Rabbit-Comic

สาเหตุที่อัพบลอกในวันนี้ก็คือเมื่อวานได้คุยกะเพื่อนเรื่องการ์ตูนเก่าๆที่เคยวาดกันสมัยก่อน ก็เลยนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากเขียนถึงการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เราเคยวาด และก็พอดีกับบางคนที่ถามว่าการ์ตูนเรื่อง 3J Show ที่บางคนพูดถึงในคอมเมนท์การ์ตูน AF2 คืออะไร ก็เลยได้โอกาสขอเล่ากันดื้อๆตรงนี้เลยละกัน

สาเหตุสุดท้ายจริงๆก็คือว่า การ์ตูน AF2 ตอนใหม่มันยังไม่เสร็จ แต่มีอามณ์อยากอัพบลอกเพราะกลัวมันร้างเกินก็เลยโป๊ะเชะ เอาเรื่องนี้ซะเลย แหะๆ ขออภัยคนที่เข้ามาเพื่ออ่าน AF2 ตอนต่อไปด้วยนะครับ รอกันไปอีกนิดก่อนละกัน T - T

3J. Show เป็นการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกที่ผมเคยวาดมาในชีวิตเลย ทำให้มีความรู้สึกค่อนข้างผูกพันมากพอสมควร การ์ตูนเรื่องนี้เคยลงตีพิมพ์ในหนังสือนิตยสารรายปักษ์ชื่อว่า SEED! ครับ อยู่ในเครือ Future Gamerเป็นหนังสือที่รวบรวมนักเขียนไทยมากมายเพื่อผลิดผลงานการ์ตูนไทยออกสู่ตลาด เป็นผลงานของคนไทยแท้ๆ 100% เพื่อที่อย่างน้อยการ์ตูนไทยจะได้มีโอกาสเติบโตไปมากกว่าที่เคยเป็นบ้าง

ที่ต้องใช้คำว่าเคยลง ก็เพราะตอนนี้หนังสือได้ปิดตัวลงเป็นที่เรียบร้อย หลังจากฟันฝ่ากันมาได้ 1ปีเต็มๆ จะเพราะด้วยว่าการ์ตูนไทยยังไงก็ยังสู้ตลาดญี่ปุ่นไม่ได้หรืออะไรก็เถอะ แต่ก็พอดีกับที่ผมวาดเรื่องนี้จนจบละนะ ยังไงก็ตามทุกคนก็ยังไม่ยอมแพ้และได้ออกเป็นหนังสือใหม่ นามว่า Cosmic Comic รายละเอียดอ่านในนี้ --- > บลอกพี่หมีอนาคิน บ.ก.เก่าของผมเองครับ

กลับมาที่ 3J Show ก่อนที่จะร่ายยาวไปมากกว่านี้ 3J. Show เป็นการ์ตูนแนวตลกสนุกสนาน แอบบู๊ แอบดราม่า แอบปัญญาอ่อน ไม่ค่อยต่างกับแนวการ์ตูน AF2 ที่ผมวาดตอนนี้ละครับ เป็นซีรี่ยส์บั่นทอนปัญญาที่เหมือนของแถมท้ายเล่ม เพราะมันมีความยาวประมาณ 6-10หน้าต่อตอนเท่านั้น วะฮะฮ่าฮ่า (แถมเล่มแรกๆแค่4-5 หน้าต่อตอนเท่านั้น 6หน้านี่ก็ถือว่ากรุณามากแล้ว)แต่ก็รู้สึกว่าจะมีคนหลงผิดอ่านเยอะเหมือนกัน ซึ่งก็น่าดีใจไม่ใช่น้อย

เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมากครับ เป็นเรื่องของเพื่อนที่รักกันมาก(?)สามคน ประกอบด้วย เจมส์ จูน จีจี้ ทั้งสามคนเคยมีเรื่องบางอย่างผิดใจกันและแยกย้ายจากกันไป จูนและจีจี้ย้ายไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ส่วนเจมส์เปลี่ยนตัวเองเป็นเด็กเลวสุดๆ เพื่อลบภาพตัวเองในสมัยเด็กออกไปให้หมด แต่แล้วทั้งสามคนก็กลับมาพบกันอีกครั้งด้วยความไม่บังเอิญในโรงเรียนเดียวกัน จึงเกิดเรื่องราวมากมายที่แสนบั่นป่วนในโรงเรียนเซนต์บางกะปิแห่งนี้ เรื่องย่อสั้นๆก็ประมาณนี้ละครับ เพราะมัน6หน้าต่อตอนเอาอะไรมากมาย - 3 -

ตัวละครหลักๆในเรื่องนี้มี 3 คนด้วยกัน ได้แก่

เจมส์ ชายหนุ่มที่สมัยเด็กๆเป็นคนที่ไม่มีใครคบด้วย มีเพียงจูน คุณหนูผู้เอาแต่ใจตัวเองและจีจี้กะเทยล่ำบึกเท่านั้นที่เป็นเพื่อน เขาเป็นคนที่ชอบคิดมากเกี่ยวกับว่าคนอื่นจะมองตัวเองยังไง ทำให้ชอบพยายามตีตีวออกห่างจูนกะจีจี้เพราะอายสายตาคนอื่น ทั้งที่จริงๆแล้วเขารักเพื่อนทั้งสองคนนี้มาก

ตานี่เป็นพระเอกแนวเงียบขรึม พูดน้อยต่อยหนัก ขี้เก๊กภายนอก และมักโดนจูนและจีจี้ปั่นหัวเอาเสมอ ผมสนุกมากเวลาวาดตัวละครแบบนี้ เป็นตัวละครที่เกิดมาให้คนเขียนแกล้งโดยเฉพาะเลย 5555

จูน คุณหนูอารมณ์ดีที่ชอบแกล้งคนอื่น โดยเฉพาะร่วมมือกับจีจี้แกล้งเจมส์เป็นกิจวัตรที่เธอโปรดปรานมาก จูนเป็นคนที่อารมณ์ในตัวเองหลายด้าน เปลี่ยนแปลงบ่อยตามแบบสาวราศีเมถุนบางครั้งก็สดใส แต่บางครั้งก็เศร้าและจริงจัง เพียงแต่คนส่วนใหญ่จะเห็นเธอเพียงด้านเดียวเท่านั้นแหล่ะจูนรักเจมส์และจีจี้มาก เพราะทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่เธอมีเหมือนกัน

จูนเป็นตัวละครแนวที่ผมชอบมากเวลาวาดผู้หญิง เพราะมีการแสดงอารมณ์ได้หลากหลาย และส่วนตัวผมชอบผู้หญิงที่นิสัยร้ายเล็กๆ มั่นใจในตัวเองแบบนี้น่ะ วาดแล้วเพลินดี

จีจี้ เธอเป็นกะเทยล่ำบึกที่ชอบคิดว่าตัวเองน่ารักบอบบางประมาณโฟร์-มดเสมอ ไม่เคยเสียใจถ้าคนอื่นจะมองเธอแบบไหน เป็นคนอารมณ์ดีตลอดเวลา เป็นห่วงความรู้สึกและเอาใจใสคนอื่นเสมอ เธอเป็นคนประเภทที่คุณน่าจะสบายใจเวลาอยู่ใกล้ๆผิดกับหน้าตาที่ไปคนละเรื่อง ทำให้เจมส์และจูนรักมากเพราะถึงแม้เธอจะเป็นกะเทยแต่เธอก็เป็นคนที่ดี อย่างเดียวที่เธอทำให้ทั้งคู่กลัวมากที่สุดก็คือฝีมือการทำอาหารอันแสนสยองขวัญนั่นเอง

พูดโดยตรงว่า ถ้าไม่มีจีจี้ การ์ตูนเรื่องนี้คงจะขาดสีสันไปเยอะทีเดียว เพราะเธอมาเป็นตัวที่ปล่อยมุขฮาๆสม่ำเสมอ คะแนนนิยมเธอในเรื่องสูงเป็นอันดับสองทีเดียว ซึ่งคงจะมาเพราะด้วยสาเหตุในความแปลกหลายๆอย่าง แต่อย่างไรก็ต้องพูดตามตรงว่า ถ้าอยู่กันไม่ครบทั้งสามคน ก็คงไม่เกิดเรื่องสนุกๆขนาดนี้ได้แน่นอน

ต่อไปเป็นตัวละครรองที่คงไม่พูดถึงไม่ได้

เมย์ สาวแว่นสุดเฉิ่ม หน้าอกโตนิสัยขี้อายแต่เรียนเก่ง สาวกของ Harry Potterและการ์ตูน Yด้วยความเข้าใจผิดบางอย่าง ทำให้เธอคิดว่าเจมส์เป็นเจ้าชายที่เธอตามหามานาน แต่ก็ต้องมาน้ำตาตกในสุดๆเพราะเข้าใจผิดไปอีกว่า เจมส์กะจีจี้เป็นแฟนกัน เธอจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อลากท่านเจมส์กลับมาในวิถีปกติ(ที่คิดเอาเอง)ให้ได้

ผมว่าเมย์คงเป็นตัวละครแนวที่ทุกคนคงเคยเห็นได้ทั่วไปในการ์ตูนผู้หญิงตาหวาน และตรงนี้ละมั้งที่เป็นจุดขายของเธอ เมย์เป็นตัวละครที่วาดง่ายเพราะผมชอบวาดการ์ตูนผู้หญิงอยู่แล้ว และการแกล้งเมย์ก็สนุกพอๆกับการแกล้งเจมส์เลยล่ะ เท่าที่ทราบมารู้สึกว่าเมย์จะเป็นที่ชื่นชอบของคนอ่านผู้หญิงม.ต้นมากๆ คงเพราะมีลักษณะหลายอย่างคล้ายๆกันละมั้ง

วลัย คุณแม่ยังสาวของเจมส์ เป็นคุณแม่มือหนึ่งที่รักลูกสุดชีวิต นิสัยแปรรวนง่ายและแอบโหดในบางครั้ง แถมชอบก่อเรื่องวุ่นวายให้เจมส์ตามแก้อีกต่างหาก แต่ก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีของเจมส์ได้ในบางครั้ง

วลัยเป็นตัวประหลาดที่สุดที่เคยวาดมา เพราะเธอเริ่มต้นจากตัวละครที่ไม่มีการวางนิสัยหรือภาพลักษณ์ไว้ก่อนเลย แต่มีการพัฒนาคาแรกเตอร์จนกลายเป็นตัวของตัวเองในที่สุด ผมชอบเธอในจุดนี้ล่ะ

ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือเรื่องของความเป็นเพื่อนครับ ผมเคยคิดมานานแล้วว่าอยากจะวาดเรื่องที่สื่อในความเป็นเพื่อนให้ชัดที่สุด เจมส์ จูนและจีจี้ ทั้งสามคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ทั้งนิสัย เพศ การแสดงออก ความคิด แต่ทั้งสามคนก็เป็นเพื่อนรักกันได้ไม่ว่าอีกฝ่ายเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม รักกันแบบเพื่อนที่บริสุทธ์ใจต่อกันและไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งผมว่ามันเป็นความรักที่จีรังมากกว่าความรักแบบหนุ่มสาวเสียอีก ซึ่งก็หวังว่าคนอ่านคงจะได้รับสิ่งที่พยายามสื่อตรงนี้ไปนะครับ

การ์ตูนเรื่องนี้มีอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวข้องกับเลขสามมากจนผมเองก็แปลกใจเหมือนกัน ตั้งกะชื่อเรื่อง 3J show 3J ก็คือ Jame June Jije ตามชื่อของทั้งสามคน(จีจี้ผมเขียนงี้แหล่ะ) เรื่องนี้มีความยาวทั้งหมด 30ตอนเป๊ะๆ ได้ลงปกตั้งสามครั้ง เริ่มวาดตอนผมอยู่ปีสองจะขึ้นปีสาม เป็นการ์ตูนที่ผมวาดอย่างจริงจังเป็นเรื่องที่สาม โอ้ เลขสามเยอะแยะมากมาย

โดยรวมแล้วเป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่ผมรักมากครับ เนื้อเรื่องเป็นสไตล์แบบชีวิตคนปัจจุบัน ไม่อิงแฟนตาซีอะไรทั้งสิ้น ซึ่งผมถนัดแนวนี้ที่สุดละคนอ่านก็มีทั้งที่ชอบ ไม่ชอบและเกลียดมาก แต่ก็ยินดีรับฟังความเห็นทุกรูปแบบนะครับ เพราะผมเองกลับมาอ่านดูแล้วก็ยังมีจุดที่ควรแก้ไขเยอะมากจริงๆ แต่ก็เป็นการ์ตูนที่ซื่อๆ และตรงไปตรงมาในสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ผมคิดว่ามันก็เป็นการ์ตูนที่ทุกคนน่าจะอ่านแล้วสนุกไปด้วยได้ และถ้าอ่านแล้วมีใครชอบบ้างแค่นั้นผมก็พอใจแล้วล่ะครับ

หากต้องการหาอ่าน ก็คงยากละนะครับ เพราะว่าหนังสือก็เลิกผลิตไปแล้วแถมเรื่องนี้ก็ไม่มีรวมเล่มซะด้วย ยังไงตามร้านการ์ตูนใหญ่ๆหรือร้านเช่าการ์ตูนอาจจะยังพอมีอยู่บ้างกับหนังสือ SEED! นิตยสารการ์ตูนไทย อยากให้ได้ลองอ่านทุกเรื่องในนั้นจริงๆครับ สนุกมากทีเดียว(แนะนำเรื่อง Fatal Sweetheart เรื่องนึงละกัน วาดโดยคุณ Yugoครับ)

อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมาเยอะแล้วลองกลับมาอ่านอะไรของไทยบ้างก็ดีนะครับ แต่ถ้ามีใครเคยอ่านแล้วหลงมาในนี้ก็มาคอมเมนท์ได้นะ ฮิฮิ อย่าให้เสียเที่ยว

มีแซมเปิ้ลให้อ่านกันตอนนึงเป็นตอนแรกสุดเลย ลายเส้นนี่ตลกมากเมื่อเทียบกะตอนนี้(ตอนนี้ก็ยังไม่ดีเท่าไหร่) ลองอ่านกันเล่นๆดูก็ได้ครับ

3J Show ตอนที่ 1

จริงๆแล้วยังมีอะไรที่อยากจะเล่าเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้อีกเยอะเหมือนกัน เพราะเป็นการ์ตูนที่มีความทรงจำมากมายสำหรับผม แต่เดี๋ยวไว้จะยาวเกิน เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะเล่าอีกละกันนะครับ ส่วนการ์ตูน AF2 ตอนใหม่คาดว่าเย็นๆวันอาทิตย์ไม่ก็วันจันทร์คงได้อ่านตอนเซตใหม่กันต่อ สุดท้ายก็ขอลาด้วยคอเลคชั่น 3J Show เก่าๆสำหรับคนที่เคยอ่านให้ได้รำลึกอดีตก็แล้วกันนะครับ

ปกตอนแบบเส้นระบายสี(ใครอยากเอาไปลงให้ผมก็ได้นะ ฮิฮิ)

ปกตอน Mommy Berry ฉลองครบ 20ตอน(จะฉลองไปทำไมเนี่ย)

ปกตอน Kill Jame Vol.3(J.)

รู้สึกว่าจะมีคนชอบปกนี้เยอะเหมือนกัน

ปกสีเล่ม 19 ฉลองวาเลนท์ไทน์ ผมชอบปกนี้มากๆเลยล่ะ

ปกเล่ม 11 ได้ลงปกครั้งแรกตื่นเต้นมากมาย

แบบไม่ลงสี(ลายเส้นหลังผ่านยุคมืดมาได้สักระยะแล้ว)

แบบปกสีครับลงโดยคุณประจักษ์ คนเขียน Project Earth Online

ขึ้นปกเป็นครั้งสุดท้ายเล่ม22 เป็นตอนที่30 ตอนอวสานพอดี แต่ยังมีไปวาดตอนพิเศษแถมท้ายในเล่ม 24 ร่วมกับตาGrooVeซึ่งถือเป็นตอนสุดท้ายจริงๆ

ปกนี้เป็นปกที่เศร้ามากในหลายๆความหมาย แต่ก็ชอบนะ

ก็ลองเทียบกะตอนปัจจุบันนี่ดูละกันนะครับ ว่าลายเส้นผมเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า จริงๆยังมีอะไรจะโชว์อีกเยอะ แต่เก็บไว้คราวหลังบ้างละกัน แล้วพบกันใหม่สำหรับการ์ตูน AF2 เซตต่อไป ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบไปก่อนละขอรับ - w -

เย้ ในที่สุดก็ว่างสักที งานล่าสุดที่ทำอยู่ก็ใกล้เสร็จเต็มแก่เลยหาเวลามาอัพบลอกไม่ให้มันร้างเล็กน้อย นึกๆอยู่ว่าจะลงอะไรดีเลยไปคุ้ยๆแฟ้มเก่าๆเลยโป๊ะเซะเข้ากับภาพนึง

สมัยก่อนผมเป็นคนที่ชอบพลอตเรื่องไว้เยอะมาก ซึ่งมีบางเรื่องที่ได้เอามาวาดจริงๆอย่าง Snow Girl กับ Unromance Story ที่ได้ลงในหนังสือ Gals (จะพูดถึงในวันหลัง)และ 3J Show ใน SEED! (Academy Fantasia Comic ถือว่าไม่มีพลอตเตรียมไว้ก่อนแต่นำมาแต่งเป็นเรื่องราว)ซึ่งส่วนใหญ่คนจะรู้จักผมจากการ์ตูนเรื่องพวกนี้มากกกว่า (โดยเฉพาะ 3J Show และ AF2 Comic)

วันนี้เลยนึกได้ถึงอีกเรื่องหนึ่งที่เคยพลอตไว้น๊านนน นานมากแล้ว ชื่อเรื่องว่า Math Family ครับ ด้วยว่าตอนนั้นเกลียดวิชาเลขมากๆ แถมสอบตกจนต้องทำงานส่งซ่อมแต่อาจารย์ก็ใจดี๊ ใจดีเนื่องจากแกรู้ว่าผมชอบวาดรูปเลยบอกว่าให้วาดการ์ตูนบทเรียนสอนเลขมาแทนก็ได้แล้วจะแก้เกรดให้(เอากะอาจารย์สิ) ก็เลยออกมาเป็นเรื่องนี้ซะเลย

พอวาดๆไปแล้วก็รู้สึกสนุกมาก จนตัดสินใจวาดเป็นจริงเป็นจังไปส่ง Thaicomic ซะเลยและนั่นก็ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ทำให้ผมรู้ว่ากว่าจะวาดการ์ตูนให้จบสักเรื่องนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยน้อ ^ ^

แน่นอนว่าด้วยศักยภาพและฝีมืออะไรหลายๆอย่างในตอนนั้นจึงทำให้ไม่ผ่านและไปติดแค่ตรงส่วนเทียบท่าเองมั้ง(จำไม่ได้ละ)แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบมากนะครับ คิดไว้ว่าสักวันคงจะเอากลับมาวาดอีกถ้ามีโอกาสเพราะมันเป็นแนวที่ผมถนัดและเหมาะกับตัวเองดี

ถ้า Snow Girl กับ Unromance Story เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก 3J Show เกี่ยวกับเพื่อน และAF2 Comic เกี่ยวกับมิตรภาพเรื่องครอบครัวตัวเลขนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวและสัตว์เลี้ยงครับ

เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวนักประดิษฐ์ประกอบไปด้วยพ่อ(ปรัชญา) เป็นอัจฉริยะทางด้านงานวิทยาศาสตร์ผิดกับลักษณะภายนอกที่ดูเซ่อๆซื่อๆและอ่อนแอมาก แม่(อัจฉริยา) คุณแม่ยังสาว ใจดีและมีความรอบรู้ในเรื่องแม่บ้านและความรู้รอบตัว ลูกสาวคนโต(อีฟ) เด็กสาวใจกล้าขี้โมโหและเก่งคาราเต้สุดๆ และ ลูกชายคนเล็ก(แบงค์) อัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ถายนอกเป็นเด็กร่าเริงแต่ลึกๆแล้วเป็นเด็กขี้เหงา

ครอบครัวนี้มีสัตว์เลี้ยงอยู่ตัวนึง ชื่อว่ามินท์มินท์เป็นหมาที่ไม่เหมือนหมามาก มันเดินสองขาพูดภาษาคนได้และมีความสามารถหลากหลายเพราะจริงๆแล้วมันเป็นหุ่นยนต์นั่นเองเนื่องจากมีความฉลาดสูงจึงค่อนข้างอวดเก่งมากทีเดียวเนื่อเรื่องนี้ก็เป็นแบบซิท-คอมธรรมดาเหมือนกับเรื่องอื่นๆที่เคยวาดนั่นละครับแต่เนื้อเรื่องหลักจะเน้นไปในแนวความสัมพันธ์ในครอบครัว สัตว์เลี้ยง พี่น้องอะไรแบบนี้มากกว่าจะมีอภินิหารเรื่องหักมุมซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรโผล่มามากมาย(ซึ่งหวังไม่ได้อยู่แล้วในแนวงานของผม

ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่นะครับว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะวาดออกมาเป็นเรื่องยาวให้ได้เลยจริงๆแล้วผมก็มีพลอตในหัวเยอะแยะไปหมดละแต่เวลาจะเอามาใช้แต่ละทีก็ต้องดูความเหมาะสมของตัวงานด้วยเลยยังไม่มีโอกาสเหมาะๆสักที เอาไว้สักวันนึงเถอะนะ ฮึ่ม!!

พล่ามมายาว มาดูรูปการ์ตูนครอบครัวตัวเลขยุค 2005 ที่เพิ่งวาดเล่นๆเมื่อไม่นานมานี้เลยดีกว่า แท่น แท๊น

จริงๆกะว่าจะลงรูปสมัยที่วาดไปส่งไทยคอมมิคให้ดูเปรียบเทียบด้วยแต่ว่าเก็บไว้อีกทีนึง ก็เลยเอาแค่รูปนี้รูปเดียวละกัน

ในรูปก็จะมีอีฟกับแบงค์ตัวเอกของเรื่องนี้นะครับ อีฟคือผู้หญิงโพกหัวส่วนแบงค์คือเด็กผมสีดำส่วนหมาและเด็กหัวขาวในภาพคือตัวละครในเรื่องเดียวกันครับเด็กหัวขาวนั่นชื่อที เป็นเพื่อนสนิทของแบงค์ และหมานั่นก็เป็นของทีครับ ส่วนมินท์ที่เป็นหมาหุ่นยนต์นั้นไม่ได้วาดลงไปด้วยเอาไว้ถ้าวาดอีกจะวาดให้ครบเซตทั้งครอบครัวเลยก็แล้วกัน

สิ่งสำคัญที่ผมได้จากการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือการได้ลองวาดการ์ตูนแบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้นมันยากแค่ไหนเพราะว่าการจะวาดอะไรสักอย่างให้จบนั้น เป็นเรื่องยากกกกกมากกกกกกด้วยว่าตอนนั้นยังเด็กและความรู้ในการวาดก็งูๆปลาๆผมใช้เวลาวาดเรื่องนี้อยู่เกือบครึ่งปี(!) ทำๆเบื่อๆ เลิกเบื่อก็กลับมาทำอีกเบื่อก็เลิกจนในที่สุดก็กัดฟันทำให้มันเสร็จออกมาเป็นชิ้นงานจนได้แม้ว่ามันจะไม่ได้ลงตีพิมพ์ที่ไหน แต่มันก็มีคุณค่าทางใจกับผมมาก

ยิ่งตอนที่วาดเสร็จออกมาสมบูรณ์เป็นต้นฉบับนะครับผมนั่งอ่านซ้ำๆหลายรอบมากด้วยความภาคภูมิใจมากเดียว แบบว่า โอ้ชิ้นแรกเลยนะเนี่ยที่วาดออกมาเป็นเรื่องเลย ไม่ใช่วาดเล่นๆในสมุดเรียนหรือว่าไปเรื่อยเปื่อยตามกระดาษวาดเขียนมันเป็นงานการ์ตูนที่สร้างสรรค์ออกมาด้วยตัวเองล้วนๆ 100% ยังจำได้ว่าตอนจะส่งนั้นแทบจะบนบานกราบไหว้ให้ไปรษณีย์ส่งไปถึง Thaicomic แทบเป็นแทบตายน่ะครับ

หลังจากส่งเรื่องนี้ไปสักพัก ผมก็เริ่มตั้งต้นใหม่ด้วยการวาดการ์ตูนเรื่อง Snow Girl ไปพลางๆ ระหว่างรอว่าจะได้ลงใน thaicomic หรือไม่(และสุดท้ายก็ไมได้ลง 5555)ซึ่งคราวนี้เป็นการวาดด้วยความมั่นใจกว่าเดิมขึ้นเยอะเพราะเราก็เริ่มรู้แล้วว่า เรามีข้อดีข้อเสียยังไงเนื้อเรื่องแนวไหนที่ถัดกับเราอะไรที่เราทำแล้วน่าจะออกมาดูดี อะไรที่ไม่ควรทำ ฯลฯจะบอกว่าการ์ตูนเรื่องนี้ทำให้ผมเป็นแบบทุกวันนี้ได้ ก็คงไม่ผิดน่ะครับ

ก็อยากจะบอกคนที่ชอบวาดการ์ตูนแบบเป็นจริงเป็นจังและถามผมว่าทำยังไงถึงจะวาดออกมาเป็นเรื่องได้ผมว่ามันขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความตั้งใจที่จะทำมันขนาดไหนเท่านั้นละครับและผมเชื่อมากว่าถ้าคุณได้ลองกลั้นใจทำออกมาให้เสร็จดูสักเรื่องแล้วการจะวาดเรื่องต่อไปนั้นไม่ยากเลยเพราะมันเป็นการเริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีมากแม้ว่าจะสตาร์ทออกไปไม่สวยเท่าที่หวังแต่มันก็ดีกว่ายืนอยู่กับที่แล้วนั่งกังวลน่ะครับ

หลายๆคนคิดว่า เปอร์เสปคทีฟก็ทำไม่เป็น ฉากวาดไม่ได้ ลงดำไม่สวยอนาโตมี่ไม่ได้เรื่องผูกเรื่องไม่เป็นผมว่าของเหล่านี้มันเป็นสิ่งสำคัญก็จริงครับแต่จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าไม่ได้ลงมือทำมันจริงๆเพราะถึงไม่เป็นแต่ว่าเราก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆได้ๆและจะง่ายมากถ้าเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองจากการวาดและลองทำมันออกมา

ก็ฝากไว้เท่านี้ละกันนะครับ สำหรับใครที่อยากวาดการ์ตูนเป็นจริงเป็นจังของแบบนี้สอนกันไม่ได้หมดหรอก มันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้นละครับว่าแล้วก็พล่ามยาวอีกจนได้ ใครใคร่อ่านก็อ่านนะครับหรือขี้เกียจอ่านก็ดูรูปไปเพลินๆก็แล้วกัน แล้วพบกันใหม่ครับ ไปก่อนดีกว่า บายๆ

Special Thanks & Personal Note: การ์ตูนเรื่องนี้ไม่อาจประสบความสำเร็จออกมาเป็นชิ้นงานได้ถ้าไม่ได้คำแนะนำจากพี่น่ะนะ ใช่แล้ว! นายนั่นแหล่ะ คุณประจักษ์ จั่นเพชร - w -

โอ้ เจ้าพระคุณรุนช่อง บลอกทำไมหยากไหย่เต็มไปหมดแบบนี้ ได้เวลาปัดฝุ่นเสียที เรื่องของเรื่องก็คือหลังจากได้ไปดูหนังเรื่องเด็กหอมา (อ่าน Review ได้ที่นี่ )ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะบ้าหนังเรื่องเด็กหอได้มากขนาดนี้ 555 จนในที่สุดก็ดันวาดแฟนอาร์ทออกมาจนได้ แถมไม่ใช่แฟนอาร์ทธรรมดา มันคือ....

การ์ตูนซีรียส์สี่ช่องจบบั่นทอนปัญญาที่ทุกคนคุ้นเคยนั่นเอง!!! ฮูเร่บันไซไชโย ใครเป็นแฟนการ์ตูน Academy Fantasia2 Comic มาก่อนก็น่าจะรู้ดีนะครับว่ามันเป็นแบบไหน เผอิญว่าผมชอบหนังเรื่องนี้ม๊ากมาก ดูไปก็คิดมุขไปได้ตลอดเลยอยากวาดออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราวมั่ง บวกกับว่าช่วงนี้ปิดเทอมก็เลยพอมีเวลาเจียดทำได้พอดีว่าแต่ผมนี่สงสัยเวลาจะเห่ออะไรก็เห่อเสียจริงๆละนะ ขนาดตอน Academy Fantasia2 ก็บ้าวาดมาได้ยาวซะขนาดนั้น แต่คราวนี้สงสัยจะมีแค่ตอนเดียวจบเท่านั้นละครับ (ยกเว้นคุณผู้กำกับจะเขาจะทำภาคสองต่อน่ะนะ 5555)

เอาละครับ เช่นเคยอย่างที่แล้วมา ก่อนจะอ่านการ์ตูน ผมมีกฏ-กติกามารยาทที่คุณจะต้องอ่านให้เรียบร้อยซะก่อนที่จะลงไปอ่านการ์ตูนข้างล่างนี้นะครับ

กฏ-กติกามารยาทในการอ่าน

1. เรื่องราวที่เขียนเหมาะสำหรับคนที่ดู หนังเรื่อง "เด็กหอ"มาก่อนแล้วมากที่สุด

2. เรื่องราวที่เขียนมีทั้งเหตุการณ์จริงในหนัง เรื่องสมมุติ+พลังจินตนาการคนวาดเข้าไปบางส่วน ดังนั้นก็ถ้าเขียนอะไรไม่ถูกใจแฟนๆคนไหนก็ขออภัยมาตรงนี้ด้วยละครับ

3. ลักษณะการ์ตูนเป็นแนวคอมมิค ดังนั้นก็เลยคิดว่าจะไม่วาดให้เหมือนตัวคนในหนังจริงๆ แค่เอาจุดเด่น กับลักษณะรวมๆมาใช้เฉยๆ เพราะว่าวาดคนให้เป็นการ์ตูนมันยากอ่ะ ถ้าไม่เหมือนก็ทำใจหน่อยละกัน

4. อ่านจบแล้ว สามารถคอมเมนท์ได้ตามสบายขอรับ ไม่ว่ากัน จะได้นำไปปรับปรุงงานชิ้นต่อๆไปได้

5. ในกรณีที่อยากเอาไปโพสต่อที่อื่นก็ทำได้(ถ้ามี) แต่กรุณาบอกที่มาด้วยนะขอรับ มีนะครับคนที่เอาไปโพสแล้วไม่ลงlink ลงอะไรบอกไว้เลยว่าเป็นงานของใครยังไง ถึงมันจะเป็นแค่แฟนอาร์ทแต่มันเป็นผลงานของผมนะ

6. การ์ตูนดังกล่าวมีจุดที่เปิดเผยถึงเนื้อเรื่องบางส่วนในหนังเรื่องเด็กหอ ดังนั้น ถ้าไม่อยากโดนสปอยก็อย่าอ่านดีกว่า ไม่งั้นจะบ่นที่หลังไม่ได้นะครับ

อะ..ถ้าอ่านกติกาเรียบร้อยแล้ว ก็ไปอ่านดีกว่าครับ ชอบไม่ชอบยังไงก็ลงคอมเมนท์เอาไว้บ้างนะครับ

Dek Hor Comic บั่นทอนปัญญา 4 ช่องจบ

หน้าเปิด+ตอนที่1

ตอนที่ 2-3

ตอนที่ 4-5

ตอนที่ 6-7

ตอนที่ 8-9

ตอนที่ 10 + หน้าปิดครับ

555 จบก่อนแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวแฟนๆหนังเรื่องนี้จะมาตามล่าจัดการกับผม คราว Academy ก็ทีแล้ว จริงๆแล้วก็ว่าจะวาดไม่ให้มันวายมากนะครับ (ซึ่งมันก็คงไม่ค่อยวายใช่ไหม? หรือผมคิดไปเองคนเดียว 55555)

วาดการ์ตูนเรื่องเด็กหอคราวนี้ก็สนุกดีกว่าที่คิด เพราะว่าคาแรกเตอร์น้อยและก็ค่อนข้างเด่นๆกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ยากเท่าที่คิดสักเท่าไหร่ อีกอย่างหนังก็มีอะไรให้เก็บมาวาดเยอะแยะทีเดียว ถ้าได้วาดเรื่องนี้เป็นการ์ตูนยาวๆจริงๆก็คงดีน่ะครับ เพราะว่าผมชอบเนื้อหาและก็ประเด็นหลายๆอย่างของหนังเรื่องนี้มากทีเดียว มีอะไรโดนใจและตรงกับสไตล์การวาดเรื่องในแบบที่ชอบเยอะทีเดียว

สำหรับมุขจริงๆก็ตัดทิ้งไปหลายมุขเหมือนกันเพราะว่าไม่อยากทำเยอะมากจนเกินกำลังตัวเองเท่าไหร่ เอาเป็นว่าอ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกล่าวกันได้นะครับ สำหรับคราวนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เกี่ยวกับหนังก็พูดไปหมดแล้ว ดังนั้นดีใจได้ว่า ผมคงไม่พิมพ์อะไรยาวๆแล้วล่ะ เฮ้!!! ก็ถ้ามีคอมเมนท์ความคิดเห็นอะไร ชอบตัวไหนตอนไหนก็ลงไว้บ้างนะครับ เพราะผมจะดีใจมากเลยล่ะ แล้วพบกันใหม่ครับผม บายๆ ^ ^

ป.ล. ขอขอบคุณคุณ Thedeath ผู้อุทิศแสกนและความอุตสาหะในการช่วยแสกนงานอย่างสุดชีวิต มา ณ ที่นี่ ขอให้เขาและการ์ตูนมัดกล้ามของเขาจงเจริญยิ่งยืนนาน...น



Tharadon D.
View full profile