Rabbit-Comic

 

ดูแล้วคิดอย่างงี้จริงๆนะ...

 

ชิชะ แค่เดือนสองเดือนทำเป็นมาบ่น ระดับปรมาจารย์อย่างเรายังไม่เคยอวดตัวสักหน

แหม...หลายคนอาจจะทุกข์ร้อนเหลือเกินกับการไม่มีใครทานข้าวด้วย

แต่ผมว่าจริงๆแล้วกินข้าวคนเดียวมันก็มีข้อดีในตัวอยู่เหมือนกันนะ

เช่น จะกินมูมมาม แทะกระดูก เคี้ยวมูมมาม ดูดซุปเสียงดังยังไงก็ได้ ไม่ต้องวางมาดมาก

กินคนเดียวยังไงก็อิ่ม เพราะไม่ต้องเสียเวลาแบ่งใคร จะกินเหลือหรือกินหมดแบบไม่เหลือซาก ก็ไม่ต้องกลัวใครบ่น

จะกินไปอ่านการ์ตูนไป ดูละครหลังข่าวไป ตีลังการาวดรอปไป ก็เพิ่มรสชาติได้ไม่หยอก

บางทีอยากจะกินนั่นกินนี่ แต่กว่าจะรอคนมากินด้วยกันได้ก็ต้องรอนานเกิน แถมบางทีพอรวมพลกันเยอะๆแล้ว เสียงโหวตอาจจะกลายเป็นของที่เราไม่อยากกินที่สุดก็ได้ บุกไปกินก่อนคนเดียวแสนจะสะดวกสบาย

ที่สำคัญ คนเราต้องกินเพื่ออยู่ ไม่อยู่เพื่อให้มีใครกินด้วยสิ!!! (เขียนแบบใช้พลังในการแถขั้นสุดยอด...)

ว่าแล้วก็ยังต้องนั่งกินข้าวคนเดียวรับปีที่ 25 ต่อไป...

ขอให้กินข้าวให้อร่อยกันนะครับ ทุกคน ^ ^

ข้อควรทำใจก่อนอ่าน

1. เนื่องจากหลังๆเริ่มอัพบลอคเรื่อยเปื่อยแบบไม่มีหมวดหมู่เท่าไหร่ เลยขอนำเสนอคอลัมภ์ใหม่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น ชื่อเรียกของมันคือ การ์ตูน x4 ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เป็นการระบายความเครียดในยามว่างของคุณกระต่ายสมชื่อนั่นเอง

2. วิธีอ่านก็อ่านจากบนลงล่าง ลอคซ้ายลอคขวา ไม่น่ายากนะ

3. ในกรณีที่อยากเอาไปโพสต่อที่อื่นก็ทำได้ถ้าอยากทำ(แต่จะมีเรอะ) กรุณาบอกที่มาด้วยนะขอรับ

4. การ์ตูนต่อไปนี้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง สถานที่จริง และเหตุการณ์จริง รวมไปถึงว่าหาสาระไม่ได้จริงๆ กรุณาทำใจอีกครั้งก่อนอ่าน...

[การ์ตูน 2x4] บันทึกความกลัดกลุ้มของคุณกระต่าย ตอน : The Final Disorganization

 

 

.................... 

เมื่อสักต้นเดือนที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งครับที่ผมได้มีโอกาสไปเข้าโรงหนัง เนื่องจากมีภาคต่อของหนังที่ประทับใจคอหนังแนวสยองเชือด เลือดสาดกระจาย ตายกันเป็นเบืออย่างผมเข้าฉายนั่นเอง ซึ่งดูมาในโรงทุกภาค ภาคนี้จะพลาดได้ยังไงล่ะ

ใช่แล้วครับ หนังเรื่องนั้นก็คือ Final Destination 4 นั่นเอง ซึ่งเดี๋ยวจะแอบมา Review ถึงหนังอีกทีในคราวหน้า แต่คราวนี้ขอแอบมาเล่าประสบการณ์ที่ไปเจอในโรงมาก่อนละกัน 

สมัยที่ผมยังเด็กกว่านี้สักหน่อย ยอมรับกันตรงๆเลยว่าผมก็เป็นอีกคนนึงละครับ ที่ค่อนข้างจะรู้สึกไม่ชอบเท่าไหร่ เวลาต้องเจอกับเด็กในโรงหนัง เพราะรู้เลยว่าจะต้องเจอกับเรื่องที่ทำให้เสียสมาธิในการดูหนังเรื่องนั้นๆจากเยาวชนเหล่านี้แน่นอน โดยเฉพาะกับหนังที่ดูยังไงก็รู้ว่าเด็กต้องดูไม่เข้าใจ หรืออาจจะซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็กๆในวัยนั้น 

แน่นอนว่าความคิดนี้จะถูกทำลืมๆไปบ้าง เมื่อหนังเรื่องนั้นเป็นหนังที่เหมาะกับครอบครัวหรือเป็นหนังสำหรับเด็กอยู่แล้วจริงๆ เพราะหนังเหล่านี้ก็สร้างมาให้เด็กดูอยู่แล้ว การที่จะไปเจอเด็กในโรงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซึ่งเด็กหลายๆคนก็เคยทำให้ผมเห็นแล้วว่า สามารถอยู่ในโรงหนังได้อย่างเรียบร้อยและไร้ซึ่งปัญหาใดๆจนน่าทึ่งมาก (และในทางตรงกันข้าม กลับมีผู้ใหญ่หลายๆคนทำตัวแย่กว่าอีก = =")

แต่ก็นั่นล่ะครับ แม้ว่าช่วงหลังๆนี้ผมจะเริ่มไม่ค่อยคิดมากอะไรแล้ว กับการเห็นเด็กในโรงหนัง แต่ก็มีคราวล่าสุดนี่ล่ะครับ ที่รู้สึกว่าแหม...มันช่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆกับการเจอเด็กในโรงหนังในครั้งนี้ ในเมื่อ Final Destination มันเป็นหนังที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าโหดสยอง เลือดสาด และดีกรีความโหดของมันก็ไม่ใช่เล่นๆเลย เพราะมันก็ขายฉากความตายแบบดุเด็ดเผ็ดมันส์มาทุกภาคอยู่แล้ว

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้ปกครองเหล่านั้นเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไปหรือเปล่า เพราะต่อให้ผมตีลังกาเกลือกกลิ้งดูยังไง ผมก็นึกไม่ออกอยู่ดีนะครับว่า หนังเรื่องนี้มันควรให้เด็กดูยังไง ในเมื่อเรทที่จัดไว้ก็บอกอยู่แล้วว่า 18+ และต่อให้ไม่มีเรทรับรอง มันก็ยังไม่มีอะัไรเหมาะที่จะให้เด็กดูอยู่ดีนั่นล่ะ

ลำพังถ้าเป็นวัยรุ่นหรือวัยเด็กตอนโตแล้วก็ยังพอว่านะ เพราะถ้านึกถึงตัวผมเองเมื่ออยู่ในวัยนั้น บางทีก็อยากดูหรือเปิดรับอะไรใหม่ๆเหมือนกัน แต่กับเด็กที่ผมไปเจอในโรงคราวนี้ ดูยังไงก็ไม่เกิน 7-8 ขวบกันทั้งนั้น ไม่ใช่วัยที่ควรจะโผล่มาอยู่ในโรงหนังแบบนี้แม้แต่น้อยเลย แล้วก็ไม่ใช่แค่คนสองคนด้วย มากันหลายบ้านเสียจนผมต้องเดินออกไปดูนอกโรงให้แน่ใจเลยว่ากำลังอยู่ถูกโรงหรือเปล่า เพราะถ้าไม่บอกนี่คงนึกว่ากำลังมาดู UP หรือ Ice Age 3 อยู่แน่ๆเลย = ="

และก็เป็นไปได้ดังคาด เมื่อหนังฉายไปได้เรื่อยๆ จะเห็นเด็กๆเหล่านี้ออกอาการงอแงพอสมควร แต่ในคราวนี้ผมกลับไม่ได้รู้สึกแย่กับเด็กพวกนี้หรอกครับ ผมกลับรู้สึกแปลกใจกับวิจารณญาณของพ่อแม่ผู้ปกครองกลุ่มนี้มากกว่า ว่าคิดอะไรของเขากันอยู่น้อ ถึงได้พาลูกของตัวเองมาทรมานทรกรรมอยู่ในนี้ ทั้งๆที่พวกเขาควรจะเป็นคนที่ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เด็กๆของตัวเองด้วยซ้ำ 

ดูไปดูมาแล้ว รู้สึกเป็นเรื่องที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าสิ่งที่กำลังฉายอยู่ในจอเสียด้วยซ้ำไป เฮ้อ...

อ่ะ บ่นพอแล้ว เยอะกว่าีนี้เดี๋ยวจะทำให้เครียดกันไปเปล่าๆ เอาเป็นว่าไว้คราวหน้าจะมารีวิวให้ฟังละกันนะครับ ว่า Final Destination ภาคใหม่นี้ถูกใจคอเลือดสาดอย่างผมแค่ไหน หึๆๆ

ช่วงนี้มีหนังภาคต่อที่ติดตามอยู่เข้าเยอะมาก เลยทำให้ได้มีโอกาสเข้าโรงมากตามลำดับไปด้วย หวังว่าตอนไปดู Saw 6 คงไม่เจอใครพาลูกเล็กเด็กแดงมาดูอะไรแบบนี้ีอีกนะครับ ไม่งั้นมีได้มีเอามาวาดต่อภาคสองแน่เลย เหอๆๆๆ 

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าครับผม บายๆ ^ ^

ข้อควรทำใจก่อนอ่าน

1. เนื่องจากหลังๆเริ่มอัพบลอคเรื่อยเปื่อยแบบไม่มีหมวดหมู่เท่าไหร่ เลยขอนำเสนอคอลัมภ์ใหม่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น ชื่อเรียกของมันคือ การ์ตูน 4x4 ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เป็นการระบายความเครียดในยามว่างของคุณกระต่ายสมชื่อนั่นเอง

2. วิธีอ่านก็อ่านจากบนลงล่าง ลอคซ้ายลอคขวา ไม่น่ายากนะ

3. ในกรณีที่อยากเอาไปโพสต่อที่อื่นก็ทำได้ถ้าอยากทำ(แต่จะมีเรอะ) กรุณาบอกที่มาด้วยนะขอรับ

4. การ์ตูนต่อไปนี้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลจริง สถานที่จริง และเหตุการณ์จริง รวมไปถึงว่าหาสาระไม่ได้จริงๆ กรุณาทำใจอีกครั้งก่อนอ่าน...

[การ์ตูน 4x4] บันทึกความกลัดกลุ้มของคุณกระต่าย ตอนที่1 : ปณิธานปีใหม่

 

 

 

 

................

มกราคมจะหมดไปอีกแล้วนะครับ พร้อมๆกับความรู้สึกที่ว่า อา...หนึ่งเดือนที่ช่างหมดไปอย่างรวดเร็วจริงๆ เมื่อไม่กี่วันก่อนในความทรงจำเรายังเพิ่งฉลองปีใหม่อยู่เลย แป๊บๆเดียวกลับจะหมดเดือนซะแล้ว แล้วถ้าเป็นอย่างงี้อีก 11 ครั้ง ก็จะกลายเป็นปีใหม่แล้วสินะ อา...วันเวลาช่างน่ากลัวเหลือเกิน

รู้ไหมครับว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้ผ่านไปพร้อมกับเดือนมกราคมด้วยนั่นก็คือ ปณิธานที่ตัวเองตั้งไว้ว่าจะทำในปีนั้นๆนั่นเอง

ใช่ครับ แม้แต่ผมเองก็เป็นพวกบ้าตั้งปณิธานประจำปีเหมือนกันว่า เอาล่ะ ปีนี้นะ ฉันจะต้องทำแบบนี้ให้ได้ จะต้องลด-ละ-เลิกนิสัยแบบนี้เสียที จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว บลาๆๆๆ ซึ่งก็ตั้งมาทุกปีล่ะ หลังจากปีใหม่ได้สองสามวันนี่ก็จะถือว่าเป็นช่วงไฟแรงมาก พอมาวันเด็กก็ค่อยๆแผ่วลง พอวันครูก็เริ่มแกล้งๆลืมไป แล้วพอพ้นตรุษจีนได้ก็หายไปจากความทรงจำโดยสิ้นเชิง(ฮา)

แถมยังแอบกลับมารู้สึกผิดอีกตอนหลังว่า เอ๊ะ! ทำไมเรานี่นะ ถึงได้ไม่มีความตั้งใจเลย เพราะอย่างงี้ล่ะมั้ง เขาถึงมีรายงานวิจัยว่าคนเราไม่ควรตั้งปณิธานตอนปีใหม่เอาไว้สูงมาก เพราะพอทำไม่ได้แล้วก็มักจะทำให้ความรู้สึกผิดดีดตัวกลับสูงพอๆกัน

ก็แหม...คนเราก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆใช่ไหมครับ แต่จริงๆผมว่าอย่างน้อยถ้าเรามีความรู้สึกที่อยากจะเปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง ก็ถือว่าดีแล้วล่ะ ดีกว่าไม่คิดจะทำอะไรเลย ถึงจะทำไม่ได้ก็ดีกว่าไม่ได้ทำเลย จริงไหมครับ ฮิๆๆ (ปลอบใจตัวเองกันไป)

แต่อย่างน้อยๆปีนี้ มีปณิธานหนึ่งที่ผมตั้งไว้แล้วดูจะพอเป็นจริงได้ก็มีบ้างเหมือนกันนะครับ ก็เรื่องที่ว่าจะอัพบลอคให้บ่อยขึ้นกว่าเดิมนี่ไง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะทำได้รอดตลอดฝั่งทั้งปีหรือเปล่า ก็มาคอยเอาใจช่วยกันไปละกันนะครับ ฮิๆๆ 

หวังว่าถึงตอนนี้คุณจะยังจำปณิธานที่ตัวเองตั้งไว้ได้นะครับ และหวังว่ามันจะยังไม่อันตรธานหายไปพร้อมเดือนมกราคมแบบคุณกระต่ายนี่ล่ะ 555

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าครับ รักษาเนื้อรักษาตัวและรักษาปณิธานไว้ทุกท่านนะครับ ^ ^



Tharadon D.
View full profile