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ก็แบบว่า ออกแนวเงียบเหงาเล็กน้อย สงสัยว่าค่าน้ำมันกำลังแพง คนเลยไม่ค่อยขึ้นมาเที่ยวกันเยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอสนุกสนานคึกคักใช้ได้อ้อ แต่ผมไม่ได้ไปเช็คแถวคูเมืองนะครับเพราะไม่มีรถไป ได้ข่าว + เห็นภาพที่ถ่ายมากันแล้วก็น่าสนุกกันไม่ใช่น้อย

แต่ในส่วนแย่ๆที่เห็นมาก็มีเยอะนะครับ บางทีก็เยอะจนรู้สึกว่า เทศกาลสงกรานต์กลายเป็นเทศกาลที่ให้คนไทยดื่มเหล้า ลวนลามแต๊ะอั๋ง ใช้ความรุนแรง เต้นแร้งเต้นกา สาดน้ำแบบเสียสติได้อย่างถูกกฏหมายไปแล้วเหรอนี่ มองไปทางไหนจึงได้เห็น สาวๆ สก๊อยเกิร์ล(ไม่เกีย่วอะไรกับ สไปซ์เกริ์ล)นุ่งสั้นเต็นแบบอยู่ในเธคกลางถนน หรือเด็กแซ๊บไล่ตีกัน ไล่ปะแป้งสาวๆ(บริเวณหน้าอกและลำตัว)ขับมอไซค์ไต่ถังกับแบบเมามันส์หรือคนหาโอกาสดวดเหล้ากันกลางวันแสกๆ(มันเกี่ยวอะไรกับเทศกาลสงกรานต์เหรอ?) ภาพสงกรานต์ในวันนี้แทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับสงกรานต์สมัยก่อนที่เป็นการรวมญาติ การเล่นน้ำกันแบบน่ารักๆ ไปวัดทำบุญเพื่อความสงบสุข ก่อเจดีย์ทรายไปเสียแล้ว

จริงๆเมื่อตอนเด็กๆ (แหม พูดแล้วฟังดูแก่ๆชอบกล) ผมเป็นอีกคนนึงนะครับที่ระริกระรี้อยากเล่นน้ำจนตัวสั่นมาก จำได้ว่าเทศกาลสงกรานต์เนี่ย เป็นเทศกาลที่ทำให้เราได้เจอกับญาติๆ ได้เล่นน้ำกับพวกลูกพี่ลูกน้อง ถ้าพวกคุณลุงมีเวลาว่างหน่อยก็จะเอารถปิคอัพมาให้พวกเราขึ้นไปเล่นสาดน้ำในตัวเมืองด้วยแต่พอเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยอยากไปเล่นน้ำเท่าไหร่แล้ว ครั้งสุดท้ายที่เล่นล่าสุดก็ประมาณสองปีที่แล้ว ซึ่งมีแนวโน้มว่าต่อไปนี้คงจะไม่เล่นอีกแล้วล่ะนะ

เอาล่ะ เกริ่นมายาว เอาเป็นว่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับที่ผมจะอัพวันนี้เลยแม้แต่น้อย เรื่องของเรื่องคือ อย่างที่ทราบกันว่า พักนี้ผมกำลังบ้าเห่อลงสีคอมอยู่ ดังนั้นก็เลยวาดภาพให้เข้ากับบรรยากาศแบบหน้าร้อนๆสักหน่อยดีกว่า 5555 ว่าแล้วก็ไปดูกันก่อนดีกว่าเนอะ

Summer Time 01

แบบใหญ่ๆขึ้นมาอีกหน่อยนึง

ภาพนี้จริงๆตั้งใจจะใช้เป็นภาพที่เอาไปสมัครงานบางอย่างครับ มีคอนเซปท์ออกแนวหน้าร้อนนิดหน่อย ก็เลยวาดออกมาให้บรรยากาศริมทะเล แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของภาพนี้เกิดขึ้นเพราะผมอยากไปทะเลมากกกกกก โอ้วววว อยากไปเล่นน้ำ อยากไปเดินชายหาด อยากไปกินอาหารริมทะเล อยากกินกุ้ง ปู ปลาแมงกระพรุน หอยแครง แพลงตอน ฯลฯ ทำไมเชียงใหม่ถึงไม่มีทะเลนะ โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อมเลยจริงๆ 55555

ไหนๆก็เป็นงานสีชิ้นที่สี่แล้ว(ชิ้นที่สามไว้ให้ดูคราวต่อไป) เลยลองเปลี่ยนสไตล์การลงสีบ้างเล็กน้อย คือแทนที่จะเล่นแสงเงาแบบธรรมดา ก็เอาพู่กันหัวปากกาขีดๆให้มันดูมีอะไรหวือหวามากขึ้นนิดนึง แบบว่าคิดไปเองว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งเรื่องลงสีคอมแล้วน่ะนะครับ 555 ผลก็คือออกมาเละอย่างที่เห็นนี่เอง โฮ่ๆๆๆๆ (เอาไว้ค่อยๆหาสไตล์ตัวเองไปอีกทีดีกว่านะเรา)

จริงๆภาพนี้ผมตั้งใจลงสีให้มันหยาบๆนิดนึงนะครับ เพราะต้องรีบทำมากก่อนอารมณ์จะหมด(อากาศมันร้อน) จนพอทำเสร็จมาดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะเก็บรายละเอียดให้มากกว่านี้หน่อยคงจะสวยขึ้นเยอะ แต่ก็เอาเถอะนะ งานไม่ได้ทำจริงจังอะไร ลงตามใจชอบดีกว่าแต่จริงๆผมชอบตรงส่วนที่ลงสีผมของผู้หญิงมากเลย รวมไปถึงวิวทะเลที่คิดว่าทำได้สวยขึ้น(มั้ง) แต่ก็ยังติดใช้สีโทนหวานเป็นลูกกวาดอยู่ดีนั่นละนะ ไว้ค่อยแก้ๆกันต่อไป เอาเป็นว่าใครมีอะไรจะติชมภาพนี้บ้างก็บอกได้เลยนะครับ T - T (คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!!!)

ก็หวังว่าภาพนี้จะช่วยดับร้อนหรือผ่อนคลายอารมณ์พอท่านได้บ้างนะครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนดีกว่า ไปหาอะไรดับร้อนชั่วคราว(จะไปแก้ร้อนด้วยการไปดูหนัง ICE AGE ดีนะ แค่ชื่อก็ท่าทางจะเย็นแล้ว 555)เอาเป็นว่า แล้วพบกันใหม่ครับผม ^ ^


สำหรับEntry ที่แล้ว เรื่องที่ผมเคยคิดว่าจะให้ Blog นี้เป็นบลอกที่คอมเมนท์ได้สำหรับสมาชิกดีกว่าหรือไม่ เพื่อก้ปัญหาบอทโฆษณาขายของตอนนี้ผมตัดสินใจได้แล้วว่าจะเปิดให้ทั้ง Member และ Non-Member คอมเมนท์ได้ตามเดิมนะครับ เพราะอ่านหลายๆความเห็นแล้วก็เห็นด้วยกับหลายๆคนเลยว่า Non-Member ที่ดีๆก็มีหลายคน และก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาด้วยที่มีพวกบอทขายของเข้ามาวุ่นวายในบลอกผม ถ้าเขาเม้นท์ไม่ได้ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวอะไรก็คงไม่ดีน่ะนะครับส่วนปัญหาเรื่องบอทโฆษณาขายของก็รอคุณแชมป์ออกนโยบายอะไรใหม่ๆมาแล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่าเนอะ

ส่วนใครอยากใหห้ผมเพิ่มการ์ตูนมากๆ อันนี้ก็ต้องดูเวลาก่อนนะครับ ถ้าไม่ขี้เกียจก็คงจะมีมาให้อ่าน ให้ดูกันเรื่อยๆแหล่ะ แต่ก็คงบอกไม่ได้เหมือนกันว่าจะเกี่ยวอะไร(ถ้ายังมีคนอ่านน่ะนะครับ)ส่วนเรื่องเพิ่มความวายอีก เอ่อ...มันจะดีเหรอครับ คุณน้อง 55555 (แค่นี้ก็แย่แล้วนะ)

อ้อ แล้วก็เรื่องของ Academy Fantasia 2 Comic มีคนถามผมมาทางเมล์อีกแล้วนะครับว่าหายไปไหนหมด ก็ขอตอบเลยว่า ผมปิด Section นั้นไปแล้วนะครับ เหลือเพียงตอนพิเศษ 4 ตอนเท่านั้นได้แก่ เรื่องของบอยและออฟตอนต้น- ตอนจบ, Academy Fantasia 2 Comic : VOLUME's volume และตอน Then You Look At Me (โอ๋-มิว)ส่วนอันอื่นนั้นปิดปรับปรุงเอาไว้ชั่วคราวขอรับ เอาเป็นว่าเดี๋ยวถ้าจะเปิดให้อ่านกันอีกเมื่อไหร่จะบอกในนี้อีกทีนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามกันอย่างยาวนานด้วยครับผม... - w-

ตายละ!! ว่าจะพิมพ์ Entry นี้สั้นๆ ก็เผลอพิมพ์ยาวอีกแล้ว โอว....ม่ายยยย T - T ไปดีกว่าเรา บายๆครับ

ช่วงนี้มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกได้ อย่างแรกก็คือ การได้คิดถึง"นาย" อย่างที่สองก็คือ การได้ไปเรียนว่ายน้ำทุกๆวันพุธและวันศุกร์ เพราะมันทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยและเป็นกีฬาที่เหมาะแก่การคลายร้อนอย่างรุนแรง อย่างที่สามก็คือการได้ฝึกลงสีคอมใน photoshop เพราะเป็นอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะปกติผมมักจะลงแต่สีมือแฮนด์เมดมากกว่า แต่พอมาลองฝึกใช้ photoshopแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่คิดนะ และอย่างสุดท้ายก็คือ การได้ติดตามข่าวสารของสองสาว FOUR-MOD ในอัลบั้มชุดใหม่นี่เอง เย้ๆ

ใครไม่ชอบนักร้องสไตล์นี้ทำใจก่อนอ่านนะครับ ขอเตือนอิอิ

จริงๆแล้วคิดว่าคงจะไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แต่จริงๆแล้วผมเป็นพวกบ้านักร้องแนวๆ Girl Groupเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น ZaZa ที่เพลงเพราะฟังได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อทุกชุด หรือ Girly Berrry สี่สาวสุดเซกซี่ งานเพลงระดับปานกลางแต่เรียกจังหวะชวนเต้นได้ดี Triumps Kingdom เจ้าแม่วงการเพลงโดโจรุ่นบุกเบิกหรือ PowerPop Girls สามสาว GirlGroupเฉพาะกิจที่ตัวเพลงอยู่ในระดับที่ดีทีเดียว วงที่กล่าวมาเหล่านี้เป็นนักร้องประเภทที่ไม่ว่าจะออกมากี่ชุด ก็จะตามซื้อเก็บหมดเพราะเป็นวงที่ค่อนข้างมั่นใจในงานเพลง(ที่ทีมงานแต่ง)ให้อย่างมาก เรียกว่าออกใหม่เมื่อไหร่ ไม่ต้องไปแอบฟัง MP3 ก่อนก็ยินดีจะควักตังค์ซื้อเลย

กลับมายังเรื่องที่จะเขียนวันนี้ โฟร์-มด คือนักร้องสองสาวค่าย ID Record จริงๆแล้วเมื่อตอนออกมาชุดแรก ผมยังรู้สึกเฉยๆกับทั้งสองคนอยู่ เพราะว่างานเพลงอยู่ในระดับฟังได้เรื่อยๆแต่เบื่อเร็ว นักร้องดูง้องแง้งเกินไปบวกกับองค์ประกอบอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ไม่นานก็ไม่ได้สนใจฟังอีกต่อไป

สองสาวโฟร์-มดครับ ลุคส์นี้ตอนแรกๆดูไม่ค่อยน่ารักแต่ดูในMusic แล้วชอบมากเลย

แต่ทว่า พอมาชุดที่สองนี้ ได้ฟังเพลงโปรโมท " LOVE LOVE" แล้ว อยากจะบอกว่า ชอบมากกกกกกกก ชอบจัดๆ แถมพอได้ดู Music Video แล้ว ก็ยิ่งบ้าคลั่งเข้าไปใหญ่เพราะชุดนี้ทั้งโฟร์และมดน่ารักกว่าเดิมขึ้นหลายเท่า ตัวคนร้องว่าน่ารักแล้ว ชุดใหม่ มิวสิค แนวเพลง ตัวเพลง เนื้อเพลง ฯลฯ ยิ่งทำให้น่ารักขึ้นหลายเท่าและที่ชอบก็คือ ทั้งสองคนนี้เป็นผู้หญิงที่ดูแล้วรู้สึกว่า ทำตัวน่ารัก อาโนเนะได้น่ารัก ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะดูแล้วรู้สึกว่าน่าหมั่นไส้หรือพยายามน่ารักเกินเหตุ แต่กับสองคนนี้โดนครับ โดนมากๆอยากจะบอกว่า ละ ละเลิฟยูมากๆเลย อัลบั้มนี้ไม่พลาดแน่ โฮ่ๆๆๆ

ขนาดยังไม่วางแผง เล่นคอมทีไรผมก็จะต้องเปิดเพลงหรือมิวสิคเพลงนี้ฟังทันที(นี่ขณะที่เขียนนี่ก็ฟังอยู่นะ ขอบอก)แหม ถ้าโหลดMusicเก็บได้ก็คงทำไปแล้วนะเนี่ย เพราะยิ่งดูยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่น่ารักมาก เนื้อหาจริงๆก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ที่ชอบก็คือเนื้อเพลงเป็นเหมือนเวลาฟังผู้หญิงเล่นมุขเสี่ยวๆ เช่น เอาแต่ใจ...ไปให้เธอ, ก็ได้แต่ไอไอ...ไอ...ไอมิสยู ,โรคหัวใจกำเริบ..ช่วยมาดูแลรักษาที, ไม่ชอบก็ได้...แต่ต้องมารักหน่อย ซึ่งก็ทำให้น่ารักดีไปอีกแบบนะ อิอิ

อ๊าง น่ารักเกินไปแล้วนะ (อยากเต้นบ้างแต่อายตัวเอง 5555)

เอาเป็นว่าใครอยากลองฟังเพลงนี้บ้างก็ คลิกที่นี่ เลยครับ

ส่วน Music Video ไป ที่นี่ เลยครับ (โปรโมทเต็มที่ )

ก็อย่างว่านะครับ ใครติดตามบลอกของกระต่ายขี้บ่นนี้มานานก็คงพอเดาแกวได้ว่า เวลาไอ้กระต่ายนี่บ้ามากๆแล้วจะเป็นยังไง ใช่แล้วขอรับ ผมชอบมากจนแอบวาด Fan-Art สองคนนี้มาเลยล่ะ เหอๆๆๆๆ แล้วเนื่องจากได้กล่าวไปในข้างต้นแล้วว่า ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงฝึกใช้ Photoshop ผมก็เลยตัดสินใจทำเป็นภาพสีออกมาเลยดีกว่า เย้ๆๆๆ

จริงๆแล้วรู้สึกจะมีหลายคนเคยบอกว่าอยากเห็นเวลาผมลงสีบ้าง ว่าจะออกมาเป็นยังไง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำสักที มาตอนนี้ประจวบเหมาะเลยได้น้อง FOUR-MOD มาเป็นหนูลองยางานสีคอมชิ้นแรกๆของผมกันเลยดีกว่า จริงๆแล้วจะเรียกว่าชิ้นแรกๆก็ดูยังกะทำมาเยอะแล้ว แต่จริงๆมันคืองานที่ผมลงสีคอมเป็นชิ้นที่สองในชีวิตเลย(ไม่ได้โม้นะ) ส่วนชิ้นแรกในชีวิตใครได้เล่น MSN บางท่านอาจจะได้เห็นกันไปแล้ว (ใครที่ได้ดูแล้วก็ช่วยลืมๆไปนะครับ เพราะมันเน่ามากๆๆ 5555)

ยังไงก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆหลายๆคนมากเลยนะครับ ที่ช่วยสอนความรู้โฟโต้ชอปต่างๆให้แก่กระต่ายโง่ตัวนี้ จนกระทั่งสามารถลงสีได้ด้วยตัวเอง แม้จะใช้เวลางมนานเหลือเกิน แต่ก็สนุกดีนะ ผมว่าโปรแกรม photoshop จริงๆมันก็สะดวกดีเหมือนกัน แถมพอจับจุดได้ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยยากเท่าที่คิด คือมันสะดวกจนรู้เลยว่าทำไมคนถึงชอบลงสีคอมกันเยอะ แต่ยังไงผมก็ยังไม่คิดจะเลิกชอบการลงสีโปสเตอร์หรอกนะ เหอๆๆๆ

อะ พล่ามมานานแล้ว ไปดูรูปสี Fan-Art โฟร์-มด LOVE LOVE กันเลยดีกว่า ดูแล้วก็ช่วยคอมเมนท์เอาไว้บ้างนะครับ เพราะว่างานนี้เป็นอะไรที่ถือว่าใหม่มากสำหรับผม เพราะปกติไม่เคยลงสีแบบนี้มาก่อน ถ้าใครมีอะไรแนะนำหรือติชมกันบ้างก็จะขอบคุณมากๆเลยครับ กติกาเหมือนเดิมนะครับ ว่าถ้าจะเอาไปโพสที่อื่น กรุณาลง Credit ไว้ด้วยน้อ อะ ไปดูกันเลยดีกว่า ละ..ละ...เลิฟคนดูนะครับ

แบบเล็กๆให้ดูน่ารักสดใส

แบบใหญ่ๆให้ดูชัดทุกรายละเอียด

แฮ่ เป็นไงบ้าง ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกล่าวกันได้นะครับ พูดถึงงานนี้ใช้เวลาลงสีน้อยกว่างานชิ้นแรกเยอะมาก(ชิ้นแรกใช้เวลาสามวัน ส่วนอันนี้สามชั่วโมง)คงเพราะว่าไม่ได้เกร็งจัดเหมือนตอนทำชิ้นแรก อีกอย่างก็เริ่มรู้จักเครื่องมือต่างๆมากขึ้น เลยกล้าใช้อะไรใหม่ๆมากขึ้นเยอะในงานชิ้นนี้ จริงๆตอนผมลงสีโปสเตอร์ทีไรก็รู้สึกว่าชอบลงสีออกสไตล์ลูกกวาดมาก แต่พอมางานชิ้นนี้ บอกได้คำเดียวว่า ลูกกวาดโคตรๆ แบบว่าสีหวานหยดย้อยเลย แต่ก็เหมาะกับสไตล์ภาพดีนะ(มั้ง)

ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาชม เข้ามาดูกัน ถึงจะไม่ค่อยอัพอะไรที่เป็นประโยชน์หรือมีสาระสักเท่าไหร่ เพราะช่วงนี้มีอะไรให้จิตตกหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องแย่ๆไปเสียหมดนี่นะจริงไม่จริง วิง วิงวาว เวา ยังไงรักคนอ่าน(และคนเมนท์)ทุกคนนะครับ ละละเลิฟยู 5555

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าขอรับ ^ ^



Tharadon D.
View full profile