Rabbit-Work

โอ้ว หลังจากรอมานานแสนนาน จากกำหนดเดิมของหนังสือที่จะออกในวันที่ 25 นี้ มันก็เลื่อนมาเรื่อยๆจนมาตอนนี้ มันออกแล้วครับ มันออกมาแล้ว ถูกต้องแล้วครับ!!! หนังสือ VOLUME ฉบับ Academy Fantasia 2 นั่นเอง

หลังจากที่หลายๆคนเฝ้ามาวนเวียนถามผมมากมาย ว่าไอ้เจ้า Volume นี่มันหนังสือแนวไหน ปลุกใจเสือป่าหรือเปล่า(เฮือก!) หน้าปกเป็นยังไง จะได้ลงเยอะแค่ไหน ข้างในมีอะไรบ้าง เรามาเจาะลึกในรายละเอียดเล่มนี้เลยดีกว่าครับ แต่ก่อนอื่นใด เรามาดูปกกันก่อนเลยดีกว่า สายข่าวของเรารายงานมาว่า VOLUME ฉบับนี้จะมีสองหน้าปกนะครับ อะมาดูกันเลยดีกว่า

ปกนี้ประกอบไปด้วย พัดชาสาววาย คุณหนูลูกตาล กระรอกยักษ์บอย ลุงมาย มิวชิวๆ และพาสนาโดราเอม่อนนะครับ

ส่วนอีกปกจะเป็น ออฟ เปรี้ยว กุ๊กไก่ โอ๋ ว่าน โจ( ขอบคุณคุณ Oscarที่แสกนมาให้นะครับ)

รักใครชอบ Vไหน อยากได้ปกอะไรก็บอกคนขายนะครับ เพราะเวลาตั้งโชว์หน้าร้านส่วนใหญ่จะตั้งแบบอักษรส้มมากกว่า(เท่าที่ทราบมา)

ภายในนิตยสาร VOLUME ฉบับนี้ ก็อย่างที่บอกละครับ ว่าเป็นฉบับ Academy Fantasia โดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากคอลัมภ์ปกติที่มีประจำในเล่มแล้ว ก็ยังมีบทสัมภาษณ์ 12นักล่าฝัน ซึ่งบทสัมภาษณ์นี้รับรองว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะว่ามีถึง 12แบบด้วยกัน และรับรองว่าไม่ซ้ำกับบทสัมภาษณ์ที่หนังสืออื่นเคยสัมภาษณ์พวกเขาด้วยแน่ๆ

ตอนนี้ที่ทราบมาก็มีสามแบบด้วยกัน คือ Alphabet A-Zของพัดชา คำถามกับเพลงของบอย และ จดหมายถึงติ๋มของออฟ ส่วนอีก 9แบบที่เหลือจะเป็นอะไรนั้น ผมเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกันครับ ไปหาอ่านเอาเองละกัน

นอกจากนั้นก็จะเป็นแฟชั่น 12 นักล่าฝัน ในคอนเซปท์ Winter Collection ครับ มีภาพ Sample ให้ดูกันนิดหน่อยละกัน

รวมหมู่ 1

พัดชา สาววายสุดเซกซี่

มิว ภาพนี้เท่ห์เกินคาด

ใครจะเชื่อว่านี่คือ กุ๊กไก่!!!!!

ลุงมาย เท่ห์ในแบบคุณลุงสูงอายุ

รวมหมู่ปิดท้ายละกัน หมดแล้วครับ

นอกจากแฟชั่นกับบทสัมภาษณ์แล้ว ก็มีสกู๊ปเกี่ยวกับ Academy กับอาจารย์ประจำบ้านอีกนิดหน่อยครับ และนอกจากนั้นแล้ว ยังมีไอ้ที่พิลึกที่สุดที่ไม่มีนิตยสารฉบับไหนมี ทายสิอะไรเอ่ย....

55555 ถูกแล้วครับ การ์ตูนผมนั่นเองแหล่ะ

อย่างที่บอกไปแล้วนะครับ ว่าเป็น Volume พิเศษที่วาดให้ VOLUME โดยเฉพาะ ซึ่งก็จะมีทั้งหมด 30 ตอนด้วยกัน โดย จะมี 26ตอนเก่าที่วาดใหม่ ซึ่งบางตอนก็จะมีที่เปลี่ยนไปจนไม่เหมือนเดิม หรือเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆเข้ามาด้วย ลองอ่านแล้วเทียบกับเวอร์ชั่นเก่าๆดูเองละกันนะครับ ^ ^

นอกจากนั้น ก็ยังมีปกเปิด Vol. ภาพใหม่ที่ผมชอบมากๆเลยล่ะ(ฬครชอบบ้างขอเสียงหน่อยยยยย) ไว้วันหลังจะเอามาลงให้ดู และก็อีกสี่ตอนพิเศษที่มีแต่ใน VOLUME เท่านั้นด้วย(อันนี้ขออนุญาติไม่เอามาลงนะครับ) แถมยังมีการเปิดเผยโฉมหน้าของกระต่ายขี้บ่นตัวนี้ในหนังสือด้วยอีกต่างหาก เหอๆๆๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่ารูปผมจะออกมาอีท่าไหน 5555555

สำหรับเวอร์ชั่นที่จะได้ลงตีพิมพ์นั้น ถ้าได้อ่านแล้ว คงจะสังเกตกันได้ว่าเรื่องบางเรื่อง หรือบางประเด็นจะถูกตัดออกไปจากตัวต้นฉบับที่ลงในเวปนี้เยอะทีเดียว ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจกันนะครับว่า มันเป็นเวอร์ชั่นที่ต้องตีพิมพ์สู่สายตาคนจำนวนมาก ดังนั้นก็อาจจะต้องลดทอนในประเด็นที่ไม่เหมาะสมลงไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยหรอกครับ รับรองว่าสเน่ห์ทุกอย่างที่มีอยู่ในซีรี่ยส์บั่นทอนปัญญานี้ จะถูกรวบรวมลงไปใน VOLUME's Volume นี้แน่นอนซึ่งต้องขอบอกเลยครับ ว่าทาง VOLUME ค่อนข้างเปิดกว้างให้กับผมมากในจุดนี้ทีเดียว

นอกจากนั้น เชื่อว่าแฟนๆบาง V อาจจะรู้สึกว่าทำไม บทของคนนี้เยอะจัง ทำไมคนนี้น้อยจัง ก็ต้องบอกให้ทราบอีกว่า เนื้อที่ที่จะวาดได้นั้นมันมีน้อย และต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดจบอยู่ภายใน volume นี้ ทำให้ต้องตัดทอนและลดบทของบางคนไปเยอะทีเดียว เพราะเป็นไปไมได้แน่ๆที่จะยัดเนื้อหาของทั้ง 12คน ลงในพื้นที่เพียงไม่กี่หน้า ก็พยายามทำออกมาได้อย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้แล้วล่ะครับ

ก็เช่นเคยครับ ถ้าใครได้อ่านแล้ว ก็อยากจะให้ช่วยลงความเห็นเล็กๆน้อยๆบ้างก็ดีครับ ว่าคิดยังไงกับการ์ตูนใน VOLUME's volume นี้บ้าง(จะวิจารณ์ตัวหนังสือไปด้วยก็ได้นะครับ เดี๋ยวจะเอาไปให้พี่ๆที่ VOLUME เขาอ่านกัน ^ ^) ไม่ว่าจะเป็นปกเปิดใหม่ ตอนใหม่ทั้ง 4 ตอนมีอันไหนที่โดนๆมั่งไหม หรือกับตอนเก่าๆที่เอามาวาดใหม่ ชอบหรือไม่ชอบยังไงก็บอกกันได้นะครับ คิดยังไงกับก้าวแรกของซีรี่ยส์บั่นทอนปัญญานี้ก็ติชมได้ตามสบายเลยครับ ^ ^

ส่วนตัวผมเอง ตอนนี้ยังตามหาหนังสือไม่ได้เลย T - T เพราะกว่ามันจะมาเชียงใหม่คงอีกสักสองสามวันแน่ๆ แต่ถ้าใครได้อ่านแล้วก็มาลงคอมเมนท์ไว้เล่นๆให้ได้ทราบกันก็จะยินดีมากๆครับ สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาแต่เพียงเท่านี้ก่อนแล้ว ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้มาเสมอจริงๆครับ แล้วพบกันใหม่น้อ บายๆ

โอ ก่อนอื่นเลย ขอขอบคุณทุกท่านมากๆนะครับ ที่ช่วยกันทำแบบสอบถามให้คนละไม้คนละมือ ผมไม่อาจประกาศรายชื่อทุกคนที่ส่งแบบสอบถามมาได้หมดตรงนี้ แต่ก็บอกได้คำเดียวว่าขอบคุณอย่างมากเลยครับ ผมเองยังไม่คิดเลยว่าจะมีคนช่วยทำมากมายขนาดนี้ เรียกว่ามากเกินกว่าที่คาดไว้ตอนแรกไปเยอะทีเดียวเชียวล่ะ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ T - T ซาบซึ้งมากมาย

มาถึงคิวอัพเอนทรี่ใหม่สักทีหลังจากดองมาเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ วันนี้มาแปลกครับ เพราะเราจะมาทำการขายของกันเล็กน้อยฉลองเปลี่ยนธีมใหม่ด้วยไปในตัว 5555

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากงาน VOLUME ไปได้นิดหน่อย ผมก็มีงานใหม่อีกงานนึงที่ทำและวางแผงไปเมื่อไม่นานมานี้ จริงๆก็ว่าจะเขียนตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วล่ะครับ แต่มันติดอัพบลอกการ์ตูน Academy ตอน Then You Look At Me อยู่ (ยังไม่ได้อ่านกดคลิกที่ชื่อตอนเลยขอรับ)แถมพอปีใหม่มาก็มีเรื่องอื่นที่อยากอัพให้ทันเทศกาลก่อน Entry นี้จึงเลื่อนมาเรื่อยๆเอาจนวันนี้ล่ะ

โปรเจคคราวนี้เป็นการวาดภาพประกอบหนังสือพอกเกตบุคครับ ชื่อหนังสือแนวมากมาย นามว่า " เรียกผมว่า "หมา" สิครับ" แค่ชื่อก็คงพอเดาได้แล้วใชไหมว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ใช่แล้ว มันเป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวชีวิตเพนกวินนั่นเอง โป๊ะ ไม่ใช่เฟ้ย!!! หนังสือสำหรับคนรักหมาต่างหาก!!!

นี่เลย หน้าปกหนังสือ หมาๆเล่มนี้ ได้นายแบบนามว่าเจ้าโจอี้ขึ้นปกครับผม

ซึ่งเจ้าของหนังสือคนเขียนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ลุงบิ๊คบูน มนุษย์ไข่กวนของเรานี่เอง 5555(อุตสาหกรรมในครัวเรือน Exteen จริงๆ) สำหรับงานผมในเล่มนี้คือการวาดภาพปก ภาพประกอบและการ์ตูนสี่ช่องจบท้ายบททั้งเล่มเลย แต่ในส่วนของการลงสีทั้งหมดจะเป็นของคุณ เดอะเดท ชายหนุ่มผู้หลงใหลในมัดกล้ามนี่เอง(บอกแล้วว่าอุตสาหกรรมครัวเรือน Exteen อย่างรุนแรง)

หนังสือเล่มนี้บอกเล่าถึงเรื่องราวแบบหมาๆ จากคนรักหมาเข้าขั้นโคม่าอย่างคุณลุงบิ๊คบูน ใครเข้าบลอกแกบ่อยๆก็จะเห็นอยู่แล้วว่าแกบ้าคลั่งสุนัขขนาดไหน ในแต่ละบทก็จะเป็นเรื่องราวของสุนัขในแง่มุมต่างๆ กระผมอ่านแล้วขอรับประกันว่า ใครที่ชอบเลี้ยงหมาก็คงจะชอบหนังสือเล่มนี้มากๆแน่นอน แต่ใครที่ชอบหมาในระดับปานกลาง หนังสือเล่มนี้ก็มีอะไรสนุกๆให้อ่านอยู่ตลอดทั้งเล่มละครับ รับประกันความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 30 วัน (ไปขอที่พี่บิ๊คเอานะ ) แถมที่สำคัญ ภาพประกอบสวยงามมาก 555555

ในส่วนงานที่ผมต้องรับผิดชอบก็คือ การวาดภาพปกและภาพประกอบทั้งเล่มนั่นแหล่ะครับ ในแต่ละตอนของหนังสือเล่มนี้ ท้ายบทจะมีการ์ตูนสี่ช่องจบ เป็นเรื่องราวของเจ้านายสุดกวนอย่าง พี่บิ๊ค และเจ้าหมาจอมป่วนอารมณ์อย่างเจ้าโจอี้(เจ้าหมาที่อยู่ในหน้าปกนั่นแหล่ะ) ทั้งหมด 15ตอนด้วยกัน โดยเนื้อหาในแต่ละตอนก็จะเกี่ยวกับเนื้อหาในบทนั้นๆด้วย

มีที่คั่นหนังสือกะเขาซะด้วย ไฮโซไหมล่ะ ^ ^

งานที่ว่านี่ ตอนทำก็วุ่นวายกันพอดูละครับ เพราะไอ้กระผมก็อยู่เชียงใหม่ ในขณะที่พี่บิ๊คกับเดอะเดทอยู่กรุงเทพ การทำงานเลยต้องอาศัย MSN และมือถืออยู่ตลอด แถมที่สำคัญต้องรีบปิดต้นฉบับเพื่อให้ทันก่อนที่ปีหมา 2006 นี้จะมาเยือนเสียอีก หูย วิบากกรรมของกระต่ายขี้บ่นจริงๆ มีอยู่วันนึง ผมต้องเดินออกมาตอนตีสี่เพื่อหาร้านแสกนส่งงานไปให้สองคนนี้เลย คิดดู!!! น่าสงสารกระต่ายขี้บ่นตัวนี้จริงๆ

ไอ้ที่แย่กว่านั้น ผมก็เข้าใจว่าลุงบิ๊คแกคงถูกใจการ์ตูน Academy อยู่ถึงได้เลือกผมมาวาด แต่แกคงจะไม่รู้ว่า กระต่ายขี้บ่นตัวนี้เคยวาดหมากับเขาซะทีไหน ไอ้ผมน่ะนะ ก็ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตั้งแต่วาดการ์ตูนมา ก็เพิ่งต้องมาสร้างตัวละครแบบหมาอย่างเป็นตัวเป็นตนก็กับงานชิ้นนี้ล่ะ ตอนเริ่มนั้นเลยต้องออกแบบโจอี้ไว้หลายรอบทีเดียวก่อนจะออกมาเป็นโจอี้ที่เห็นในหนังสือนี้ได้ ต้องไปดูอิริยาบทหมาในแอคชั่นต่างๆ ขอบอกว่าผมเกลียดการวาดท่าหมานั่งมากๆ มันยากจริงๆนะเออ จะบอกให้

แถมอีกอย่าง จริงๆแล้วผมเป็นคนที่เกลียดหมาอย่างรุนแรงครับ เกลียดและกลัวมากๆแล้วดั๊นต้องมาวาดภาพประกอบหนังสือหมาซะนี่ (ถ้าเป็นแมวหรือกระต่ายจะไม่ว่าเล๊ย 5555) ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชนิดหนึ่ง

ในหนังสือเล่มนี้ สไตล์ภาพที่ใช้จะเป็นกึ่งการ์ตูนคอมมิคฝรั่งนิดหน่อย ไม่เน้นแบบเหมือนคนมากเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดีครับ อย่างที่บอกเสมอว่างานแต่ละชิ้นมีอะไรให้เราเรียนรู้ใหม่ๆเสมอ และงานชิ้นนี้ก็มีอะไรให้ผมได้เรียนรู้มากมาย โดยเฉพาะการวาดสัตว์เนี่ยแหล่ะ จบจากงานชิ้นนี้ จากที่ไม่เคยวาดสัตว์ได้ มาตอนนี้สบายบรื๋อ จะดัลเมเชี่ยน ชุนชุน หรือหมาจิ้งจอกก็มาเล๊ย 5555

ตัวอย่างภาพประกอบที่ใช้ในเล่มครับ โจอี้ในอิริยาบทต่างๆ

ตอนนี้หนังสือเล่มนี้ออกวางขายได้สักระยะหนึ่งแล้วนะครับ สามารถหาจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านse-edบุ๊คส์ ร้านดอกหญ้าร้านนายอินทร์ พระพรหม อวตารอะไรก็ลองไปหาดูเถอะ มีแน่ๆ ขนาดผมไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนยังเจอเลย(เรื่องจริง) ถ้าสนใจก็ลองไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Entry เกี่ยวกับหนังสือนี้ของพี่บิ๊คเลยละกันครับ เรียกผมว่า"หมา"สิครับรับรองว่าเป็นหนังสือที่อ่านสนุกเล่มนึงทีเดียว ^ ^ โดยเฉพาะคนรักหมาต้องชอบแน่ๆครับ

จำชื่อไว้นะครับ จะได้บอกคนขายถูก

เรียกผมว่า "หมา" สิครับ...

เรียกผมว่า "หมา" สิครับ...

เรียกผมว่า "หมา" สิครับ...

สะกดจิตกันเข้าไป เผื่อติดอันดับหนังสือขายดี Best Seller กะเขามั่ง สาธุ!!!

โดยรวมแล้วงานภาพประกอบหนังสือชิ้นนี้เป็นงานที่สนุก และให้ประสบการณ์การทำงานรูปแบบใหม่ๆมากทีเดียว อย่างที่เขาว่าละครับว่า ช่วงเวลาการเตรียมงานเลี้ยงนั้น สนุกกว่าตอนจัดงานเลี้ยงจริงๆเสียอีก ซึ่งก็โชคดีที่ผู้ร่วมงานทั้งสอง อย่างลุงบิ๊คและเดอะเดทเองต่างก็เป็นมนุษย์ประเภทที่สามารถอดทนกับกระต่ายขี้บ่นได้ดีซะด้วย 5555 ซึ่งต้องขอบคุณบุคคลทั้งสองท่านมา ณ ที่นี้ งานชิ้นนี้เป็นอีกงานที่ผมคงจดจำไว้ในประวัติการทำงานไปอีกนานเลย ยิ่งเห็นออกมาเป็นรูปเล่มวางขายก็แบบว่าดีใจโคตรๆเลยล่ะครับ แหม ก็ Pocket Book เล่มแรกในชีวิตที่เราได้วาดภาพประกอบ ปลื้มอย่างรุนแรง

ไหนๆก็ไหน เดี๋ยวจะขอแซมเปิ้ลการ์ตูนที่วาดไว้สักตอนสองตอนละกันนะครับ(อย่าแอบไปบอกเจ้าของหนังสือล่ะ 5555 ) อ่านแล้วคิดยังไงก็บอกได้นะครับ หรือถ้ามีใครที่มีหนังสือเล่มนี้ไว้ในครอบครองแล้ว มาคอมเมนท์การวาดภาพประกอบในเล่มให้ฟังหน่อยก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงน้อ

หน้า1 ตอน In The Name Of DOG

หน้า2 Cat And DOG

ส่วนอันนี้อันสุดท้าย เป็นตอนที่ไม่มีในหนังสือครับ เพราะเป็นหน้าตัวอย่างสำหรับทดลองงานก่อนเริ่มต้นทำเฉยๆ แต่เอามาลงไว้ด้วยละกันน้อ ไหนๆก็ไม่ได้เอาไปใช้อะไรล้ว

Page Sample

หมดแล้วครับ ถ้าอยากอ่านต่อก็ต้องไปหาอ่านเอาในเล่มแล้วนะครับ ^ ^ ไปก่อนละน้อ แล้วพบกันใหม่ entry หน้าขอรับ บ๊ายบาย

### ภาพทั้งหมดห้ามเซฟไปเผยแพร่หรือนำไปใช้ในงานอื่นก่อนได้รับอนุญาติจากเจ้าของหนังสือ ###

กลับมาแล้วขอรับ หลังจากห่างหายการอัพบลอกไปเสียนาน ย้อนกลับไปดูเดือนมีนาคมที่ผ่านมารู้สึกว่าจะมีแต่เรื่องเด็กหอทั้งนั้นเลย บ่งบอกว่าตัวเองบ้าคลั่งหนังเรื่องนี้มากเลยนะเนี่ย 5555เดี๋ยวออกดีวีดีเมื่อไหร่ไม่พลาดแน่

จริงๆแล้ววันนี้ตั้งใจว่าจะอัพReview เกี่ยวกับ Final Destination 3 เสียหน่อย เพราะเพิ่งไปดูมาแบบว่า ละละเลิฟมากเรื่องนี้ อุดมไปด้วยเลือด โปรตีนและแคลเซียมสูงสะใจคนดูหนังแนวนี้อย่างเราจริงๆ ภาคนี้ใครอยากดูอะไรโหดๆรับประกันว่าโหดกว่าภาคแรกกะภาคสองเยอะเลย ถึงเนื้อเรื่องด้อยๆไปนิดนึงแต่ก็หยวนๆได้ เพราะแค่ไปดูการดีไซน์ความตายต่างๆก็คุ้มค่ามากๆแล้วดูจบแล้วผมรู้สึกระแวงพวกบันได รถยนต์ หรือสิ่งของรอบตัวไปอีกนานเลยล่ะ 5555 ใครชอบอะไรโหดๆอย่าพลาดนะครับ ขอรับประกันด้วยศักดิ์ศรีสมาคม Happy Tree Friends เลย เอาไว้ว่างๆเดี๋ยวจะมา Review เรื่องนี้แบบไตรภาคเลยดีกว่า เพราะผมเป็นแฟนอันเหนียวแน่นของซีรี่ยส์เลือดสาดนี้อย่างแรง ออกภาคสี่อีกก็คงจะไปดูนะเนี่ย

เอาละ มาเข้าเรื่องที่จะอัพบ้างดีกว่า สำหรับเอนทรี่นี้จะมาพูดถึงงานชิ้นหนึ่งที่เพิ่งทำเสร็จไปไม่นานนี้นะครับ ใครเล่น MSN เจอผมบ่อยๆก็คงจะเห็นชื่อ หนุ่มหล่อแสบใสกับยัยเฉิ่มนี้ดี และอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร วันนี้ผมจะมาเล่าถึงเรื่องนี้ให้ฟังกันครับ

เรื่องของเรื่องคือ ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี หลังจากเสร็จงาน เรียกผมว่าหมาสิครับก็มีงานใหม่ติดต่อมา จริงๆแล้วต้องบอกว่าเป็นผมเองนั่นแหล่ะที่ไปเสนอตัวให้เขา และบังเอิญว่ามีอานิสงค์จากงาน"เรียกผมว่าหมาสิครับ"นี้ละครับ ก็เลยได้ทำในที่สุด จริงๆตอนแรกผมตั้งใจจะสมัครเป็นนักวาดประกอบหนังสือน่ะครับ แต่ไปๆมาๆดันได้เป็นนักวาดการ์ตูนแถมในเล่มแทน 5555(อันนี้ก็อานิสงค์จาก AF2 Comic แหงๆ) ซึ่งเรื่องแรกที่ผมได้รับมอบหมายเป็นงานทดลองโปรเจคนี้ก็คือเรื่อง "หนุ่มหล่อแสบใสกับยัยเฉิ่ม"นี่เอง

หน้าปกเล่มแรกครับ สดใสน่ารักคิกขุเชียว(แต่ผมไม่ได้วาดนะ)

หนังสือเรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติคครับ คิดว่าคงจะเคยเห็นกันนะครับ เพราะในร้านหนังสือนี่มีเรียงกันเป็นพรืดเลยกับนิยายสไตล์นี้ ผมเองตอนแรกๆก็ไม่เคยอ่านหรอก(แอบแอนตี้เล็กน้อย) แต่พอมานั่งอ่านจริงๆจังๆ กลายเป็นว่าผมติดนิยายเรื่องนี้หนึบหนับเลยเพราะว่า อ่านง่านและเพลินมาก แบบที่ว่าตอนแรกตั้งใจจะอ่านแค่วันละ 2-3บท กลายเป็นอ่านเลยไปเยอะกว่านั้นทุกที

เนื้อเรื่องของหนังสือนี้ก็เป็นแนวรักหวานแหววสาวน้อยนั่นแหล่ะครับ เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อกฤษณะ หนุ่มไฮโซเอาแต่ใจนิสัยร้ายกาจถูกเรียกตัวกลับจากเมืองนอก หลังพ่อ - แม่จับได้ว่าทำตัวเหลวแหลกมากๆแต่พอกฤษกลับมาก็พบว่าเขาถูกจับหมั้นกับลูกสาวเพื่อนสนิทของแม่เขา ซึ่งเคยเป็นรักแรกในอดีตตอนเด็กๆ แต่เขาก็แทบจำเธอไม่ได้แล้ว

กฤษณะ(กฤษ)ตัดสินใจไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และที่นั่นเค้าได้พบกับนิรชา(รชา) สาวแว่นมาดเฉิ่มจอมขี้เหนียว ซึ่งเป็นหญิงสาวที่เคยขับรถเฉี่ยวเขาเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้หรอกว่าเป็นคู่หมั้นกัน และเป็นรักแรกของกันและกันสมัยเด็กๆอีกด้วย แต่ในที่สุดด้วยความจำเป็นบางอย่าง ทั้งสองคนต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และเรื่องวุ่นๆก็เริ่มขึ้นที่ตรงนี้ละครับ เพราะทั้งคู่ต้องช่วยกันปิดบังเรื่องที่ตัวเองอยู่ด้วยกันไม่ให้คนนอกรู้ ไม่ว่าจะเป็น "แอนนี่" สาวนางแบบที่ติดใจกฤษ และ "วรุฒ" ดีไซเนอร์ชื่อดังที่ตกหลุมรักรชาเข้าอย่างจัง

เอาเป็นว่าให้ผมเล่าแล้วคงไม่ค่อยได้รสวรรณคดีสักเท่าไหร่ ก็ขอเชิญชวนไปอ่านตัวอย่างกันที่นี่เลยดีกว่า เป็นไฟล์ PDFนะครับ แน่ใจก่อนว่ามีโปรแกรม Acrobat แล้วถึงอ่านได้ แต่ถ้าคิดว่ามีแล้วก็กดที่นี่เลยครับ SAMPLEหลุ่มหล่อแสบใสกับยายเฉิ่มลองอ่านกันดูนะครับ แนะนำเลยเพราะว่าสนุกมากทีเดียว

จริงๆพูดถึงแล้ว นิยายเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรที่แหวกแนวมากหรอกนะครับ ไม่มีไรหักมุมหรือแปลกประหลาดถึงขั้นเดาเรื่องไม่ออกเลยแต่ที่ถูกใจผมมากก็คือความเรียบง่ายของเนื้อเรื่องและภาษาที่ใช้ ที่อ่านง่ายและก็ลื่นไหลมาก ผิดกับนิยายแนวนี้ที่ผมเคยอ่านผ่านๆมามักจะพบว่าเต็มไปด้วยตัวไอคอนน่ารำคาญ หรือภาษาที่อ่านแล้วขัดใจตลอดเวลา ในส่วนเนื้อเรื่องเองก็อ่านแล้วทำให้อมยิ้มไปได้เยอะเหมือนกันกับความรักที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นระหว่าง กฤษและรชา เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะหาว่าเชียร์กันมาก ลองอ่านกันดูเองดีกว่านะครับ แต่ถ้าถามผมก็ขอ Recommended เป็นการส่วนตัวเลยครับเรื่องนี้

หน้าปกเล่มสองครับ วางแผงทั้งสองเล่มแล้วนะ

สำหรับน้องที่เป็นคนแต่งเรื่องนี้ ชื่อว่า NJ_Venusครับ จริงๆเขามีบลอกที่นี่ด้วยแต่รู้สึกจะเป็นแหล่งเอาไว้ลงนิยายมากกว่า ดังนั้นถ้าอยากพูดคุยอะไรกับเขาไปที่นี่เลยดีกว่าครับ My ID น้อง NJ_Venus

สำหรับหน้าที่ของผมในหนังสือนิยายชุดนี้ก็คือ การวาดการ์ตูมแถมท้ายเล่ม เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาแบบแซวตัวเนื้อเรื่องในเล่มนิดๆหน่อยๆพอสนุกสนาน ซึ่งมีเล่มละ 8 ตอนครับ แต่เรื่องนี้มีสองเล่ม เลยต้องวาดทั้งหมด 16 ตอน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะเหมือนกัน ทำให้เป็นการวาดการ์ตูนอีกครั้งนึงที่รู้สึกผูกพันพอสมควร แถมถ้างานนี้ไปได้สวยก็คงจะได้เห็นผมในงานหนังสือเล่มต่อๆไปของสำนักพิมพ์นี้อีกละนะครับ

ว่าแล้วเดี๋ยวจะไม่เห็นภาพ เอาเป็นว่าจะลงตัวอย่างการ์ตูนแถมให้อ่านกันหน่อยละกัน พอหอมปากหอมคอ แต่แนะนำว่าควรจะอ่าน SAMPLE นิยายเรื่องนี้ที่ให้ไปใน Link ข้างบนก่อนแล้วค่อยอ่านการ์ตูนจะทำให้เข้าใจมุขหรือจุดที่จะแซวได้ดีขึ้นนะครับ

อ่านแล้วคิดยังไงก็บอกได้นะครับ หรือถ้ามีใครที่มีหนังสือเล่มนี้ไว้ในครอบครองแล้ว มาคอมเมนท์การวาดภาพประกอบในเล่มให้ฟังหน่อยก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงน้อ ส่วนกติกาการอ่านก็คือห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นนะครับ เพราะไม่ใช่การ์ตูนที่ตั้งใจทำมาให้อ่านเหมือน AF2 Comic หรือเด็กหอ อะ ไปอ่านกันเลยดีกว่า...

ตอนที่1-2 ครับ

ตอนที่ 3-4

ท่องไว้นะครับ หนุ่มหล่อแสบใสกับยัยเฉิ่ม สองเล่มจบ...

หนุ่มหล่อแสบใสกับยัยเฉิ่ม สองเล่มจบ...

หนุ่มหล่อแสบใสกับยัยเฉิ่ม สองเล่มจบ...

วันที่ 29 มีนาคม - 9เมษายนนี้จะมีงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์แล้ว ใครอยากได้ก็ตรงดิ่งไปที่บู๊ทสำนักพิมพ์ 1168 กรุ๊ปส์เลยนะครับ ส่วนใครอยากเป็นหน้าม้าให้ผมก็เดินไปพลิกๆหนังสือดูแล้วก็พูดว่า " โอววว พระเจ้าช่วย การ์ตูนแถมท้ายเล่มมันยอดมากเลยนะเคอะ สุดสวิงริงโก้ไปเลย อยากอ่านอีกจัง" เอาแบบให้เจ้าของสำนักพิมพ์ได้ยินด้วยนะครับ 555555 แต่ยังไงถึงจะไม่มีการ์ตูนท้ายเล่มของผมก็ยังแนะนำว่าให้ลองหามาอ่านกันดูจริงๆครับ เรื่องนี้(เป็นหน้าม้าให้น้อง NJ อีกแรง)

ตอนนี้หนังสือทั้งสองเล่มนี้ออกวางขายได้สักระยะหนึ่งแล้วนะครับ สามารถหาจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านse-edบุ๊คส์ ร้านดอกหญ้าร้านนายอินทร์ พระพรหม อวตารอะไรก็ลองไปหาดูเถอะ มีแน่ๆขอรับ ^ ^

ตอนวาดเรื่องนี้อย่างที่บอกว่าชอบมาก เนื่องจากชอบส่วนเนื้อเรื่องด้วยส่วนหนึ่งเป็นทุน(เป็นนิยายสไตล์นี้เล่มแรกเลยล่ะที่ผมเคยอ่านน่ะ) และก็เป็นงานชิ้นแรกเลยที่ทำให้กับสำนักพิมพ์นี้ก็เลยตั้งใจมาก(เพราะเกร็ง) บวกกับว่าทำออกมาตั้ง 16ตอนซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่พอทำเสร็จออกมาสมบูรณ์แล้วก็ค่อนข้างชอบมากทีเดียว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะวาดตัวละครเหล่านี้ออกมาอีกจริงๆครับ เพราะดีไซน์ตัวละครที่ทำออกมาก็ค่อนข้างชอบมากเลย ปกติไม่ค่อยได้วาดผู้ชายขี้เก๊กอย่างพระเอกเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ก็เลยรู้สึกสนุกดี เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะต้องวาดตัวละครเหล่านี้ออกมาอีกครั้งให้ได้แน่ๆ

แถมวาดเสร็จแล้วอารมณ์ยังไม่จบก็เลยวาด Fan-Art แถมท้ายมาอีกรูปนึง เป็นภาพที่วาดให้เป็นพิเศษสำหรับนิยายเรื่องนี้เลยละครับ แบบว่าเป็นที่ระลึกในฐานะที่เราได้เริ่มงานใหม่ในสำนักพิมพ์นี้น่ะนะครับ และคงเพราะว่าเป็นเรื่องแรกที่ได้ทำด้วยก็เลยมีความประทับใจเยอะหน่อย เอาเป็นว่าไปชม Fan-Art กันเลยดีกว่า

Fan-Art คอนเซปท์แบบย้อนยุคครับ ประมาณงานราตรีสโมสรอะไรทำนองนั้น 5555

ภาพนี่เป็นภาพอีกภาพหนึ่งที่วาดออกมาแล้วชอบมากเลย เพราะเป็นงานที่ตั้งคอนเซปท์เอาไว้ว่าจะไม่ใช่สกรีนเลยแม้แต่นิดเดียว เอาให้มันมีแต่ขาวกับดำอย่างเดียวไปเลย แล้วก็ใส่พวก Texture แบบใช้มือเยอะๆ จะได้ดูแปลกตาดี ตรงกรอบตารางนี่กว่าจะทำเสร็จแทบตายเลยล่ะ แถมหมดหมึกดำไปขวดนึงเลยนะครับ กว่าจะได้ภาพนี้มา 5555 ภาพนี้เป็นภาพตัวละครหลักในเรื่อง 4 คนครับ ได้แก่ รชา นางเอกขี้บ่น กฤษ พระเอกจอมยียวนส่วนอีกสองคนคือ แอนนี่ นางแบบสาวที่มาหลงรักกฤษ กับ วรุฒหนุ่มดีไซเนอร์มาดเนี๊ยบที่ตามจีบรชา

ก็อย่างที่เคยเบอกน่ะครับว่าผมชอบชุดโบราณสไตล์ประมาณนี้มาก พอวาดออกมาแล้วก็เลยชอบมากทีเดียวล่ะ ใครบอกว่าผมชอบวาดแต่การ์ตูน Y (ไม่จริ๊ง ไม่จริง) ก็ดูภาพนี้ละกันนะครับ แหม เห็นไหมว่าไม่วายผมก็วาดได้นะ อิอิอิ สงสัยว่าตัวละครชายเรื่องนี้นี่คงโล่งใจไม่ใช่น้อยทีเดียว ที่มีบุญไม่โดนคนเขียนเรื่องจับคู่กัน ไม่งั้นไม่รอดปลายปากกาผมไปแน่ 5555 เอาเป็นว่าดูแล้วคิดยังไงกับภาพนี้ก็แนะนำติชมกันได้ตามสะดวกนะครับ ^ ^

เอาเป็นว่าพล่ามมายาวละ เดี๋ยวจะเอียนกับพื้นที่ขายของคราวนี้เสียก่อน แล้วพบกันใหม่ Entry หน้าก็แล้วกันนะครับ บายๆครับผม



Tharadon D.
View full profile