Rabbit-Work

แหะๆๆๆ สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านบลอกกระต่ายขี้บ่นที่น่ารักและแสนดีทุกท่าน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงทุกคนมากเลยนะครับ ไม่รู้สบายดีกันหรือเปล่า อากาศกำลังแปรปรวน น้ำจะท่วมโลก ก็ขอให้ทุกท่านดูลสุขภาพดีๆนะครับ ผมละสุดอภิที่จะเป็นห่วงจริงๆ

ฮิๆๆๆ แหม ดูสิ ขึ้นต้นมาพารากราฟแรกผมก็ปากหวานปานน้ำตาลอ้อยควั่นเสียแล้ว ฮิๆๆๆ ก็อย่างที่บอกในเอนทรี่ก่อนล่ะครับ ว่าคราวนี้มีข่าวดีๆมาบอก นั่นเลยทำให้ผมถึงได้ดูลัลล้าแบบนี้

จะว่าไปแล้ว เอนทรี่นี้ก็ถือเป็นอีกเอนทรี่นึงที่ผมอยากจะมีโอกาสเขียนกับเขาบ้างมาตั้งแต่เริ่มต้นเขียนบลอคมาเลยนะครับ นี่ถ้ายิ่งพูดในฐานะนักเขียนการ์ตูนละก็ นี่คือสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดตั้งแต่เด็กเลยล่ะครับ ว่าสักวันนะ สักวันเราจะต้องมีโอกาสได้ทำมันกับเขาบ้างล่ะ แต่จนแล้วจนรอดก็มีแต่เกือบจะได้เป็นจริง หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่จะเป็นเช่นนั้น แต่มันก็ยังไม่ใช่อยู่ดี...

 และแล้ว ในที่สุด ณ วันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ผมก็มีโอกาสที่ได้เขียนถึงมันแล้วล่ะครับ ฮือๆๆๆ ซึ่งมันก็คือ....

 

 

ก็คืออออออออออ........

 

คืออออออ...........

 

คือ....

 

ในที่สุดผมก็มีการ์ตูนรวมเล่มเป็นของตัวเองแล้วล่ะครับ!!!

ฮ่าๆๆ ใช่แล้วครับ ในที่สุด หลังจากเขียนการ์ตูนมายาวนาน นับตั้งแต่เมื่อเดบิวต์ไปสมัยยังเรียนอยู่ปี 1 - 2 มาจนถึงตอนนี้ ผ่านไป 5 ปีกว่าแล้ว นี่เป็นครั้งแรกจริงๆครับที่ผมได้มีผลงานการ์ตูนรวมเล่มเป็นของตัวเองแบบเพียวๆจริงๆ 

ไม่ใช่ภาพประกอบหรือปกให้กับหนังสือคนอื่น...

ไม่ใช่การ์ตูนท้ายเล่มสำหรับนิยายของคนอื่น...

ไม่ใช่ผลงานที่ลงเพื่อเป็นส่วนเติมเต็มให้กับนิตยสารฉบับนั้นๆ...

แต่นี่เป็นผลงานที่เป็นการ์ตูนของผมแบบเต็มๆทั้งเล่ม ไม่ว่าจะหน้าปก หน้าเปิด สารบัญ หน้าคั่น ฯลฯ ต่างก็เป็นสิ่งที่ผ่านการดูแลในกระบวนการต่างๆทุกขั้นตอนด้วยตัวผมเอง

เป็นครั้งแรกที่พูดได้เต็มปากเต็มคำจริงๆครับ ว่านี่ล่ะเป็นผลงานเขียนของผมเลยล่ะนะ ฮิๆๆๆ

อาจจะเห็นผมบ้าเห่อนิดหน่อย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รักผลงานที่เคยทำมานะครับ เพราะว่าผมก็รักในสิ่งที่ผมสร้างสรรค์ขึ้นมาทุกชิ้น เพียงแต่ชิ้นนี้เป็นอะไรที่พิเศษกว่าครั้งก่อนๆที่เคยทำมา เลยทำให้ตอนนี้ผมเข้าใจหัวอกแม่เลี้ยงใจร้ายที่รักลูกไม่เท่ากันจริงๆเลยล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ

เอาล่ะครับ จริงๆผมว่าหลายคนที่ตามอ่านบลอคในช่วง 2-3 เอนทรี่หลังๆก็คงพอจะเดาออกแล้วล่ะนะครับ ว่าผมพูดถึงอะไรอยู่ ใช่แล้วครับ มันคือการ์ตูน Mailbox No.5 ฉบับรวมเล่มนั่นเอง!!

หน้าตามันจะเป็นยังไงนั้น ไปดูกันได้เลยครับ แท่แด~

ขอพูดถึงหน้าปกนี่หน่อย จริงๆแล้วตอนที่จะทำหน้าปก ก็นึกอยู่นานเหมือนกันนะครับว่าจะทำออกมาแนวไหน จะทำออกมาเป็นโทนยังไง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะชอบคิดว่าผมจะเป็นพวกเน้นหน้าปกแนวรกๆ ไม่ก็แบบที่ดูแล้วสนุกๆอลังการหน่อยๆ แต่จริงๆแล้วสำหรับภาพสีหรือพวกหน้าปกเนี่ยผมชอบที่จะทำให้ออกมาเป็นแบบเรียบๆมากกว่านะครับ ก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็นนี่ล่ะ

ตอนแรกก็ยังกลัวหน่อยๆว่าทำออกมาเสร็จแล้วเอาไปใส่ตราโลโก้บงกช มันจะออกมาแปลกหรือเปล่า แต่เท่าที่ดูก็ออกมาโอเคดีนะครับ ฮิๆๆ ส่วนเรื่องสไตล์การลงสีก็ลงแบบที่ตัวเองชอบเหมือนเดิมนั่นล่ะครับ คือเน้นสีหวานๆซอฟๆนิดหน่อย และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมตั้งใจทำให้มีคอนเซปท์เกี่ยวกับ จดหมายด้วย โทนสีของภาพนี้เลยมีแต่สีแดงกับน้ำเงินเป็นหลัก(ลองสังเกตดูละกันนะครับ) ส่วนสีม่วงนั้น เอ่อ...ก็คือสีแดงผสมกับน้ำเงินไงครับ ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆนะ 555

ส่วนเนื้อเรื่องด้านในนั้นจะเป็นยังไง ก็ขอเชิญทุกท่านไปอ่านที่เคยเอามาลงไว้ทั้ง 5 ตอนได้ในเอนทรี่เก่าๆเลยนะครับ ถือว่าเป็น Preview พิเศษเฉพาะผู้อ่านทุกท่านของบลอกกระต่ายขี้บ่นนี่ก็แล้วกัน ถ้าอ่านแล้วรู้สึกสนุกหรือชอบยังไง ก็ขอเชิญไปหาอ่านต่อในเล่มได้ตามใจชอบเลยครับ ฮิๆๆๆ รับรองว่ายังมีอะไรให้อ่านอีกเยอะเลย(จริงๆนะ)

Mailbox No.5 เป็นผลงานที่มีจำนวนหน้าต่อตอนเพียง 6 หน้าเท่านั้น ทำให้กว่าจะมีจำนวนมากพอรวมได้เล่มนึงอย่างที่เห็นนี่ ผมก็ต้องใช้ความอดทนและทุ่มเทในการทำมันอย่างต่อเนื่องมากจริงๆครับ มาจนถึงขั้นตอนที่จะเป็นหนังสือจริงๆ ก็มีอีกหลายเรื่องมากที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าปก หน้าคั่น หน้าแถม Talk คนเขียน ฯลฯ ซึ่งผมก็ทำอย่างเต็มที่เพื่อให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่ทำได้ล่ะนะครับ จนในที่สุดพอเห็นมันออกมาเป็นรูปร่างสมบูรณ์แบบนี้ ผมก็รู้สึกหายเหนื่อยไปได้เปลาะหนึ่งจริงๆครับ

ตอนนี้ก็เหลือแต่ต้องมาดูต่อว่า พอออกมาเป็นรูปเล่มวางขายเรียบร้อยแล้ว ลูกๆของผมคนนี้จะเป็นยังไงต่อไป ซึ่งผมในฐานะผู้ปกครอง ก็ต้องขอฝากฝังพวกเขาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจท่านผู้อ่านบลอคกระต่ายขี้บ่นทุกท่านอย่างมากจริงๆนะครับ T - T จะเช่าอ่าน ตบของเพื่อน หรือจะอุดหนุนกันสักเล่มก็ไม่ว่ากันครับ อย่างน้อยๆแค่มีใครรู้สึกสนใจที่จะไปหยิบมันมาลองอ่านบ้าง ผมก็ยินดีแล้วจริงๆนะครับ(อ้อนซะหน่อย ฮิๆๆๆ)

แน่นอนครับว่าวางขายเปิดตัวในงานเทศกาลหนังสือประจำปีนี้ด้วย ใครแวะเวียนไปที่งานหนังสือก็ลองแว๊บไปดูที่บูธของบงกชได้นะครับ เพราะเริ่มขายวันนี้เป็นวันแรกเลย(ตามกำหนดวางแผงน่ะนะครับ) บูธบงกช บูธที่ M50 ครับ อะไรนะครับ ไม่รู้เหรอครับว่าอยู่ตรงไหน ไม่เป็นปัญหาครับ เอาแผนที่บูธไปดูเลย 555(โฆษณาเต็มที่)

ท่องไว้นะครับ Mailbox No.5 เล่ม1  ราคา 40 บาทนะครับ ซื้อในงานคงได้ลดอีกนิดหน่อย (แหม...อะไรมันจะไดเรกเซลส์กันขนาดนี้นะ) อ้อ! แล้วในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคมนี้ ผมจะได้ไปเปิดตัวเพื่อพบปะกับนักอ่านที่บูธของบงกช ช่วงเวลาประมาณ 14.00-16.00 น. ด้วยนะครับ เอาเป็นว่าถ้าวันนั้นใครไปงานหนังสือก็อย่าลืมแวะเวียนมาเยี่ยมผมบ้างละกันนะครับ เผื่อใครอยากจะเจอคุณกระต่ายตัวเป็นๆ ก็มาได้ในช่วงเวลานั้นเลยครับ ผมจะรอ 555

จริงๆกะจะเขียนยาวกว่านี้ แต่พอก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะขายของมากเกิน ก็อย่างที่บอกอ่ะครับว่ามันเป็นผลงานที่ผมตั้งใจกับมันมากในทุกขั้นตอน และกว่าจะได้ออกมาเป็น 1 เล่มแบบนี้ ก็ต้องผ่านอะไรมามากเหมือนกัน ยังไงก็ต้องขอฝากการ์ตูนรวมเล่มเล่มแรกในชีวิตของผมเล่มนี้เอาไว้ในความพิจารณาอีกครั้งด้วยนะครับ 555

สำหรับตอนนี้ขอลาก่อนละครับ แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรี่หน้าครับผม บายๆ

ป.ล.ใครมีไว้ในครอบครองแล้ว คอมเมนท์ติชมได้ไม่ต้องเกรงใจนะครับ จะเป็นพระกรุณาอย่างมากเลย T  T

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 35 กำลังจะมาถึงแล้วในวันที่ 30 มีค - 10 เม.ษ. 2007 นี้

ปกติมีงานหนังสือที่ไร ผมละชอบนักเชียวจะได้มาเขียนถึงผลงานหนังสือที่จะได้วางขายในงาน แต่เนื่องด้วยว่าผมติดภารกิจต้องไปบวช(ไปอ่านได้ที่นี่) ปีนี้คงไม่ได้ไปแน่นอน เลยขอเอามาแนะนำคร่าวๆสำหรับใครที่อยากจะหาอะไรอ่านในงานหนังสือนี้นะครับ


Issara Books

- ภาพปกหนังสือนิยาย " ดินแดนแห่งรัก" / แนว: รักโรแมนติค/ผู้แต่ง : พิมมาตา

Rabbit Comment : นิยายออกแนวชีวิตรันทดนิดนึง เนื่องจากยังอ่านไม่จบเลยไม่ขอคอมเมนท์ใดๆครับผม

ระดับ : Rabbit Choice


Pc-Bookclub

การ์ตูนท้ายเล่มประกอบนิยาย "แผนลับฉบับ 50 วัน"

ผู้เขียน : W.K.jarr จำนวนหน้า : 304 หน้า

เรื่องย่อ : เพราะคำท้าเมื่อหลายปีก่อนของผู้เป็นกษัตริย์แห่งลองเฟร์ และเหล่าสหายทำให้เรื่องราววุ่น ๆ มาตกอยู่กับรุ่นลูก อย่าง เจ้าหญิงมาดแมนกับหัวหน้ากรมตำรวจหนุ่มมาดเข้ม ที่ต้องถูกจับมาแต่งงานกันตามคำสัญญา เรื่องมันคงไม่ยุ่งยากหรอกถ้าเจ้าหญิงจูเลียสไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แล้วท่านพ่อจะให้เธอมาแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันได้อย่างไร แถมคนที่จะแต่งงานด้วยดันเป็นเพื่อนในวัยเด็ก ที่เธอแสนจะเกลียดขี้หน้าเป็นที่สุด แต่คู่หมั้นหนุ่มนี่สิกลับไม่เดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างไร กลับทำตัวว่าง่ายตามผู้ใหญ่เสียอย่างนั้น เดือดร้อนถึงคนที่ไม่อยากจะแต่งงานด้วยที่ต้องวางแผนการลับในการป่วน (โค่น) งานวิวาห์ที่จะมีขึ้นในเวลาอีก 50 วัน!! โดยทำทุกวิถีทางที่จะให้ชายหนุ่มเกลียดเธอจนถอนหมั้นให้ได้

Rabbit Comment : นิยายรักพ่อแง่แม่งอนแบบย้อนยุค ฉากหลังออกแนวตะวันตกโบราณ สมัยเจ้าหญิงเจ้าชายทำนองนั้น โดนพื้นฐานแล้วเป็นเรื่องที่อ่านได้สนุกดีครับ อ่านได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อเลย

ระดับ : Rabbit Choice

เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pc-bookclub.com


1168 Group

การ์ตูนท้ายเล่ม Outtake Comic ประกอบนิยายสไตล์ Teen Series (ไปยืนอ่านได้ตามสะดวก 5555)

รักหมดใจนายฝาแฝด
โดย นีวา
ราคา 179 บาท

โคอิสึมิ ยู ต้องจับผลัดจับผลูมาทำงานเป็นแม่บ้าน ให้กับตระกูลมินามิอันมั่งคั่งเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งตระกูลนี้มีทายาทคือ ลูกชายฝาแฝดรูปหล่อซึ่งนิสัยต่างกันราวกับฟ้ากับเหว นั่นคือ นาโอยะ ฝาแฝดผู้พี่ผู้แสนดี และ คาสึยะ ฝาแฝดผู้น้องซึ่งทะเลาะกับเธอเป็นประจำ

Rabbit Comment : เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินๆดีครับ ถ้าไม่คิดอะไรมาก เหมาะสำหรับวัยรุ่นวัยใสทั่วไป

ระดับ : Rabbit Choice

เกี่ยวรักทักหัวใจนายจอมแสบ
โดย ยัยตะเกียบ
ราคา 199 บาท

กานต์ สาวน้อยใจห้าวหาญจากไทย
คิมจุนโซ หนุ่มจอมแสบจากเกาหลี
โคจรมาเจอกันที่ออสเตรเลีย
ความรักต่างเชื้อชาติจึงเกิดขึ้น!...

Rabbit Comment : เล่มนี้เป็นชีวิตแนวนักเรียนแลกเปลี่ยน ซึ่งคนแต่งก็เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจริงๆ ทำให้อ่านแล้วได้รสชาติของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สนุกสนานดี ข้อมูลก็ค่อนข้างแน่นด้วย(คงเพราะประสบการณ์จริง?) ในส่วนที่เป็นนิยายก็น่ารักดีครับ

ระดับ : Rabbit Cheer


Switch ลุ้นรักสลับขั้ว
โดย Gaderiel
ราคา 169 บาท

เหตุการณ์สลับร่างระหว่างลูกพี่ลูกน้องคู่แสบ ทำให้หญิงสาวต้องไปเรียนที่โรงเรียนตำรวจ ส่วนชายหนุ่มต้องไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น!!

Rabbit Comment : เรื่องนี้เป็นพลอตแบบสลับร่างสร้างรักทั่วๆไป แต่อ่านแล้วก็รู้สึกได้ว่าคนแต่งพยายามใส่ใจกับรายละเอียดในเรื่องและสร้างพลอตย่อยได้ดี มีจุดหักมุมเล็กๆที่คิดไม่ถึงเสียด้วย เอาเป็นว่าเป็นอีกเรื่องที่อยากแนะนำครับ

ระดับ : Rabbit Cheer

รักนี้ไม่บอกไม่ได้แล้ว
โดย Nymphet
ราคา 149 บาท

...ความทรงจำและคำพูดที่หายไปของหญิงสาว... จะถูกนำกลับมาอีกครั้ง
โดยชายหนุ่มที่แสนจะกวนใจเธอ ...จนทำให้เผลอใจหลงรักเข้าซะแล้ว!...

Rabbit Comment : นิยายรักแบบอ่านสบายๆ เรื่องรักระหว่างหญิงสาวแสนเงียบกับชายหนุ่มขี้ตื๊อ อาจจะไม่มีอะไรซับซ้อนมากแต่ก็เป็นนิยายที่เขียนได้สนุกดีครับ

ระดับ : Rabbit Cheer

Tough Girl แสบ...สนิท
โดย DevilEvil
ราคา 149 บาท

เมื่อนักเรียนแลกเปลี่ยนสัญชาติไทยอย่างเธอ
มีอันต้องเจอกับความกวนแบบสุด ๆ ของหนุ่มอิตาลีอย่างเขา
ร่วมด้วยก๊วนเพื่อนสุดแสบ กับเหตุการณ์สุดแซ่บ
ที่แม้กำแพงของเชื้อชาติและวัฒนธรรมก็ไม่อาจกั้นขวาง

Rabbit Comment : นิยายรักสไตล์นักเรียนแลกเปลี่ยนอีกเล่ม แต่เล่มนี้วิธีการเขียน อ่านแล้วจะได้อารมณ์สไตล์ Chic-Lit มาก ตัวเอกเรื่องนี้มีมุขกัดที่เจ็บๆคันๆฮาๆดีอ่านสนุกมากครับค่อนข้างแนะนำนะเล่มนี้

ระดับ : RabbitRecommended



บอกหน่อยนะ...ว่ารักกัน
โดย ติญญา
ราคา 169 บาท

พบกับสาวน้อยน่ารักจอมเฮี้ยว
ที่จะมาทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มหวั่นไหว
แต่เขากลับมีอดีตที่ยากจะลืม
แล้วเธอจะทำยังไงดีหนอ...

Rabbit Comment : นิยายรักสำหรับวัยมหาลัยนิดหน่อย เป็นเรื่องรักใสๆที่อ่านเพลินดี

เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากอ่านหรือกำลังเบื่อนิยายรักใสๆวัยรุ่นมากครับ

ระดับ : Rabbit Choice

ปฎิบัติการร้ายของนายตัวแสบ

ผู้แต่ง Swordman แห่ง Iris
ราคา 189 บาท
จำนวนหน้า 308 หน้า
รายละเอียด แป้ง...สาวสวยหลงตัวเอง...จะทำอย่างไร
เมื่อต้องมาพบกับศัตรูหัวใจหน้าใส
แต่แล้วเหตุการณ์กลับตาลปัตร
เมื่อยัยนั่นเป็น...ผู้ชาย!!!

Rabbit Comment : เรื่องนี้โดยส่วนตัวคิดว่าแต่งได้สนุกที่สุดของSwordman แห่ง Iris (ในขณะนี้) บรรยากาศและเหตุการณ์ในเรื่องนั้นเป็นเรื่องใกล้ๆตัว ของชีวิตวัยรุ่นทั่วๆไปที่หยิบเอามาเขียนได้อย่างสนุกสนานดี มุขก็ฮามาก เหมาะสำหรับวัยรุ่นหรือใครที่อยากอ่านนิยายสนุกๆมากครับ

ระดับ : Rabbit Recommended

กว่าหัวใจจะลงตัว

ผู้แต่ง ติญญา (อติณ)
ราคา 179 บาท
จำนวนหน้า 268 หน้า
รายละเอียด เมื่อคุณหนูติดดินอย่าง ตังเม
ตกหลุมรักชายหนุ่มที่มาดเท่ไปซะทุกอิริยาบท
แต่...ความรักกลับไม่ลงตัวเพราะมีหลายหัวใจมาเกี่ยวข้อง

ความรู้สึกของคนทั้งสี่คนที่ไม่ลงตัว ทำให้ทุกฝ่ายต่างเจ็บปวด

Rabbit Comment : นิยายแนวมหาลัยอีกแล้ว แต่เนื้อหาหลายส่วนๆเขียนถึงความรักในแบบที่จริงจังนิดนึง กว่าความรักของตัวเอกทั้งสี่คนจะลงเอยได้ เล่ยตามอ่านจนเหนื่อยสมชื่อหนังสือเลย(ฮา)

ระดับ : Rabbit Cheer

รักวุ่นๆ ของยัยตัวจุ้น <ครับผม>

ผู้แต่ง Fayya
ราคา 199 บาท
จำนวนหน้า 336 หน้า
รายละเอียด หนุ่มหน้าหวานหรือสาวสุดเท่???
ชายหรือหญิง??? คนคนนี้เป็นใครกัน
ถึงมากวนหัวใจหนุ่มสุดฮอตอย่าง คิมมินฮา
จนทำให้เขาหวั่นไหวและปั่นป่วนหัวใจ!

Rabbit Comment : เรื่องนี้โดยส่วนตัวคิดว่าแต่งได้สนุกที่สุดของ Fayya(ในตอนนี้) ถ้าเป็นแฟนเขาอยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดครับ เอ้อ มีฉาก Y เยอะพอดูเลย(เลยวาดการ์ตูนง่ายมาก 555)

ระดับ : Rabbit Cheer

เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.1168group.com


Akara - สำนักพิมพ์อักขระบันเทิง

ภาพประกอบหนังสือกลอน คิดถึง...เหลือเกิน

เขียนโดย ณิสารัชจำนวน 100 หน้าราคา 85 บาท

Rabbit Comment : เล่มนี้ออกแนวกลอนเศร้าๆซึ้งๆ ถ้าคุณไม่ใช่แฟนหนังสือสไตล์นี้ ก็ไม่ค่อยแนะนำครับ

ระดับ : Rabbit Choice

.

ชื่อหนังสือ เมื่อไหร่เธอกับฉันจะรวมกันเป็น เรา

ประเภท รวมบทความ (เกี่ยวกับความรัก)

เขียนโดย แก้วตา - ภาคินัย

จำนวน 176 หน้าราคา 145 บาท

Rabbit Comment : เล่มนี้ออกแนวมุมมองความรักของผู้หญิง - ผู้ชายที่อ่านแล้วก็โดนใจไปหลายข้อเลย เนื้อหามีทั้งส่วนที่จริงจัง ซึ้งๆและสนุกสนานเหมาะสำหรับคนมีคู่หรืออยากทำความรู้จักกับคู่ของเราให้ดีขึ้นมากมายครับ

ระดับ : Rabbit Recommended


อกหัก...แต่รักเป็น

ประเภท รวมบทความเขียนโดย สราวุธ สิงห์ลา

จำนวน 144 หน้าราคา 139 บาท

Rabbit Comment : เล่มนี้เคยเขียนเล่าไปแล้ว ไปอ่านใน Entry นี้ละกันนะครับ ---> อกหักแต่รักเป็น

ระดับ : Rabbit Recommended

เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.akaraonline.com


หมดแล้วครับ คิดว่าไม่ลืมอะไรไปแล้วนะ จริงๆบางเล่มอยากจะเขียนอยากจะเล่าถึงเรื่องราวในตอนที่ทำให้มากกว่านี้ แต่สำหรับเอนทรี่เอาคร่าวๆเผื่อว่าใครอยากจะไปหาหนังสือมาอ่านในงานนี้เท่านั้นละกัน ไว้กลับมาจากบวชแล้วจะมาเขียนถึงอีกทีนะครับ(ถ้ามีโอกาส)

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับฤดูร้อนนี้มากๆ แล้วเจอกันใหม่ในเดือนพฤษภาคมครับผม

ด้วยรักจากใจ: กระต่ายขี้บ่น

แฮ่ สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านบลอกกระต่ายแนว(ผมหน้าม้า)ทุกท่าน ย้อนกลับไปดูเอนทรี่ในรอบเดือนนี้แล้ว รู้สึกว่ามีแต่ผมมาบ่นๆระบายนู่นนี่ไร้สาระจริงๆนะเนี่ย เอิ้กๆ ทั้งที่เป็นช่วงสิ้นปีแล้วแท้ๆ น่าจะอัพอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้หน่อย(แอบละอายใจ) มาวันนี้จั่วหัวเอนทรี่แบบนี้แล้ว สงสัยต้องมีคนกำลังเดาแน่ๆว่าวันนี้จะมาเขียนถึงอะไร ดังนั้นก่อนที่จะเขียนจริงๆ ขอเชิญร่วมเล่นเกมส์ Mega Cleaver กันดูหน่อยสิ ว่าจะทายกันถูกไหมเชิญครับ คุณอริสมันต์

คุณอริสมันต์ : ขอบคุณค่ะ คุณกระต่ายโบนนิ่ง ดิชั้นเชื่อว่าคุณคงมีคำตอบอยู่ในใจกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ แต่ว่าลองดูจากสมุมติฐานสามข้อต่อไปนี้แล้วลองตอบสิเคอะ ว่าข้อไปจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

1. คุณกระต่ายโบนนิ่งหกอักรักคุด เกิดอาการแห้งแล้งขาดความรัก บวกกับคิดถึงอดีตเมื่อวันวาน จนมานั่งพิมพ์อะไรพร่ำรำพันอีกแล้ว

2.คุณกระต่ายโบนนิ่งเกิดอารมณ์ศิลปินสูง เพราะเห็นใบไม้ร่วงและลมหนาวในช่วงนี้บ่อย จนอยากจะแต่งโคลงกาพย์ญานี 11 มาฝากเพื่อนๆกัน

3. คุณกระต่ายโบนนิ่งอยากจะขายของ แต่ไม่กล้าไดเรกเซลส์ เลยแกล้งมาเขียนไว้ในนี้แทน แล้วจั่วหัวเหมือนไม่ได้มาขายของ

มีเพียงคนเดียวที่จะตอบคำถามนี้ได้ ขอเชิญกลับไปที่คุณกระต่ายโบนนิ่งเค่อะ

กระต่ายโบนนิ่ง : ครับ! ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงนึกว่าผมจะมานั่งรำพึงรำพันถึงความรัก วันวานยังหวานอยู่อะไรแบบนี้แหงๆเลย แต่อยากจะบอกว่า นั่นเป็นความคิดที่....ผิดครับ!!! ส่วนข้อสอง ร้อยวันพันปีนอกจากจะเห็นผมบ่น ด่า จิกกัดไอ้นั่นไอ้นี่ไปเรื่อยเปื่อยแล้ว เคยเห็นผมเกิดจะแต่งกลอนอะไรขึ้นมาบ้างไหมล่ะครับ ไม่มีใช่ไหมครับ ดังนั้นก็เป็นคำตอบที่ผิดอีกแล้ว บุ่ยๆ

คำตอบที่ถูกต้องที่สุดก็คือ ข้อสาม เอนทรี่สำหรับขายของครับผม!!! แหม แอบเขินจริงๆ เกริ่นมาตั้งนาน จริงๆแล้ววันนี้มาขายของกันอีกแล้วครับฮ่าๆๆ วะฮ่าๆๆๆ แต่เอาน่า...รับรองว่าเนื้อหาคราวนี้คงจะเหมาะสำหรับเป็นเอนทรี่ส่งท้ายปีแน่นอน

งานในคราวนี้ที่จะมาแนะนำกัน เป็นงานอีกประเภทที่ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสแตะสักเท่าไหร่ นั่นก็คืองานภาพประกอบหนังสือครับ สำหรับปีก่อน ถ้ายังเคยจำกันได้ เมื่อช่วงเวลาประมาณนี้ของปีที่แล้วก็เคยได้ทำแล้วเล่มนึง ซึ่งเป็นหนังสือของพี่บิ๊คบูน หนุ่มใหญ่ไข่กวนที่ชาว exteen รู้จักกันดีนี่เอง กับหนังสือที่มีชื่อว่า "เรียกผมว่าหมาสิครับ"(รายละเอียดกดดูเอาเองละกันเนอะ

หน้าปก : อกหักแต่รักเป็น (คุ้นๆล่ะสิ ว่าเคยเห็นในเอนทรี่ไหนมาก่อน 5555)

"อกหักแต่รักเป็น" เป็นหนังสือบทความที่กล่าวถึงความรักของคนเราในแบบต่างๆ แต่จะมีประเด็นหลักๆเกี่ยวกับการรู้จักความรัก และการเรียนรู้จากการอกหัก(สมชื่อ) ไม่ค่อยอยากเชียร์มาก แต่เนื้อหาอ่านแล้วดีใช้ได้เลยล่ะครับ อย่างน้อยๆก็ทำให้คนอย่างผมอ่านแล้วหันมามองตัวเองใหม่ได้บ้างนะ ว่าความรักที่ผ่านเข้ามา เราได้เรียนรู้อะไรกับมันบ้าง เอาเป็นว่าโดยรวมแล้ว เป็นหนังสือเกี่ยวกับความรักที่อ่านง่ายๆ สบายๆ และมีแง่คิดดีๆให้ได้ติดไปคิดบ้างไม่มากก็น้อยทีเดียว

จริงๆแล้วงานคราวนี้ตอนแรกที่ได้โจทย์มาอ่าน อยากจะบอกว่ายากมากมาย เพราะว่ามันไม่ใช่งานประเภทที่ได้ทำบ่อยๆ และครั้งก่อนที่เคยวาดภาพประกอบในหนังสือพี่บิ๊คก็ยังมีรูปแบบของความเป็นการ์ตูนComicมาใช้ปนกันด้วยเยอะ แต่สำหรับงานคราวนี้ มันเป็นงานประเภทต้องวาดภาพประกอบหนังสือ แบบที่ต้องเป็นภาพประกอบหนังสือจริงๆ ก็เลยเครียดไปพักใหญ่(เพราะไม่อยากพลาดโอกาส)

แต่ขนาดคิดเยอะขนาดนั้นแล้ว ตอนที่ร่างตัวแบบชิ้นแรกไปให้ทางสำนักพิมพ์ดู ก็โดนติมาจังๆว่ายังดูเป็นการ์ตูนเกินไป จนตอนนั้นคิดว่าจะชวดแน่ๆแล้ว แต่ยังดีที่ทางสำนักพิมพ์ยังให้โอกาสทำเสกตมาให้ดูอีกครั้งนึงคราวนี้เลยต้องหันไปนั่งศึกษาวิธีการวาดภาพประกอบหนังสืออย่างหนักทีเดียว จนในที่สุดก็ผ่านและออกมาเป็นภาพสไตล์แบบที่เห็นกันนี่ล่ะครับ

ภาพประกอบบทที่ 4 :เมื่อรักถึงจุดอิ่มตัว

ถ้าถามผมจริงๆแล้ว ผมรู้สึกชอบการทำงานชิ้นนี้มากๆนะครับ เพราะว่าตอนที่ต้องทำภาพประกอบทั้ง 20บทของหนังสือเล่มนี้ เป็นงานที่รู้สึกว่าได้ใช้ความคิดและไอเดียใหม่ๆประกอบลงไปด้วยเยอะ มีคอนเซปท์และมีความหมายในตัว เช่นอย่างภาพตัวอย่างที่เป็นหัวใจร่วงหล่นลงมาเพราะคนรักกางร่มกั้นไว้ เป็นภาพประกอบของบทที่ชื่อว่า "เมื่อรักถึงจุดอิ่มตัว" ซึ่งเล่าถึงความรักที่กำลังเจือจางลง ก็เลยเปรียบความรักเป็นน้ำฝนเมื่อฝนตกลงมาให้คนเราชุ่มฉ่ำเย็นใจได้พักหนึ่ง มันก็จะเริ่มอิ่มตัวจนต้องหาอะไรมากันไว้และนั่นก็ทำให้ความรัก(ฝน)ในใจเราแห้งลง และเหือดหายไป อะไรประมาณนั้น ซึ่งต่างจากการวาดการ์ตูนปกติที่มีวิธีการสื่อความหมายต่างออกไป

ทำให้ตอนทำงานชิ้นนี้ ทำออกมาได้อย่างรวดเร็วกว่าที่ตัวเองตั้งใจมาก แบบว่าวาดออกมาได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อเลย อีกอย่างคงเพราะว่างานคราวนี้ทางสำนักพิพม์อนุญาตให้ใช้ดินสอวาดก็ได้มั้งครับ พอรู้สึกว่ามันไม่ต้องเกร็งมาก เส้นเลยออกมาแบบว่าอิสระสุดๆใช้ดินสอวาดก็สนุกไปอีกแบบนะเนี่ย

อย่างที่เคยบอกละครับ ว่างานแต่ละชิ้นทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา และงานชิ้นนี้ก็เป็นงานประเภทที่ผมไม่เคยแตะแบบจริงๆจังๆมาก่อนเสียด้วย พอมาทำจริงๆแล้วก็รู้สึกว่ามันก็เป็นความสนุกอีกแบบดีนะ โดยเฉพาะการวาดภาพให้สื่อกับเนื้อหาในแต่ละบท ซึ่งก็มีความแตกต่างกันไป และรูปแบบการวาดคราวนี้ก็เปลี่ยนไปจากของเดิมหมดเลย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานสไตล์ที่แปลกที่สุดที่ผมเคยทำมาเลยนะเนี่ย

ภาพประกอบบทที่ 10 :เสียใจให้มันเสียไป

ปัญหาในการวาดก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะอาศัยว่าพอมีหนังสือหรืออัลบั้มเทปที่มีภาพสวยๆอยู่ด้วย เลยขนมาเป็น Referrence ยกใหญ่ (อย่างภาพข้างบนนี่ก็ดัดแปลงมาจากภาพๆหนึ่งในปกอัลบั้ม River if Life ของมาช่า เป็นต้น)แต่ที่ยากจริงๆคือไอ้ตอนต้องหาประโยคภาษาอังกฤษมาประกอบภาพแต่ละภาพเนี่ยล่ะครับ รากเลือดจริงๆ

เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมก็ไม่ใช่คนเก่งภาษาอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ยังอยากเขียนเป็นภาษาอังกฤษลงไปเพราะคิดว่ามันเข้ากับตัวภาพดี ด้วยเหตุนี้ตอนที่ทำจึงต้องพึ่งคนรอบข้างที่เก่งภาษาอังกฤษหลายรอบทีเดียว(แบบว่าขี้เกียจเปิดดิค) กว่าจะเสร็จออกมาทั้งเล่มได้ก็แทบตายเลย 5555

อีกเรื่องก็คือเรื่องการทำหน้าปก ที่เป็นสิ่งผมไม่ถนัดมากที่สุดเลย ทำให้หลังจากออกแบบไปให้ดูหลายรอบก็ไม่ผ่านเสียที จนต้องให้ทางสำนักพิมพ์ไปจัดการกันเอง ออกมาน่ารักน่าชังแบบที่เห็นซึ่งยอมรับจริงๆเลยว่า ปกที่ออกมาแล้วเนี่ย สวยและดูน่าสนใจกว่าปกที่ผมออกแบบเองหลายเท่ามากๆครับ สงสัยต้องศึกษาทางการออกแบบปกจริงๆจังซะหน่อยแล้วเรา

ขึ้นชื่อว่าเอนทรี่ขายของของกระต่ายขี้บ่นแล้ว ไม่มีตัวอย่างให้อ่านซะหน่อยก็คงกระไรอยู่ ว่าแล้วก็เลยตัดเอาบางส่วนของบางบทในหนังสือเล่มนี้มาให้ได้อ่านกันด้วยนะครับ(แอบเอามาลงเลยนะเนี่ย) ลองอ่านดูละกันครับ สำหรับบทนี้มีชื่อบทว่า "แม่เหล็ก" ครับ


ภาพประกอบบทที่ 7 :แม่เหล็ก

"ความรักเป็นแรงดึงดูดชนิดหนึ่ง ที่ทำให้หัวใจสองดวงประกบรวมกันเป็นหนึ่งเดียว"

ถ้าเราสังเกตสักนิดจะมองเห็นว่า ทุก ๆ สิ่งมักจะมีสองขั้วสองมุมมองเสมอ ขาวกับดำ มืดกับสว่าง ดีกับเลว ทุกข์กับสุข บวกกับลบ สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเป็นความชัดเจนง่าย ๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและด้วยความรู้สึกปกติ

ความรักก็ไม่ต่างกับ สัญลักษณ์ หยิน-หยาง ในรูปหัวใจ

เราจึงมักยืนกันคนละขั้วคนละมุมอยู่ตลอดเวลาที่ทะเลาะกัน และเรามักจะหาโอกาสเดินกลับไปยังมุมของตัวเองตลอดเวลา(อย่างไม่รู้ตัว)ในเวลาที่มีเพียงกันและกัน

อยากที่จะเอาชนะกันแม้อยู่ในกรอบรูปเดียวกัน "ภาพรูปหัวใจ"

เป็นเรื่องที่ยากลำบากเกินไปไหม ถ้าเราได้ลองมารักกัน ได้มาอยู่ในหัวใจเดียวกันแล้ว เราจะลองเรียนรู้ให้การอยู่ด้วยกันระหว่างสองขั้วเป็นไปอย่างราบรื่น ยากเกินไปหรือเปล่าที่เราจะผสมกันความรู้สึกที่แตกต่างซึ่งกันและกันให้เป็นเนื้อเดียว ในเครื่องผสมผสานที่เรียกว่าความรัก ความรักที่เราได้สร้างขึ้นมาจากพลังรักที่มีให้กันและกัน ฉันและเธอ

ไม่มีคำว่าเอาชนะ สำหรับคนรักกัน ไม่มีความว่าคนละด้าน คนละมุม ถ้าคนสองคนมีหัวใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ถ้าเรายังสร้างทิฐิ มัวยึดติดอยู่ในความคิดของตัวเราเอง อยู่ในมุมของตัวเองมากจนเกินไป เราก็อาจจะมองไม่เห็นอีกด้านหนึ่งของชีวิตที่เราไม่เคยสัมผัส ด้านนั้นอาจจะไม่ดีพอสำหรับเรา แต่ก็ให้เราบอกตัวเองว่า ในโลกนี้ไม่เคยมีอะไรดีพร้อม ความรักไม่เคยคำว่าสมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบแม้กระทั่งตัวเราเอง

ถ้าเราสมบูรณ์แบบเราคงไม่เดินออกจากมุมของตัวเอง มาตามหาอีกด้านของหัวใจที่หายไป

เราก็เป็นเพียงแม่เหล็กขั้วหนึ่งซึ่งตามหา อีกขั้วหนึ่งของแม่เหล็ก เมื่อเจอกันแล้วด้วยแรงดึงดูดก็ทำให้แม่เหล็กสองก้อนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เมื่อรักกันแล้วหัวใจที่ครึ่งดวงก็ถูกเติมเต็มให้กันและกัน

ความรักไม่มีอะไรดีพร้อมที่สุด ถ้าอีกด้านของรูปหัวใจทำให้เราอยากจะเดินหนีจากไป เพราะเรารู้สึกว่าเขายังไม่ใช่ ไม่ดีพอสำหรับเรา ก็อยากให้เรารู้ว่า เราไม่มีทางเดินออกจากความรักได้ ถ้าเรายังเป็นแม่เหล็กคนละขั้วกับเขาอยู่ เพราะความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สามารถรวมความแตกต่างระหว่างคนสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้

เราได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์นั้นขึ้นมาแล้ว...ความรัก

เราเป็นด้านหนึ่งของความรัก เขาก็เป็นอีกด้านหนึ่งของความรัก ซึ่งด้านของเราและเขานั้น คงไม่ใช่รอยต่อของกันและกัน ความรักมันเลยไม่ลงตัว ที่ผ่านมาเลยไม่เคยเขาใจกัน เกิดแรงผลักกันตลอดเวลา

ความรักคือการค้นหาสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ทำให้ใจเราเป็นสุข-ที่อยู่ของหัวใจ เมื่อเราเจอที่แห่งนั้น เมื่อเราเจอคน ๆ นั้น ความรักจะยึดเหนี่ยวเราไว้เหมือนแม่เหล็กสองก้อนกำลังประกบกัน จะพยายามดึงเท่าไร แกะแงะเท่าไรแม่เหล็กที่สองก้อนนั้น ก็ยากที่จะแยกจากกัน

เพราะสิ่งที่ยึดเหนี่ยวแม่เหล็กสองก้อน-คนสองคน นั้นไว้ ก็คือ "ความรัก" ว่างเปล่า มองไม่เห็น แต่มีแรงซึ่งสามารถสัมผัสได้

หามันให้เจอ สิ่งที่อยู่ตรงนั้น แรงดึงดูด-รัก...


แฮ่...หมดแล้วครับ จริงๆอยากเอามาลงเต็มๆทั้งบทเหมือนกัน แต่ว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเป็นงานที่ตีพิมพ์แล้วน่ะนะครับ เอาเป็นว่าถ้าอยากอ่านเต็มๆทั้งเล่มก็ลองไปหาอ่านกันได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านSe-ed ดอกหญ้า นายอินทร์ พระพรหม อวตารอะไรก็ตาม มีแน่ๆเชื่อพ้ม เพราะยอมตัดใจไปเดินสำรวจแม้จะยังอับอายผมหน้าม้าของตัวเองอยู่มาแล้ว

ท่องตามผมนะครับ อกหักแต่รักเป็น....

อกหักแต่รักเป็น....

อกหักแต่รักเป็น....

อกหักแต่รักเป็น....

อกหักแต่รักเป็น....

ขายของกันทุกวิธี สะกดจิตกันเลยก็เอา เผื่อหนังสือจะได้ขึ้นอันดับ Best Seller มั่ง อิอิ

ว่าแล้วก็เอาภาพประกอบที่วาดแล้วชอบมากๆเอามาลงให้ได้ดูด้วยละกันนะครับ ลองไปดูกันเลยครับ ว่าเวลาผมเปลี่ยนสไตล์จากจับปากกาวาดการ์ตูน มาจับดินสอวาดภาพประกอบหนังสือเนี่ยมันจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

ภาพประกอบบทที่ 5 : ความสวยงามของความเจ็บปวด

ภาพนี้ได้ความคิดขยายมาจากว่า ความเจ็บปวดที่เป็นความสวยงาม ดังนั้นจึงใช้ภาพงานศิลปะมาเปรียบเทียบกับ"ความสวยงาม" โดยใช้เหตุการณ์ตอนที่เลิกกับเป็นเนื้อหาภาพนั้นเพื่อแทน"ความเจ็บปวด" และมีเจ้าของของเนื้อหาภาพนั้นมายืนมองอยู่ โดยส่วนตัวชอบภาพนี้ตรงที่การจัดวางองค์ประกอบ ผู้ชาย - ผู้หญิง - ทะเล - ประตู ในตัวภาพศิลปะ โดยส่วนตัวคิดว่ามันเก๋ดี แม้จะไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีประตูไปทำไม 5555

ภาพประกอบบทที่ 6 : ถ้าคิดจะรักกันก็อย่าไว้ใจกันเลย

อ่านเนื้อหาในบทนี้แล้วคิดว่าคล้ายๆกับเพลง "ไม่อยากให้เธอไว้ใจ" เลยวาดรูปผู้ชายที่ละเลยคู่รักของตัวเองออกมา จริงๆภาพนี้ไม่ได้เป็นภาพที่ชอบมาก แต่ชอบตรงประโยคที่แทนความรู้สึกของผู้หญิง และประโยคที่แทนความรู้สึกของผู้ชาย เพราะมันตรงกันข้ามกันและสื่อความเป็นผู้ชาย - ผู้หญิงได้ดี คำของผู้หญิงเอามาจากเพลงของมาริลีน มอนโรว์ ส่วนของผู้ชายดัดแปลงมาจากเพลง Love Will Keep Us Togther

ภาพประกอบบทที่ 14 : ฟูมฟายให้ใครฟัง

เนื้อหาในบทเป็นแนวเตือนสติว่า เวลาผิดหวังจากความรัก อย่าฟูมฟายให้มากมาย ต่อให้ทำตัวน่าสงสารเพียงใด แต่เมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว มันก็ต้องจบลงอยู่ดี เลยวาดเป็นรูปผู้ชายที่จมลงสู่ความรู้สึกเศร้าโศก โดยมีภาพของคนรักที่เมินหนีเป็นแบคกราวด์ ภาพนี้ชอบตรงที่ความรู้สึกแบบลอยๆ เคว้งคว้าง เศร้าๆ คำในภาพเอามาจากชื่อเพลงซึ่งจริงๆเนื้อหาสดใส รักเป็นสีชมพูมาก แต่พอเอามาใช้ในอารมณ์แบบนี้ก็เข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อ

ชอบไม่ชอบ หรือมีความคิดเห็นกับภาพไหนยังไงเป็นพิเศษ ลองบอกให้ฟังกันบ้างก็ดีนะครับ เพราะงานคราวนี้เพิ่งเคยลองทำครั้งแรก อย่างที่เห็นว่าเปลี่ยนรูปแบบการวาดเดิมๆไปหมดเลย ทั้งสไตล์ ลายเส้น ความละเอียด และคอนเซปท์ เลยอยากได้ความเห็นเหมือนกันว่าคนอื่นๆจะคิดยังไงกับมันมั่ง อิอิ

สุดท้ายและท้ายสุดสำหรับการทำภาพประกอบหนังสือในครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญที่จะต้องขอบคุณมากๆอยู่หลายคนทีเดียว ซึ่งถ้าไม่ได้พวกเขาเหล่านี้ ภาพประกอบของหนังสือเล่มนี้ คงจะไม่ออกมาเสร็จได้เป็นรูปเป็นเล่มแบบนี้แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็น

- คุณสราวุธ สิงห์ลา เจ้าของหนังสือและบทความดีๆเล่มนี้

- พี่ต้อง ณ อักขระบันเทิง ที่เป็นคนมอบโอกาสในการทำหนังสือเล่มนี้มาอย่างเต็มที่ แม้ว่าสเกตงานกี่ครั้งๆก็ไม่ผ่านเสียที แต่ก็ยังอดทนให้โอกาสผมจนทำเสร็จออกมาจนได้

-คุณ Simmy & พี่บิ๊ค ที่ช่วยแต่งประโยคภาษาอังกฤษบางบทและเช็คความเรียบร้อยของประโยคให้ด้วย

ภาพประกอบบทที่ 18 : ยังคงรู้สึกดีเสมอ

ขอบคุณจริงๆครับ สำหรับน้ำใจดีๆเหล่านี้ เอาเป็นว่าเอนทรี่นี้อาจจะเป็นเอนทรี่สุดท้ายที่ผมจะอัพไว้ในรอบปีนี้นะครับ(คาดว่า) ฝากขอบคุณทุกท่านด้วยที่ติดตามอ่านกันมาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะปีนี้หรือปีไหนก็ยังอยากให้ตามอ่านกันต่อไปเรื่อยๆนะครับ จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึง 55555

ขอให้ความรักจงอยู่เคียงข้างกับคุณทุกคน และถึงแม้ว่ารักนั้นอาจจะไม่สมหวัง หรือความรักนั้นจะทิ้งเราไป แต่อย่าลืมว่าเราต้องไม่ทิ้งตัวเองนะครับแล้วพบกันใหม่ในเอนทรี่หน้าครับพ้มมม บายๆ

### ภาพทั้งหมดห้ามเซฟไปเผยแพร่หรือนำไปใช้ในงานอื่นก่อนได้รับอนุญาติจากเจ้าของหนังสือ ###



Tharadon D.
View full profile